อันดรีย พิชนืย (Andriy Pyshnyy) ผู้ว่าการธนาคารแห่งชาติยูเครน ย้ำว่าธนาคารกลางต้องทำหน้าที่หลักต่อไปแม้เผชิญแรงกระแทกครั้งใหญ่ เช่น สงคราม พร้อมเสนอให้นำแรงกระแทกที่อาจเปลี่ยนระบบทั้งระบบมารวมไว้ในกรอบการวิเคราะห์ด้วย
พิชนืยกล่าวเรื่องนี้ในสุนทรพจน์ต้อนรับที่ส่งผ่านระบบออนไลน์ เมื่อวันที่ 21 กันยายน ในการประชุมวิจัยประจำปีของธนาคารแห่งชาติยูเครนและธนาคารแห่งชาติโปแลนด์ ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเคียฟ ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS) เผยแพร่สุนทรพจน์เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม การประชุมเปลี่ยนจากรูปแบบพบปะกันเป็นออนไลน์เนื่องจากสงคราม
เขาอธิบายว่า การประชุมดำเนินต่อในรูปแบบออนไลน์เต็มรูปแบบ แทนที่จะยกเลิกหรือเลื่อนออกไป แม้รัสเซียเพิ่มการโจมตีเมือง พลเรือน ภาคธุรกิจ และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน รถไฟ และการขนส่ง “รูปแบบเปลี่ยนไป แต่เป้าหมายของการประชุมยังคงเดิม” เขากล่าว พร้อมนิยามความยืดหยุ่นของธนาคารกลางว่าเป็นความสามารถในการปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง โดยยังคงปฏิบัติหน้าที่หลักได้
พิชนืยกล่าวในสุนทรพจน์ว่า สงครามเต็มรูปแบบดำเนินมาเป็นวันที่ 1,672 แล้ว และภายในวาระครบรอบ 4 ปีของสงคราม ระบบป้องกันภัยทางอากาศของยูเครนได้ทำลายเป้าหมายทางอากาศที่รัสเซียยิงมาแล้วมากกว่า 140,000 เป้าหมาย ตัวเลขทั้งสองเป็นข้อมูลจากคำกล่าวของผู้ว่าการ
เขาระบุว่า ที่ผ่านมาธนาคารกลางมักวิเคราะห์ความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจโดยเน้นแรงกระแทกด้านอุปสงค์ อุปทาน และการเงิน ข้อเสนอของเขาคือให้เพิ่ม “แรงกระแทกเชิงอัตถิภาวนิยมหรือการเปลี่ยนผ่านของระบบ” เข้าไปด้วย เพราะแรงกระแทกประเภทนี้อาจไม่เพียงเปลี่ยนตัวแปรในแบบจำลอง แต่ยังสั่นคลอนวิธีทำงานของระบบและสมมติฐานที่ใช้ในการวิเคราะห์
พิชนืยมองว่า เมื่อระบบผ่านจุดวิกฤตแล้ว แรงกระแทกเพิ่มเติมเพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้สถานการณ์เปลี่ยนไปสู่อีกสภาวะหนึ่งได้ นอกเหนือจากสงครามแล้ว การโจมตีทางไซเบอร์ขนาดใหญ่ การทำลายโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ การตัดขาดทางภูมิรัฐศาสตร์ และแรงกระแทกทางเทคโนโลยี ก็อาจกลายเป็นแรงกระแทกที่ทำให้ระบบเปลี่ยนผ่านได้
ประกาศการประชุมระบุว่า ความยืดหยุ่น ความน่าเชื่อถือของนโยบาย และนวัตกรรมทางเทคโนโลยีเป็นวาระหลัก โดยยังมีประเด็นการแบ่งขั้วทางภูมิรัฐศาสตร์ สงคราม แรงกดดันทางการคลัง ความเป็นอิสระของธนาคารกลาง และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี การกล่าวสุนทรพจน์ครั้งนี้มุ่งเน้นการคงบทบาทของธนาคารกลางในภาวะวิกฤตและกรอบวิเคราะห์แรงกระแทก ไม่ได้กล่าวถึงแนวทางอัตราดอกเบี้ยอย่างเจาะจงหรือกฎระเบียบสินทรัพย์ดิจิทัล
ความคิดเห็น 0