OpenAI และ Anthropic กำลังขยายความสัมพันธ์กับรัฐบาลสหรัฐฯ ผ่านการรับบุคคลที่เคยทำงานในรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ โดยข้อมูลสาธารณะของทั้งสองบริษัทระบุชื่อคริส ลิดเดลล์ ซึ่งเข้าร่วมคณะกรรมการของ Anthropic และดีน บอลล์ ผู้ดูแลทีม Strategic Futures ของ OpenAI
Anthropic แต่งตั้งคริส ลิดเดลล์ (Chris Liddell) เข้าร่วมคณะกรรมการในเดือนกุมภาพันธ์ ลิดเดลล์เคยดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าคณะทำงานทำเนียบขาวในรัฐบาลทรัมป์สมัยแรก บริษัทเปิดเผยประวัติการทำงานดังกล่าวในประกาศแต่งตั้ง
ดีน บอลล์ (Dean Ball) เคยเป็นที่ปรึกษานโยบายอาวุโสของสำนักงานนโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทำเนียบขาว (OSTP) ในรัฐบาลทรัมป์ ปัจจุบันเขาเป็นผู้นำทีม Strategic Futures ของ OpenAI บริษัทเปิดตัวบล็อกใหม่ของทีมในเดือนสิงหาคม พร้อมระบุว่าจะศึกษาผลกระทบระยะยาวของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ต่อสังคมและโครงสร้างรัฐบาล
CNBC รายงานว่าในปีนี้ Anthropic รับอดีตเจ้าหน้าที่รัฐบาลทรัมป์เข้าทำงานอย่างน้อย 2 คน ส่วน OpenAI รับอย่างน้อย 3 คน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลทางการที่ยืนยันกรณีการรับเข้าทำงานและตำแหน่งของแต่ละคนยังมีจำกัด จึงไม่อาจสรุปขนาดการจ้างงานหรือเหตุผลในการรับบุคลากรของแต่ละบริษัทจากสองกรณีที่ยืนยันได้
เมื่อ AI ถูกนำไปใช้ในงานรัฐบาลและความมั่นคงแห่งชาติ นโยบายจัดซื้อจัดจ้างและการกำกับดูแลย่อมเกี่ยวข้องกับเงื่อนไขการดำเนินธุรกิจของบริษัท OpenAI เผยแพร่หลักการใช้ AI ของรัฐบาลในด้านความมั่นคงแห่งชาติและการกำกับดูแลในเดือนกรกฎาคม จากนั้นในเดือนสิงหาคมได้ประกาศแผนสนับสนุนกลไกกำกับดูแลแบบประชาธิปไตยเพื่อติดตามการใช้ AI ของรัฐบาล
คดีระหว่าง Anthropic กับกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ แสดงให้เห็นว่ามาตรการของรัฐบาลอาจส่งผลต่อการดำเนินงานของบริษัท เมื่อวันที่ 25 กันยายน ศาลอุทธรณ์รัฐบาลกลางสหรัฐฯ ปฏิเสธคำคัดค้านของ Anthropic ต่อการถูกกำหนดให้เป็นความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน ขณะที่ศาลอีกเขตอำนาจหนึ่งวินิจฉัยว่ามาตรการบางส่วนของรัฐบาลเป็นการตอบโต้ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงควรแยกประเด็นและข้อสรุปของทั้งสองคดีออกจากกัน
CNBC นำเสนอความเห็นของมิเชล นี ดันแคน (Michelle Nie Duncan) นักวิจัยรับเชิญจากศูนย์ความมั่นคงอเมริกันใหม่ (CNAS) โดยดันแคนประเมินว่าการจัดซื้อจัดจ้างของรัฐบาล การกำหนดสถานะความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน และการควบคุมการส่งออก อาจส่งผลต่อบริษัท AI ความเห็นดังกล่าวเป็นมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ ส่วนข้อมูลการแต่งตั้งบุคลากรและนโยบายที่ยืนยันได้ยังไม่เพียงพอที่จะระบุแรงจูงใจในการรับคนของแต่ละบริษัทหรือสรุปทิศทางนโยบายในอนาคต
ความคิดเห็น 0