แอนดี เบิร์นแฮม นายกรัฐมนตรีอังกฤษกล่าวว่า รัสเซียเข้าแทรกแซงประชามติ Brexit ในปี 2016 แต่ไม่ได้กล่าวว่าการกระทำดังกล่าวเปลี่ยนผลการลงคะแนน
เบิร์นแฮมกล่าวในพอดแคสต์ ‘The Rest Is Politics’ ว่า หลังเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เขาถามเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการแทรกแซงของรัสเซีย และได้รับคำตอบอย่างชัดเจนว่า “มี” เขายังกล่าวว่าการบันทึกเรื่องการแทรกแซงของรัสเซียไว้ในเอกสารสาธารณะเป็นเรื่องสำคัญ ตามรายงานของ AP
วันถัดมา เบิร์นแฮมชี้แจงขอบเขตของคำกล่าวต่อสภาสามัญชน โดยระบุว่าเขาไม่เคยกล่าวว่ารัสเซียเปลี่ยนผลประชามติ แต่หมายถึงมีบันทึกความพยายามแทรกแซงการเลือกตั้ง เขาเสริมว่าไม่น่าเป็นไปได้ที่การเลือกตั้งทั่วไปปี 2019 จะเป็นกรณีแรกที่รัสเซียเข้าแทรกแซง
สตีเฟน ดอตี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอังกฤษกล่าวว่า รัสเซียพยายามแทรกแซงประชามติแต่ไม่ประสบผลสำเร็จ เขาอธิบายว่าควรแยกข้อกล่าวหาเรื่องความพยายามแทรกแซงออกจากข้อกล่าวหาว่ามีการเปลี่ยนผลโหวต
คณะกรรมาธิการดิจิทัล วัฒนธรรม สื่อ และกีฬาของสภาสามัญชนอังกฤษกล่าวถึงการรายงานข่าวต่อต้านสหภาพยุโรปของสื่อที่เชื่อมโยงกับรัสเซียและการเผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดียในรายงานระหว่างกาลปี 2018 รายงานยังนำเสนองานวิจัยที่วิเคราะห์กิจกรรมของบัญชีรัสเซียซึ่งใช้แฮชแท็กเกี่ยวกับ Brexit อย่างไรก็ตาม รายงานกล่าวถึงกิจกรรมออนไลน์และกรณีความพยายามแทรกแซง แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่ากิจกรรมเหล่านั้นเปลี่ยนการตัดสินใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้งหรือผลสุดท้าย
คณะกรรมาธิการข่าวกรองและความมั่นคงของรัฐสภาอังกฤษวิจารณ์ในรายงานปี 2020 ว่า รัฐบาลไม่ได้ตรวจสอบความเป็นไปได้ที่รัสเซียแทรกแซงในช่วงประชามติอย่างเพียงพอ คณะกรรมาธิการระบุว่าไม่ได้รับเอกสารประเมินความพยายามแทรกแซงของรัสเซียหลังประชามติ และแนะนำให้จัดทำการประเมินแยกต่างหาก แต่ข้อวิจารณ์ว่าการตรวจสอบของรัฐบาลไม่เพียงพอไม่ได้ยืนยันว่ารัสเซียเปลี่ยนผลประชามติ
ผลอย่างเป็นทางการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งแห่งสหราชอาณาจักรเผยแพร่ระบุว่า ฝ่ายออกจากสหภาพยุโรปได้ 51.9% หรือ 17,410,742 เสียง ส่วนฝ่ายอยู่ต่อได้ 48.1% หรือ 16,141,241 เสียง คำกล่าวของเบิร์นแฮมและเอกสารการตรวจสอบของรัฐสภากล่าวถึงความพยายามแทรกแซงของรัสเซีย แต่ยังไม่ได้ยืนยันความเชื่อมโยงเชิงเหตุและผลว่ากิจกรรมของรัสเซียเปลี่ยนผลการลงคะแนน
ความคิดเห็น 0