รัฐบาลเอลซัลวาดอร์ได้ดำเนินการ *กระจายการถือครองบิตคอยน์(BTC)* ไปยัง *14 ที่อยู่กระเป๋าเงินใหม่* เพื่อยกระดับความปลอดภัย ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับ *ภัยคุกคามจากคอมพิวเตอร์ควอนตัม* โดยถือเป็นมาตรการเชิงรุกที่มุ่งลดความเสี่ยงในระยะยาวของสินทรัพย์ดิจิทัลของประเทศ
เมื่อวันที่ 21 หน่วยงานด้านบิตคอยน์ของเอลซัลวาดอร์เปิดเผยผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียว่า การโอนสินทรัพย์ไปยัง *หลายกระเป๋าเงินขนาดเล็ก* สามารถช่วย *จำกัดความเสียหายหากเกิดการโจมตีจากคอมพิวเตอร์ควอนตัม* โดยระบุว่าแต่ละกระเป๋าจะเก็บบิตคอยน์ *ไม่เกิน 500 BTC* หรือประมาณ *43.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ* (คิดเป็นเงินไทยราว *607 ล้านบาท*) ตามมูลค่าตลาดปัจจุบัน
โครงสร้างของบิตคอยน์ทำให้ *คีย์สาธารณะจะถูกเปิดเผยในทันที* เมื่อมีการใช้จ่ายหรือโอนเงินออกจากกระเป๋า ในสภาพแวดล้อมคริปโตปัจจุบัน นี่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่หาก *คอมพิวเตอร์ควอนตัม* มีความสามารถสูงพอในอนาคต ก็อาจสามารถถอดรหัส *คีย์ส่วนตัว* ได้ด้วยการใช้ข้อมูลจากคีย์สาธารณะ ซึ่งจะทำให้เกิดช่องโหว่ร้ายแรงต่อกองทุนของรัฐ การกระจายเหรียญครั้งนี้จึงสะท้อนถึง *มาตรการป้องกันล่วงหน้า* เพื่อลดความเป็นไปได้ในการโจมตีชนิดนี้
เอลซัลวาดอร์สร้างชื่อจากการเป็น *ประเทศแรกของโลกที่ประกาศให้บิตคอยน์เป็นเงินตราถูกกฎหมาย* ภายใต้การนำของประธานาธิบดี *นายิบ บุเคเล* ซึ่งถูกเปรียบเทียบกับ *ประธานาธิบดีทรัมป์* ในด้านสไตล์การบริหารที่กล้าท้าทายขนบเดิม โดยเฉพาะในนโยบายด้านเทคโนโลยีและคริปโตเคอร์เรนซี การปรับโครงสร้างกระเป๋าเงินดิจิทัลในครั้งนี้ก็เป็นหนึ่งใน *ยุทธศาสตร์ความมั่นคงของทรัพย์สินดิจิทัลระดับประเทศ* ที่เขาผลักดันอย่างแข็งขัน
*ความคิดเห็น* ของผู้เชี่ยวชาญในวงการมองว่า มาตรการของเอลซัลวาดอร์อาจกลายเป็น *ต้นแบบสำคัญ* สำหรับประเทศหรือองค์กรอื่น ๆ ที่ถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลในมูลค่าสูง โดยเฉพาะในยุคที่ *เทคโนโลยีควอนตัม* ใกล้เข้าสู่การใช้งานจริง การจัดพอร์ตและรักษาความปลอดภัยของสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างเหมาะสมจึงถือเป็นภารกิจที่ไม่อาจละเลยได้
ความคิดเห็น 0