ราคาของเหรียญมีมยอดนิยมอย่าง *ชิบะอินุ(SHIB)* กลับมาเป็นที่สนใจของตลาดอีกครั้ง หลังจากสามารถดีดตัวขึ้นแรงในช่วงต้นปี พร้อมส่งสัญญาณเชิงบวกจากการวิเคราะห์ทางเทคนิค ทั้งการเกิด ‘โกลเดนครอส’ (Golden Cross) และการปิดบวกติดต่อกันถึง 9 แท่งเทียน ยิ่งสร้างความเชื่อมั่นในหมู่นักลงทุนว่าแนวโน้มขาขึ้นนั้นอาจเพิ่งเริ่มต้น
การกลับตัวในครั้งนี้ถือเป็นการพลิกจากแนวโน้มขาลงที่ยืดเยื้อตลอดช่วงเดือนธันวาคม โดยราคาของชิบะอินุปรับตัวขึ้นเกือบ 20% นับตั้งแต่ต้นปี ซึ่งไม่เพียงชดเชยการขาดทุนที่ผ่านมา แต่ยังบ่งชี้ถึงแรงซื้อที่แข็งแกร่งมากพอจะเปลี่ยนโมเมนตัมของตลาดอีกด้วย โดยในกราฟราย 2 ชั่วโมง พบว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วันได้ตัดขึ้นเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน ทำให้เกิดสัญญาณ ‘โกลเดนครอส’ ซึ่งมักถูกตีความว่าเป็นจุดเริ่มต้นของแนวโน้มขาขึ้น
*จุดที่น่าจับตาเป็นพิเศษคือเส้นค่าเฉลี่ยทั้งสองเส้นกำลังเคลื่อนตัวขึ้นพร้อมกัน* ไม่ใช่เพียงแค่การตัดกัน ในทางเทคนิค ถือเป็นสัญญาณที่แข็งแกร่งกว่าปกติ ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงแนวโน้มขาขึ้นระยะกลางถึงระยะยาว มากกว่าจะเป็นเพียง ‘การเด้งของแมวตาย’ หรือการดีดตัวชั่วคราวจากภาวะขายมากเกินไป
ในขณะนี้ ราคาชิบะอินุกำลังทดสอบระดับแนวต้านที่ 0.00000900 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.3 บาท) หากทะลุผ่านได้ เป้าหมายถัดไปจะอยู่ที่ 0.00000940 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.4 บาท) และอาจนำไปสู่การ ‘ลบศูนย์’ ซึ่งหมายถึงการที่ตัวเลขศูนย์หลังจุดทศนิยมลดลงหนึ่งตำแหน่ง เป็นปรากฏการณ์เชิงสัญลักษณ์ที่นักลงทุนในชุมชนเห็นว่าแสดงถึงความแข็งแกร่งของราคา
อย่างไรก็ตาม หากราคาถูกปฏิเสธที่แนวต้านดังกล่าว แนวรับถัดไปจะอยู่ที่ 0.00000810 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.2 บาท) ซึ่งหากไม่สามารถยืนเหนือระดับนี้ได้ แนวโน้มขาขึ้นอาจถูกทำลาย และการฟื้นตัวอาจชะลอลง แต่ *ความคิดเห็น* จากนักวิเคราะห์จำนวนมากยังคงมองบวกโดยระบุว่า หากบิตคอยน์(BTC) ฟื้นตัวขึ้นแตะระดับ 93,000 ดอลลาร์ (ราว 1.34 ล้านบาท) ได้อย่างมั่นคง ชิบะอินุอาจมีโอกาสสูงในการทะลุแนวต้านและลบศูนย์ได้สำเร็จ
ในระยะยาว นักลงทุนบางส่วนเริ่มมองหาโปรเจกต์ที่มีศักยภาพด้านเทคโนโลยีมากกว่าหุ้นกระแสชั่วคราวหนึ่งในนั้นคือ *SUBBD* ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำหรับผู้สร้างเนื้อหาที่ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ โดยปัจจุบันโครงการได้ระดมทุนไปแล้ว 1.4 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 20.2 ล้านบาท) ในรอบพรีเซล
แพลตฟอร์มนี้ตั้งอยู่บนเครือข่ายของอีเธอเรียม(ETH) มีเป้าหมายในการให้บริการเครื่องมือสร้างคอนเทนต์โดยอัตโนมัติ และระบบแบ่งรายได้ที่โปร่งใสให้กับผู้ใช้งาน พร้อมเสนอผลตอบแทนจากการสเตค (APY) สูงถึง 20% เพื่อดึงดูดกลุ่มผู้ร่วมลงทุนเริ่มแรก โดยราคาของโทเคน SUBBD ตอนนี้อยู่ที่ 0.057325 ดอลลาร์ (ประมาณ 82 บาท) และยังคงมีแนวโน้มปรับขึ้นก่อนสิ้นสุดรอบขายล่วงหน้า
ภาพรวมบ่งชี้ว่า *กลยุทธ์การลงทุนในปี 2026* อาจไม่สามารถพึ่งพาความคาดหวังด้านราคาเพียงอย่างเดียว นักลงทุนจำนวนมากเริ่มให้ความสนใจกับโครงการที่ ‘มีของจริง’ ทั้งในแง่เทคโนโลยีและความสามารถในการนำไปใช้ได้จริง ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว อาจเป็นสัญญาณของการเติบโตอย่างยั่งยืนในตลาดคริปโตที่เคยผันผวนในอดีต
ความคิดเห็น 0