บริษัท PwC ถอนท่าทีระมัดระวังต่อคริปโต และเริ่มเข้าสู่ตลาดอย่างเป็นทางการ หลังการผ่านร่างกฎหมายควบคุมสเตเบิลคอยน์ ‘Genius Act’ ในสหรัฐเมื่อปี 2025 ซึ่งช่วยลดความไม่ชัดเจนของกฎเกณฑ์ด้านสินทรัพย์ดิจิทัล การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สะท้อนว่าแม้แต่ ‘บิ๊กโฟร์’ ด้านบัญชีก็ไม่อาจเมินวงการคริปโตได้อีกต่อไป
ตามรายงานของ Financial Times เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) PwC ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ที่ลอนดอน ได้ปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่โดยเสนอแนวทางนำสเตเบิลคอยน์มาใช้กับกลุ่มลูกค้าองค์กร พร้อมเริ่มขยายบริการด้านสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างจริงจัง
แต่เดิม PwC ในสหรัฐมีท่าทีไม่เร่งรีบกับการทำธุรกิจเกี่ยวกับคริปโต อย่างไรก็ตาม การผ่านร่างกฎหมาย Genius Act ได้เปลี่ยนแปลงแนวทางของบริษัทอย่างชัดเจน โดยกฎหมายฉบับนี้มุ่งควบคุมสเตเบิลคอยน์ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีมูลค่าอ้างอิงจากดอลลาร์สหรัฐ(USD) และมีเป้าหมายควบคุมให้อยู่ภายใต้กรอบชัดเจนยิ่งขึ้น
พอล กริกส์ หุ้นส่วนอาวุโสของ PwC สหรัฐ กล่าวว่า “Genius Act ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับสินทรัพย์อย่างสเตเบิลคอยน์ เราอธิบายประโยชน์ของเทคโนโลยีสินทรัพย์ดิจิทัลในแง่ของการพัฒนาระบบชำระเงินให้ลูกค้าองค์กรอย่างต่อเนื่อง” ท่ามกลางกระแสที่มองว่าสเตเบิลคอยน์เป็นตัวเลือกในการชำระเงินที่เร็วกว่าและถูกกว่าการโอนเงินผ่านบัญชีหรือการใช้บัตรเครดิต
ความเคลื่อนไหวนี้ของ PwC ยังสะท้อนถึงแนวโน้มในกลุ่มบริษัทบัญชีรายใหญ่รายอื่น ๆ ที่มีท่าทีคล้ายกัน เป็นสัญญาณว่าการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลกเริ่มชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะในฝั่งของ ‘สเตเบิลคอยน์’ ซึ่งยิ่งได้รับการยอมรับในฐานะโครงสร้างพื้นฐานใหม่เชื่อมโยงกับบริการทางการเงินปัจจุบันอย่างรวดเร็ว
ที่ผ่านมา ฮ่องกงได้เริ่มใช้ระบบให้ใบอนุญาตแก่ผู้ออกสเตเบิลคอยน์ ขณะเดียวกันญี่ปุ่นได้เปิดตัวโทเคนที่มีฐานจากเงินเยนอย่างเป็นทางการ และธนาคารกลางยุโรปก็เปิดเผยว่าอยู่ระหว่างเตรียมการปล่อยเหรียญดิจิทัลที่เชื่อมโยงกับเงินยูโร
ที่สำคัญ ตลาดสหรัฐเริ่มมีกรอบกฎเกณฑ์ที่เป็นมิตรกับคริปโตอย่างชัดเจนหลังปี 2025 ส่งผลให้ตลาดสเตเบิลคอยน์เติบโตอย่างก้าวกระโดด ข้อมูลจากแพลตฟอร์ม DefiLlama เผยว่ามูลค่าตลาดรวมของสเตเบิลคอยน์ทั่วโลกแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 3.07 แสนล้านดอลลาร์ หรือราว 44.4 ล้านล้านวอน (ประมาณ 11.1 ล้านล้านบาท)
แม้ตลาดคริปโตโดยรวมซึ่งรวมถึง บิตคอยน์(BTC) จะมีการปรับฐานในช่วงปลายปี 2025 แต่ ‘สเตเบิลคอยน์’ ยังคงรักษาสถานะเบอร์หนึ่งในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยต่อไปได้อย่างแข็งแกร่ง แม้ช่วงไม่กี่เดือนมานี้ตลาดจะชะลอตัว แต่ข้อมูลจาก DefiLlama ชี้ว่ามูลค่ารวมของสเตเบิลคอยน์ยังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง
ความคิดเห็น: เทรนด์ใหม่นี้สะท้อนว่าระบบการเงินแบบดั้งเดิมเริ่มให้ความสำคัญกับสเตเบิลคอยน์ในฐานะกลไกสำคัญของระบบการเงินในอนาคต
การที่ PwC หันมาให้บริการด้านสินทรัพย์ดิจิทัลจึงถือเป็นสัญญาณของ ‘การบรรจบกันระหว่างโลกการเงินดั้งเดิมและคริปโต’ ในระดับที่จริงจังมากขึ้น ซึ่งเมื่อกฎเกณฑ์ชัดเจนขึ้น อุปสรรคในการเข้าสู่ตลาดสำหรับองค์กรขนาดใหญ่จะยิ่งลดน้อยตามไปด้วย และอาจนำไปสู่การเข้าร่วมของกลุ่มสถาบันอย่างเป็นระบบในอนาคตอีกไม่นานนัก
ความคิดเห็น 0