นักเทรดรายหนึ่งกลายเป็นที่พูดถึงในวงการคริปโต หลังจากเปลี่ยนเงินลงทุนเพียง 321 ดอลลาร์ (ประมาณ 11,000 บาท) ให้กลายเป็น 2.18 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 72 ล้านบาท) ภายในเวลาเพียง 11 วัน ด้วยกลยุทธ์กระจายซื้อ ‘114514’ ซึ่งเป็นเหรียญมีม(Memecoin)บนเครือข่ายโซลานา(SOL) ตั้งแต่ช่วงที่ราคายังไม่ขยับตัว
จากข้อมูลของ Lookonchain แพลตฟอร์มวิเคราะห์บล็อกเชน กระเป๋าเงินที่ใช้รหัส ‘8BGiMZ’ ได้ทำการซื้อ 114514 ทีละเล็กทีละน้อยตลอดหลายวัน โดยใช้เงินจากโซลานาที่มีมูลค่าเพียงไม่กี่ดอลลาร์ต่อครั้ง รวมแล้วถือครองโทเคนราว 45.58 ล้านเหรียญ ซึ่งมูลค่าพุ่งขึ้นถึงกว่า *6,800 เท่า* ภายในเวลาอันสั้น
ก่อนหน้านี้ ‘114514’ เป็นเหรียญที่แทบไม่มีความเคลื่อนไหว แต่กิจกรรมในตลาดกลับพลิกผันอย่างรุนแรงในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยข้อมูลจาก Dexscreener ระบุว่า ภายใน 24 ชั่วโมง มูลค่าการซื้อขายทะลุ 20 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 722 ล้านบาท) และราคาพุ่งขึ้นกว่า *700%* ส่งผลให้ *มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดแบบ Fully Diluted (FDV)* ของโทเคนแตะระดับใกล้ 50 ล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม นักเทรดรายนี้ยังไม่ได้เทขายโทเคนจำนวนมากที่ถืออยู่บนเครือข่าย ตามข้อมูลบนเชนพบว่ามีการเคลื่อนย้ายเหรียญออกไปภายนอกน้อยมาก จึงคาดว่าเขายังถือครองตำแหน่งทั้งหมดเอาไว้อย่างเหนียวแน่น
แม้ว่าเรื่องราวนี้จะดูน่าทึ่ง แต่ก็สะท้อนถึงความเสี่ยงของตลาดมีมคอยน์อย่างชัดเจน เนื่องจากเหรียญเหล่านี้มักพึ่งพา ‘momentum’ จากโซเชียลมีเดีย ความนิยมเฉียบพลัน และสภาพคล่องในตลาด ซึ่ง *ความคิดเห็น* ชี้ว่า นักลงทุนส่วนใหญ่จึงมักพลาดจังหวะและประสบความเสียหายมากกว่าทำกำไร
ขณะเดียวกัน ภาพรวมของตลาดมีมคอยน์ก็กำลังฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ส่วนแบ่งในตลาดอัลต์คอยน์ของมีมคอยน์เคยลดต่ำลงถึง 3% แต่ในเดือนมกราคมทำจุดสูงสุดใหม่เกิน 20% ส่งผลให้มูลค่ารวมของตลาดกลับขึ้นมายืนที่ 50,000 ล้านดอลลาร์อีกครั้ง เหรียญอย่าง บอง(BONK), โฟลกิ(FLOKI) และ เปเป้(PEPE) ต่างเป็นผู้นำการฟื้นตัวครั้งนี้
ข้อมูลจากแพลตฟอร์มวิเคราะห์อย่าง Santiment และ CoinGecko สนับสนุนว่า ปริมาณการซื้อขายและจำนวนกระเป๋าใหม่ที่ถือเหรียญมีมก็เพิ่มขึ้นด้วย เป็นสัญญาณว่า *ความเสี่ยง* กลับมาเป็นที่ยอมรับของตลาดเร็วกว่าที่คาดไว้
นอกจากนี้ ความเคลื่อนไหวในตลาด ETF ก็สะท้อนถึงกระแสการกระจายตัวของมีมคอยน์ โดยมีผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่อิงกับดัชนีของมีมคอยน์ เช่น ด็อกคอยน์(DOGE) แบบเลเวอเรจ ดึงดูดความสนใจของนักลงทุนฝั่งตลาดทุนแบบดั้งเดิม
อีกด้านหนึ่ง คือการขยายแนวคิดของมีมคอยน์ไปสู่ธีมใหม่ๆ เช่น มีมเชิงการเมืองอย่าง ‘PolitiFi’ และ มีมที่ผสานกับ AI ต่างเข้ามาสร้างทางเลือกในกลยุทธ์การลงทุน ทำให้โลกของเหรียญมีมไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่แนวตลกหรือไวรัลอีกต่อไป
*ความคิดเห็น*: ถึงแม้กรณีศึกษานี้จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักลงทุนที่กำลังมองหาโอกาส แต่ก็เป็นสิ่งย้ำเตือนว่า ในโลกของคริปโตผลตอบแทนที่สูงมักมาพร้อมกับความเสี่ยงที่ไม่อาจมองข้าม ผู้ที่สนใจควรศึกษาให้รอบคอบ และไม่ลืมตรวจสอบสภาพคล่องก่อนเข้าซื้อหรือขายเสมอ
ความคิดเห็น 0