ไบแนนซ์เปิดตัว ‘สัญญาฟิวเจอร์สแบบถาวร (Perpetual Contracts)’ ที่อ้างอิงมูลค่าจาก ‘ทองคำ’ และ ‘เงิน’ ซึ่งถือเป็นการรุกคืบเข้าสู่ตลาดสินทรัพย์ดั้งเดิมอย่างเป็นทางการ โดยมีการชำระราคาเป็นเทเธอร์(USDT) สะท้อนแนวคิด ‘นำสินทรัพย์ดั้งเดิมเข้าสู่โลกบล็อกเชน’ ผ่านโครงสร้างสินทรัพย์ดิจิทัลแบบเดิมที่มีอยู่แล้วในตลาดคริปโต
สินค้าทางการเงินใหม่นี้ถูกแบรนภายใต้ชื่อ ‘TradFi Perpetual Contracts’ ซึ่งสามารถซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่มีวันหมดอายุ เช่นเดียวกับสัญญาฟิวเจอร์สของสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วไป โดยมี ‘XAUUSDT’ (ทองคำ) และ ‘XAGUSDT’ (เงิน) เป็นคู่แรกที่เปิดให้ซื้อขาย ทั้งนี้ ไบแนนซ์ยังเตรียมเปิดตัวสัญญาฟิวเจอร์สที่อ้างอิงจากทรัพย์สินจริงอื่น ๆ ในอนาคตอันใกล้
นอกจากนี้ สัญญาดังกล่าวได้รับการรับรองโดยหน่วยงานกำกับดูแลด้านบริการทางการเงินของตลาดโลกอาบูดาบี (ADGM) ผ่านบริษัทในเครือของไบแนนซ์ชื่อ ‘เนสต์ เอ็กซ์เชนจ์ ลิมิเต็ด (Nest Exchange Limited)’ โดยไบแนนซ์ระบุว่า เป็นแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลระดับโลกแห่งแรกที่ได้รับใบอนุญาตแบบครอบคลุมในการออกผลิตภัณฑ์ลักษณะนี้ภายใต้กรอบการกำกับดูแลแบบ ADGM
รูปแบบของผลิตภัณฑ์นี้ยังคงใช้โครงสร้างสัญญาฟิวเจอร์สแบบดั้งเดิมในตลาดคริปโต กล่าวคือ ไม่มีวันหมดอายุ และใช้ระบบ 'funding fee' เพื่อควบคุมความผันผวนของราคาจากสินทรัพย์อ้างอิง ทั้งยังมีระบบการควบคุมความเสี่ยงและกลไกราคาที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับตลาดสินทรัพย์ดั้งเดิมที่มีเวลาซื้อขายจำกัด
ไบแนนซ์เคยมีสัญญาณในการขยายเข้าสู่ภาคการเงินดั้งเดิมมาก่อนหน้านี้ โดยเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา บริษัทได้เผยเอกสาร API ที่แสดงให้เห็นว่ามีแผนปล่อยผลิตภัณฑ์ฟิวเจอร์สที่เชื่อมโยงกับหุ้นด้วย ‘ความคิดเห็น’ ว่านี่คือสัญญาณชัดเจนว่าไบแนนซ์กำลังเปลี่ยนเป้าหมายจากโฟกัสเฉพาะบิตคอยน์(BTC) ไปสู่สินทรัพย์ดั้งเดิมที่กว้างขึ้น ในขณะที่ความสนใจของนักลงทุนเริ่มเบนไปที่หุ้นและสินค้าโภคภัณฑ์
ด้านคียองจู ซีอีโอของบริษัทข้อมูลบล็อกเชนคริปโตควอนต์(CryptoQuant) กล่าวว่า "เรากำลังเห็นการหมุนเวียนของเงินทุนจากบิตคอยน์ไปยังหุ้นและโลหะมีค่า" และเสริมว่า "โอกาสที่จะเกิดภาวะขาลงรุนแรงอาจลดลง แต่ตลาดอาจเข้าสู่ช่วงทรงตัวที่ยืดเยื้อแทน"
ในอีกมุมหนึ่ง ตลาดก็เริ่มเห็นการ ‘โทเคนไรซ์’ (Tokenization) ที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยมีการสร้างสินทรัพย์ดั้งเดิมให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัลบนเชนอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจากงานวิจัยชี้ว่า มูลค่ารวมของสินทรัพย์แบบโทเคนซึ่งรวมถึงหุ้นและสินค้าโภคภัณฑ์อาจทะลุ 1 พันล้านดอลลาร์ หรือกว่า 1.4 หมื่นล้านบาท ภายในสิ้นปี 2025 ‘ความคิดเห็น’ ว่า สิ่งนี้สะท้อนว่าโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชนไม่ได้จำกัดแค่คริปโตอีกต่อไป แต่กลายเป็นช่องทางในการเข้าถึงการลงทุนอีกเส้นทางหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวด้านผลิตภัณฑ์ไม่ได้กลบกระแสข่าวด้านกฎหมายที่ยังคงรุมเร้าไบแนนซ์ เมื่อเร็ว ๆ นี้ ฟินแนเชียลไทมส์(FT) รายงานว่า แม้ไบแนนซ์จะทำข้อตกลงยุติคดีมูลค่า 4.3 พันล้านดอลลาร์กับหน่วยงานของสหรัฐในปี 2023 แต่ยังคงมีธุรกรรมที่น่าสงสัยเกิดขึ้นภายหลังจากนั้น
โดยเอกสารภายในที่ FT ได้รับมาเผยว่า มีบัญชีความเสี่ยงสูงประมาณ 13 บัญชีที่ทำธุรกรรมร่วมกันราว 1.7 พันล้านดอลลาร์ในช่วงปี 2021-2025 โดยในจำนวนนี้ มีถึง 144 ล้านดอลลาร์ที่เกิดขึ้นหลังการทำข้อตกลงกับทางการ ไบแนนซ์ได้ออกมาปฏิเสธรูปแบบการรายงานของ FT พร้อมชี้แจงเพิ่มเติมในภายหลัง
FT ยังเปิดเผยอีกด้วยว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ตัดสินใจ ‘อภัยโทษ’ ให้กับจ้าว ฉางเผิง อดีตซีอีโอของไบแนนซ์ในเดือนตุลาคม 2025 จากข้อหาละเมิดกฎหมายป้องกันการฟอกเงิน และหลังจากนั้น ความเชื่อมโยงระหว่างครอบครัวทรัมป์กับพันธมิตรทางธุรกิจของไบแนนซ์ก็ชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐ
ข่าวนี้จึงแสดงให้เห็นว่า ในขณะที่ไบแนนซ์พยายามสร้างภาพลักษณ์ในแง่ปฏิบัติตามกฎระเบียบและต่อยอดเข้าสู่โลกการเงินดั้งเดิม กลับยังต้องเผชิญความสงสัยในเรื่องธรรมาภิบาลและความโปร่งใสซึ่งคงส่งผลต่อแนวโน้มในอนาคตของทั้งบริษัทและอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลโดยรวม
ความคิดเห็น 0