หัวหน้าแก๊งหลอกลวงจากจีน ถูกส่งตัวกลับประเทศ ปมบิตคอยน์กว่า 2.9 ล้านล้านวอนยังไร้ร่องรอย
‘เฉิน จื้อ’ หัวหน้าองค์กรอาชญากรรมสัญชาติจีน ผู้ต้องสงสัยคดีหลอกลวงทางออนไลน์แบบ ‘Pig Butchering’ ถูกจับกุมในกัมพูชาและส่งตัวกลับจีนเมื่อไม่นานนี้ พร้อมกระแสความสนใจจากตลาดที่มุ่งไปยังบิตคอยน์(BTC) จำนวนกว่า 23,000 เหรียญ หรือมูลค่ากว่า 2.9 ล้านล้านวอน (ประมาณ 20,000 ล้านดอลลาร์) ที่คาดว่าเขายังคงครอบครองอยู่
เมื่อวันที่ 9 สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ทางการกัมพูชาแถลงการจับกุมเฉิน จื้อ หลังจากดำเนินการร่วมกับหน่วยงานจีนมาหลายเดือน โดยเขาถูกถอนสัญชาติกัมพูชาเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ก่อนจะถูกส่งตัวกลับจีนพร้อมกับผู้ต้องสงสัยอีก 2 คน ซึ่งล้วนเป็นชาวจีนเช่นกัน
หนึ่งในนักวิเคราะห์จากบริษัทวิจัยคริปโตชื่อดัง อย่างอเล็กซ์ ซอน แห่งกาแล็กซีดิจิทัล(Galaxy Digital) เปิดเผยผ่าน X (อดีตทวิตเตอร์) ว่า เฉินอาจยังควบคุมบิตคอยน์กว่า 23,000 เหรียญ มูลค่ารวมเกิน 20,000 ล้านดอลลาร์ โดยจำนวน 7,234 BTC ถูกเก็บอยู่ในกระเป๋าเงินดิจิทัลซึ่งเชื่อมโยงกับ ‘หลู่เปียน(LuBian)’ หรือ ‘พรินซ์กรุ๊ป’ ในขณะที่อีก 15,957 BTC ถูกย้ายที่อยู่หลังจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐประกาศการยึดเหรียญในเดือนตุลาคม 2025 และเชื่อว่าถูกโยกย้ายออกจากกระเป๋าที่โดนทางการสหรัฐคว่ำบาตร
ถึงแม้สหรัฐฯ จะเคยตั้งข้อหาต่อเฉินก่อนหน้านี้ แต่การที่จีนเป็นฝ่ายควบคุมตัวเขาไว้ในปัจจุบัน ทำให้ความเป็นไปได้ในการส่งตัวให้สหรัฐฯ ลดลงอย่างมาก ซอนให้ความเห็นว่า “จนถึงขณะนี้ เหรียญทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเฉินยังไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ” และนั่นอาจเป็นสัญญาณของศึกอำนาจเหนือสินทรัพย์ดิจิทัลที่กำลังจะเริ่มขึ้นระหว่างสหรัฐกับจีน ว่าใครจะได้สิทธิ์ในการควบคุมและจัดการเหรียญจำนวนนั้น
ข้อมูลอ้างอิงจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐในเหตุการณ์ยึดสินทรัพย์ช่วงตุลาคม 2025 ระบุว่า หน่วยงานสหรัฐสามารถยึดบิตคอยน์ได้ถึง 127,271 เหรียญจากเครือข่ายกระเป๋าเงินของหลู่เปียน ในขณะที่เฉินถูกระบุว่าเป็นผู้นำกลุ่มอาชญากรรมที่ดำเนินกิจกรรมผิดกฎหมายหลายรูปแบบ ทั้งฟอกเงิน พนันออนไลน์ บังคับใช้แรงงาน และหลอกลวงเพื่อผลประโยชน์ทางการเงินขนาดใหญ่
ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงทางไซเบอร์เคยชี้ให้เห็นว่า กระเป๋าเงิน ‘หลู่เปียน’ มีปัญหาเรื่อง ‘entropy ต่ำ’ ซึ่งทำให้ระบบความปลอดภัยอ่อนแอ และมีบางกระเป๋าถูกระบุว่าถูกใช้ในการฟอกเงิน ทว่ายอดคงเหลือส่วนใหญ่นั้น ไม่ได้มาจากกระเป๋าที่ยึดได้โดยตรง แต่กลับมาจากกระเป๋าเงินของแฮกเกอร์ซึ่งเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ LuBian.com
ประเด็นสำคัญในเวลานี้ คือ ใครจะมีเขตอำนาจที่แท้จริงในการจัดการบิตคอยน์ 23,191 เหรียญที่ยังสามารถติดตามได้ และสถานการณ์ดังกล่าว ได้เปิดช่องให้เกิดข้อกังวลเรื่อง ‘อำนาจศาล’ ระหว่างประเทศที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ซึ่งมีโอกาสกลายเป็นชนวนความขัดแย้งทางการเมืองและกฎหมาย
เมื่อวันที่ 9 ราคาบิตคอยน์(BTC) ยังคงอยู่ที่ระดับประมาณ 90,374 ดอลลาร์ หรือราว 1.31 ล้านบาทต่อเหรียญ เหตุการณ์นี้ไม่เพียงกระตุ้นประเด็นเรื่องการติดตามทรัพย์สินดิจิทัลผิดกฎหมาย แต่ยังสะท้อนความเปราะบางของระบบระหว่างประเทศในการจัดการ ‘ขอบเขตอำนาจทางกฎหมาย’ ของคริปโตในระดับโลก ความเคลื่อนไหวของเหรียญในอนาคตอาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของทิศทางใหม่ในตลาดคริปโตทั่วโลก ‘ความคิดเห็น’ ตลาดควรจับตาอย่างใกล้ชิด
ความคิดเห็น 0