ตลาดคริปโตกลับสู่แนวโน้ม ‘ขาลง’ ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านดอกเบี้ย ส่งผลให้ราคา *บิตคอยน์(BTC)* และ *อีเธอเรียม(ETH)* ปรับฐานพร้อมกัน โดยเมื่อวันที่ 7 ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีโดยรวมสูญเสียมูลค่าราว 1.6% เหลือประมาณ 3.24 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 4,688 ล้านล้านวอน ซึ่งมากถึง 65 จาก 100 เหรียญหลักปรับลดลง ขณะที่ 9 ใน 10 อันดับแรกสูญเสียราคาภายในวันเดียว
แกนกลางของแรงขายอยู่ที่ราคาของ *บิตคอยน์(BTC)* ซึ่งลดลง 1.9% มาที่ระดับ 91,799 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.33 ล้านบาท) และ *อีเธอเรียม(ETH)* ลดลง 0.5% อยู่ที่ 3,211 ดอลลาร์ (ราว 464,000 บาท) โดยมูลค่าการซื้อขายรวมของตลาดอยู่ที่ราว 150 ล้านล้านวอน ขณะที่ดัชนีความรู้สึกนักลงทุนยังคงอยู่ในโซน ‘เป็นกลาง’
อย่างไรก็ดี บางเหรียญก็สามารถต้านกระแสขายได้ โดย *ทรอน(TRX)* ปรับขึ้น 1.1% สู่ระดับ 0.2944 ดอลลาร์ (ประมาณ 426 วอน) เป็นหนึ่งในไม่กี่เหรียญที่ยังคงแนวโน้มบวก *ไฮเปอร์ลิควิด(Hyperliquid)* เพิ่มขึ้น 3.4% อยู่ที่ 27.42 ดอลลาร์ และ *มีมคอร์(MemeCore)* ปรับขึ้น 3.2% แตะระดับ 1.68 ดอลลาร์ ในทางตรงข้าม *ริปเปิล(XRP)* ร่วงลงแรงที่สุดที่ 4.7% เหลือเพียง 2.25 ดอลลาร์ *เมนเทิล(MNT)* ลดลง 5.9% และ *โปรวิเน็นซ์บล็อกเชน(HASH)* ดิ่งลงถึง 10.3% อยู่ที่ 0.02686 ดอลลาร์
*บิตคอยน์(BTC)* เผชิญแรงเทขายระยะสั้น โดยเคลื่อนไหวระหว่าง 94,343 ดอลลาร์ ถึง 91,544 ดอลลาร์ ก่อนรีบาวน์เล็กน้อยไปแตะ 93,600 ดอลลาร์ แล้ววกกลับลงมาเคลื่อนไหวบริเวณแนวรับ นักวิเคราะห์มองว่า หากบิตคอยน์ยังสามารถยืนเหนือระดับ 91,000 ดอลลาร์ได้ มีโอกาสกลับขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 94,000–96,000 ดอลลาร์ แต่หากหลุดจากแนวรับดังกล่าว อาจไหลต่อไปถึง 85,000 ดอลลาร์
ด้าน *อีเธอเรียม(ETH)* ก็ไม่ได้ต่างกันมากนัก โดยยังไม่สามารถผ่านแนวต้าน 3,300 ดอลลาร์ได้ และลื่นลงมาหาโซน 3,196 ดอลลาร์ ซึ่งถือว่า ‘ไม่นิ่ง’ ตลาดมองว่า หากหลุดเส้น 3,100 ดอลลาร์ ก็อาจต้องถอยไปรับที่ระดับ 2,900 ดอลลาร์ ในทางกลับกัน หากรักษาฐานได้ มีความเป็นไปได้ที่จะกลับมาทดสอบระดับ 3,600–3,800 ดอลลาร์
ท่ามกลางความผันผวนของราคา คำแถลงจากธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) มีอิทธิพลต่อมุมมองตลาดเมื่อวันที่ 7 สตีเวน มิราน หนึ่งในกรรมการธนาคารกลาง ออกมากล่าวว่า “นโยบายดอกเบี้ยปัจจุบันยังอยู่ในระดับจำกัดอย่างชัดเจน” และบ่งชี้ว่า ปีหน้ามีโอกาสลดดอกเบี้ยลงได้ถึง 100 จุดเบสิส (bp) ซึ่งตลาดตีความว่าเป็นสัญญาณ ‘ผ่อนคลาย’ และดันความคาดหวังต่อ *สภาพคล่อง* กลับขึ้นมา
อย่างไรก็ตาม ความหวังต่อดอกเบี้ยนั้นยังไม่สามารถผลักดันตลาด ETF ได้โดยตรง โดยเมื่อวันที่ 6 สหรัฐประสบกับ *กระแสเงินไหลออก* จาก ETF บิตคอยน์สปอตถึง 243.24 ล้านดอลลาร์ โดย *ฟิเดลิตี้* สูญเสียมากที่สุดที่ 312.24 ล้านดอลลาร์ และ *เกรย์สเกล* ตามมาที่ 115.8 ล้านดอลลาร์ ในขณะที่ *แบล็คร็อก* กลับมีการไหลเข้า 228.66 ล้านดอลลาร์ ซึ่งช่วยชะลอกระแสดาวน์บางส่วน
ETF อีเธอเรียมกลับโชว์ฟอร์มได้ดีกว่า โดยมีเม็ดเงินไหลเข้าสุทธิ 114.74 ล้านดอลลาร์ *แบล็คร็อก*, *21Shares* และ *Bitwise* เป็นผู้นำในการดึงดูดเงินทุน ในขณะที่ *เกรย์สเกล* และ *ฟิเดลิตี้* ยังคงมีเงินเคลื่อนออก
*ฟาเบียน โดรี* ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ *ซิกนัม แบงก์* กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของ ETF ณ ชั่วโมงนี้ เป็นมากกว่าสัญญาณสั้น ๆ แต่สะท้อน ‘ความต้องการระยะยาวแบบโครงสร้าง’ โดยเฉพาะในกลุ่มนักลงทุนสถาบัน เขามองว่านี่คือส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ *‘debasement trade’* ซึ่งหมายถึงการลงทุนในสินทรัพย์หายากเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อและหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้น
ในขณะเดียวกัน ธนาคารรายใหญ่ของสหรัฐอย่าง *Bank of America* และ *Morgan Stanley* ก็กำลังปรับทัพกลยุทธ์ ETF เพื่อขยายฐานลูกค้ารายย่อย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสัญญาณว่าตลาดกำลังปรับโครงสร้างโดยมี ‘สถาบัน’ เป็นแกนกลาง
ด้านแรงกดดันต่อรัฐบาลสหรัฐยังไม่ลดลง เมื่อกรณีการขาย *บิตคอยน์(BTC)* ที่ถูกยึดมาโดยกระทรวงยุติธรรมผ่าน *Coinbase Prime* ทำให้ *ซินเทีย ลูมิส* วุฒิสมาชิกสหรัฐออกมาแสดงความไม่พอใจโดยกล่าวว่า “ในขณะที่ประเทศอื่นกำลังสะสมบิตคอยน์ รัฐบาลของเรากลับเทขายสินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์ทิ้งไปแบบเปล่าประโยชน์”
อีกประเด็นที่กำลังจับตาคือแผนของผู้จัดทำดัชนีระดับโลก *MSCI* ซึ่งอยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะถอดบริษัทที่ถือ*ทรัพย์สินดิจิทัล* เป็นสินทรัพย์ในงบดุล (เช่นบริษัทคริปโต) ออกจากชุดดัชนีบางประเภทหรือไม่ โดยตั้งเป้าว่าจะตัดสินใจขั้นสุดท้ายภายในกุมภาพันธ์ 2026 อย่างไรก็ตาม MSCI ระบุ ยังต้องเปิดรับฟังความเห็นจากตลาดและตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมต่อไป
*ความคิดเห็น*: ความเปลี่ยนแปลงในตลาด ETF ที่มุ่งเน้นสถาบันมากขึ้นประกอบกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและท่าทีของรัฐบาลอาจปลุกระดมการเคลื่อนย้ายเงินทุนใหม่ในตลาดคริปโต โดยเฉพาะในกลุ่มสินทรัพย์เช่น บิตคอยน์ ที่เริ่มถูกเรียกว่า ‘สินทรัพย์ยุทธศาสตร์’ มากกว่าตัวเลือกเก็งกำไรในระยะสั้น
ความคิดเห็น 0