อีเธอเรียม(ETH) กำลังพยายามยืนเหนือระดับราคาประมาณ 3,200 ดอลลาร์ (ราว 4.64 ล้านบาท) ขณะที่ ‘ข้อมูลออนเชน’ ก็เริ่มแสดงสัญญาณฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในส่วนของปริมาณการใช้งานบนเครือข่ายที่พุ่งขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งมีนักวิเคราะห์บางรายมองว่านี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของแนวโน้มพื้นฐานที่แข็งแกร่งขึ้น แม้ราคาอาจไม่ได้ขยับขึ้นอย่างหวือหวาก็ตาม
บริษัทคริปโตออนเชน(CryptoOnchain) อ้างอิงข้อมูลจากคริปโตควอนต์(CryptoQuant) พบว่าปริมาณการโอนย้ายบนเครือข่ายอีเธอเรียมเฉลี่ย 7 วัน เพิ่มขึ้นเป็นราว 870,000 ธุรกรรมต่อวัน เพิ่มขึ้นกว่า 45% เมื่อเทียบกับช่วงสิ้นเดือนธันวาคมซึ่งอยู่ที่ประมาณ 600,000 ธุรกรรม โดยในวันที่ 29 ธ.ค. จำนวนธุรกรรมในวันเดียวพุ่งถึง 1.06 ล้านรายการ แม้ในช่วงหลังตัวเลขจะลดลงเล็กน้อย แต่ก็ยังคงรักษาระดับราว 900,000 ธุรกรรมต่อวัน
นักวิเคราะห์มองว่าการเติบโตของจำนวนการโอนนี้ไม่ใช่เพียงแค่การเร่งตัวชั่วคราว แต่สะท้อนถึงการยกระดับการใช้งานเครือข่ายในภาพรวม ซึ่งมักเป็นลักษณะของช่วงที่ ‘ดีมานด์แฝง’ กำลังก่อตัว แม้ราคาเคลื่อนไหวในกรอบแคบ
นอกจากนี้ กิจกรรมในระบบนิเวศของอีเธอเรียม เช่น การใช้งานด้านดีไฟ(DeFi), โทเคน NFT, แอปพลิเคชันแบบกระจายอำนาจ(DApp) ไปจนถึงการโอนเหรียญระหว่างกระเป๋าสตางค์ ก็มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ยิ่งมีการใช้งานจริงเกิดขึ้นมากเท่าไร ความต้องการใช้โทเคน ETH ก็ยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย
ข้อมูลออนเชนยังบ่งชี้ว่า แนวโน้มที่เกิดขึ้นในปัจจุบันน่าจะเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างระยะยาว ไม่ใช่แค่เหตุการณ์เฉพาะกิจ โดยการใช้งานบริการต่างๆ ที่มากขึ้นจะนำไปสู่ความต้องการใช้ ‘ค่าธรรมเนียมก๊าซ (Gas Fee)’ ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งสามารถเป็นปัจจัยหนุนราคาของเหรียญในระยะยาวได้
ขณะเดียวกัน ราคาของอีเธอเรียม ณ ระดับ 3,200 ดอลลาร์ ถือเป็นโซนสะสมที่มั่นคง และมีโอกาสกลายเป็นฐานราคารอบใหม่ หากพิจารณาร่วมกับข้อมูลออนเชนที่แข็งแรง ก็อาจเป็นตัวชี้วัดเบื้องต้นของตลาดกระทิงที่กำลังฟื้นตัว
‘ความคิดเห็น’: แม้ไม่สามารถยืนยันแนวโน้มของตลาดจากข้อมูลออนเชนเพียงอย่างเดียวได้ แต่ตัวเลขการใช้งานเครือข่ายที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง บ่งชี้ถึงแรงผลักดันจากผู้ใช้งานจริงที่ยังคงอยู่ ซึ่งสามารถเป็นฐานสนับสนุนราคาในอนาคต โดยไม่ต้องอาศัยกระแสเก็งกำไรแบบฉาบฉวย
หนึ่งในประเด็นที่ต้องจับตาคือ การเพิ่มขึ้นของ ‘ค่าธรรมเนียมก๊าซ’ ว่าเป็นเพียงความผันผวนระยะสั้น หรือสะท้อนถึงดีมานด์ที่แท้จริง หากแนวโน้มนี้ยังคงดำเนินต่อไป ก็อาจเป็นสัญญาณว่าอีเธอเรียมกำลังเติบโตบนพื้นฐานการใช้งานจริงอย่างยั่งยืน
ความคิดเห็น 0