ลา울 พาลมอง ‘บิตคอยน์(BTC) ลงถึง 6 หมื่นดอลลาร์’ ยังไม่ใช่สัญญาณขาลงใหญ่ มองเป็นเพียง ‘การปรับฐานแรงในตลาดกระทิง’ ท่ามกลางสภาพคล่องโลกที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง เขาเชื่อว่าในสภาพแบบนี้ ‘บิตคอยน์(BTC)’ และสินทรัพย์เสี่ยงยังได้รับแรงหนุนโดยรวม แม้ราคาจะผันผวนรุนแรงก็ตาม
เมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) ตามรายงานของ Cointelegraph ลา울 พาลซึ่งเป็นนักลงทุนสายมหภาค ระบุว่า สหรัฐและจีนรวมถึงเศรษฐกิจขนาดใหญ่อื่นๆ กำลังอัดฉีดสภาพคล่องเพิ่มขึ้น เขาย้ำว่าตอนนี้ “สภาพคล่องกำลังไหล” และ ‘อัตราการเพิ่มขึ้นของสภาพคล่องโลกยังอยู่ในช่วงเร่งตัว’ ซึ่งในมุมมองของเขา สภาวะแบบนี้มักหนุนให้ราคาสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึง ‘บิตคอยน์(BTC)’ มีฐานรองรับที่แข็งแรงกว่าโหมดตลาดขาลงจริงๆ
‘ความคิดเห็น’ พาลให้ความสำคัญกับ ‘สภาพคล่องโลก’ มากกว่าการมองเพียงกราฟราคาในระยะสั้น เพราะในอดีตทุกครั้งที่สภาพคล่องขยายตัว วัฏจักรตลาดกระทิงของสินทรัพย์เสี่ยงก็มักยืดออกไป แม้ระหว่างทางจะเจอการย่อตัวแรงหลายรอบก็ตาม
พาลอธิบายว่า ต่อให้ ‘บิตคอยน์(BTC)’ ร่วงจากโซน 1 แสน 2 หมื่น 6 พันดอลลาร์ ลงมาถึง 6 หมื่นดอลลาร์ นั่นก็ยังไม่ใช่สัญญาณเปลี่ยนทิศทางสู่ตลาดขาลงถาวร แต่ควรตีความว่าเป็น “การปรับฐานแรงในตลาดกระทิง” มากกว่า เขาย้อนเล่าประสบการณ์ที่ติดตามตลาดคริปโตมาตั้งแต่ปี 2013 ว่า ในแต่ละรอบตลาดกระทิง ‘บิตคอยน์(BTC)’ เคยย่อตัวลงราว 50% หลายครั้ง แต่แนวโน้มใหญ่ยังเป็นขาขึ้นต่อ
เขาชี้ว่าปัญหาคือ ‘นักลงทุนมักลืมรูปแบบนี้เสมอ’ ทุกครั้งที่เกิดการร่วงแรง ทำให้หลายคนรู้สึกเหมือนตลาดจบแล้ว ทั้งที่หากย้อนดูสถิติ จะพบว่าแม้ในช่วงที่ตลาดร้อนแรงที่สุด การย่อตัวในระดับ 40–50% ก็เกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า “เราพูดถึงตลาดกระทิง แต่ลืมไปว่าตลาดกระทิงก็มีช่วงที่โหดร้ายอยู่ในตัวมันเอง” เป็นภาพที่พาลต้องการสื่อ
สำหรับ ‘อัลท์คอยน์’ พาลเตือนว่ามักถูกเทขายหนักกว่าบิตคอยน์(BTC) ในช่วงผันผวน เขายกตัวอย่างโซลานา(SOL) ที่ในตลาดกระทิงปี 2021 ยังเคยร่วงลงสูงสุดราว 80% ระหว่างทาง ก่อนจะเด้งกลับขึ้นมาอย่างรุนแรงในภายหลัง พาลมองว่านี่ไม่ใช่กรณีเฉพาะของ โซลานา(SOL) แต่เป็นแพทเทิร์นที่เกิดซ้ำกับเหรียญหลักอย่าง ‘บิตคอยน์(BTC)’ และ ‘อีเธอเรียม(ETH)’ เช่นกัน
‘ความคิดเห็น’ เขามองว่าความจริงที่มักถูกมองข้ามคือ “การดิ่งแรงตามด้วยการฟื้นตัว” เป็นส่วนหนึ่งของวัฏจักรปกติในตลาดคริปโต มากกว่าจะเป็นเหตุการณ์ผิดปกติ ดังนั้นนักลงทุนที่มองตลาดในภาพใหญ่จำเป็นต้องคุ้นชินกับวงจรแบบนี้ให้ได้
พาลยังชี้ด้วยว่า ‘รอบนี้’ ทำให้นักลงทุนรู้สึกเหนื่อยล้ามากเป็นพิเศษ เพราะต่างจากอดีตที่การย่อตัวมักเกิดแบบรวดเร็วและจบสั้นๆ แต่ครั้งนี้ราคายื้อนานหลายเดือนในกรอบไซด์เวย์ถึงอ่อนตัวลงเล็กน้อยต่อเนื่อง ทำให้ความกังวลและความไม่พอใจสะสมยาวนาน เขานิยามว่าเป็น “การปรับฐานแบบหน่วงเวลา” ที่ทำให้หลายคนรู้สึกว่าตลาดไม่ไปไหนและเริ่มหมดความอดทน
อย่างไรก็ตาม พาลมองในเชิงบวกว่า ‘การสะสมพลังแบบยืดเยื้อ’ ลักษณะนี้ อาจกลายเป็นฐานให้ตลาดกระทิงในรอบนี้มีอายุยาวและมีเสถียรภาพมากกว่ารอบก่อนๆ เขาเสนอว่าขณะที่ ‘สภาพคล่องโลกยังขยายตัว’ การมองภาวะอ่อนตัวปัจจุบันเป็นจุดจบของวัฏจักรอาจเร็วเกินไป แต่ควรมองว่าเป็น “การรีเซ็ตในแนวโน้มขาขึ้น” มากกว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของขาลงใหญ่
ท้ายที่สุด พาลส่งสารชัดเจนว่า ไม่ควรใช้แค่ ‘ราคา บิตคอยน์(BTC)’ ณ ช่วงสั้นๆ มาตัดสินทิศทางตลาดทั้งหมด แต่ต้องมองควบคู่กับ ‘สภาพคล่องโลก’ และประวัติของวัฏจักรที่ผ่านมา “ถ้าคุณดูแค่กราฟสัปดาห์นี้ คุณจะคิดว่าทุกอย่างจบแล้ว แต่ถ้าดูกราฟหลายรอบวัฏจักรจะเห็นว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา”
พร้อมกันนี้เขาย้ำความเสี่ยงของ ‘อัลท์คอยน์’ ว่ามีความผันผวนสูงกว่า ‘บิตคอยน์(BTC)’ อย่างมาก ทำให้ในช่วงการปรับฐานลึกๆ แบบนี้ อัลท์คอยน์หลายตัวอาจเผชิญการร่วงแรงกว่าตลาดรวม นักลงทุนจึงต้องเตรียมใจต่อความเป็นไปได้ของ ‘การขยายตัวของแรงขาย’ ในกลุ่มอัลท์คอยน์ แม้ในภาพรวมเขายังมองว่าเรายังอยู่ในโหมดตลาดกระทิงที่ได้รับแรงหนุนจากสภาพคล่องโลกก็ตาม
ความคิดเห็น 0