‘บิตคอยน์(BTC)’ บริษัทเอกชนที่ถือครองมากที่สุดอย่าง สเตรทีจี(STRC) ถูกจับตาอีกครั้ง หลังมีรายงานว่าได้ขายบิตคอยน์(BTC) ปริมาณเล็กน้อยออกมา แต่สัญญาณในภาพรวมยังไม่ชี้ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลง ‘กลยุทธ์บิตคอยน์ระยะยาว’ ของบริษัท โดยการเคลื่อนไหวครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นการบริหาร ‘เงินปันผลและสภาพคล่อง’ มากกว่าการลดน้ำหนักลงทุนในบิตคอยน์(BTC)
สเตรทีจีเปิดเผยในรายงานที่ยื่นต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ (SEC) ว่า ระหว่างวันที่ 26–31 พฤษภาคมที่ผ่านมา บริษัทได้ขายบิตคอยน์(BTC) จำนวน 32 เหรียญ คิดเป็นมูลค่าราว 2.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 37.8 พันล้านวอน) เงินที่ได้จากการขายในรอบนี้ถูกจัดสรรไปใช้สำหรับ ‘ปันผลหุ้นบุริมสิทธิ’ และภาระผูกพันด้านเงินสดอื่นๆ ของบริษัท
การขายรอบนี้จึงถูกมองว่าเป็น ‘การจัดการโครงสร้างการเงิน’ มากกว่าการลดการถือครองสินทรัพย์ดิจิทัล สเตรทีจียังคงเป็นบริษัทเอกชนที่ถือครองบิตคอยน์(BTC) มากที่สุดในโลก โดยถืออยู่ทั้งสิ้น 843,706 BTC ขณะที่ต้นทุนเฉลี่ยอยู่ที่ราว 75,600 ดอลลาร์สหรัฐต่อเหรียญ ปริมาณที่ขาย 32 BTC จึงคิดเป็นสัดส่วนที่เล็กมากเมื่อเทียบกับพอร์ตทั้งหมด
ในช่วงเวลาเดียวกัน บริษัทได้ขายหุ้นสามัญคลาส A ออกสู่ตลาดจำนวน 801,994 หุ้น ระดมทุนได้ราว 128 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 193.6 พันล้านวอน) นอกจากนี้ยังคงถือเงินสดและสินทรัพย์สภาพคล่องรวมราว 900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.3615 ล้านล้านวอน) ควบคู่ไปกับการยืนยันอัตราเงินปันผลหุ้นบุริมสิทธิ STRC ที่ระดับปีละ 11.5%
เมื่อรวมภาพทั้งหมด การเคลื่อนไหวครั้งนี้จึงถูกตีความได้ว่ามุ่ง ‘จัดระเบียบกระแสเงินสดตามโครงสร้างหุ้นบุริมสิทธิ’ มากกว่าจะเป็นการเปลี่ยนทิศทางการลงทุนในบิตคอยน์(BTC)
อย่างไรก็ตาม การขายรอบนี้ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2022 ที่สเตรทีจีตัดสินใจขายบิตคอยน์(BTC) ซึ่งครั้งนั้นมี ‘วัตถุประสงค์ด้านภาษี’ ทำให้ตลาดหันกลับมาจับตาโครงสร้างการเงินและตราสารของบริษัท โดยเฉพาะหุ้นบุริมสิทธิ STRC อีกครั้ง
โครงสร้างของ STRC ถูกวิเคราะห์ว่ามีศักยภาพจะ ‘ส่งผลต่ออุปสงค์บิตคอยน์(BTC)’ มากกว่ากระแสเงินทุนในกองทุน ETF บิตคอยน์สปอต หากสเตรทีจีออกและขาย STRC เพื่อระดมทุน เงินที่ได้มักถูกนำไปใช้ซื้อบิตคอยน์(BTC) เพิ่ม จึงสร้าง ‘แรงซื้อฝ่ายเดียว’ เข้าตลาดคริปโต
ในทางกลับกัน หากนักลงทุนขาย STRC แรงขายจะสะท้อนอยู่ในตลาดหุ้นเป็นหลัก ขณะที่ราคา ‘บิตคอยน์สปอต’ จะไม่ได้รับแรงกดดันด้านอุปทานโดยตรงจากโครงสร้างนี้ ส่งผลให้กลไกระดมทุนผ่าน STRC ถูกมองว่าเป็นกลไกที่สามารถสร้างอุปสงค์บิตคอยน์(BTC) แบบทิศทางเดียวได้ในเชิงทฤษฎี
อย่างไรก็ดี เมคานิซึมนี้จะทำงานได้ต่อเนื่อง ‘ราคาของ STRC’ เป็นตัวแปรสำคัญ หาก STRC ซื้อขายอยู่เหนือระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น การออกหุ้นเพิ่มทุนและการระดมทุนจะทำได้ง่ายขึ้น ทำให้สเตรทีจีสามารถขยายการซื้อบิตคอยน์(BTC) ได้ต่อเนื่อง แต่หากราคาหุ้นอ่อนตัวลงต่ำกว่าระดับดังกล่าว การออกหุ้นใหม่จะยากขึ้น และศักยภาพในการซื้อบิตคอยน์(BTC) เพิ่มก็จะลดลงตามไปด้วย
สรุปแล้ว การขายบิตคอยน์(BTC) ครั้งล่าสุดของสเตรทีจีควรตีความว่าเป็น ‘ส่วนหนึ่งของการบริหารการเงินและสภาพคล่อง’ ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงวิสัยทัศน์หรือกลยุทธ์ระยะยาวต่อบิตคอยน์(BTC) อย่างไรก็ตาม ‘โครงสร้าง STRC และเส้นทางการระดมทุน’ ของบริษัท ยังคงเป็นปัจจัยที่นักลงทุนควรเฝ้าดูอย่างใกล้ชิด เพราะอาจมีบทบาทสำคัญต่อ ‘สมดุลอุปสงค์–อุปทานของบิตคอยน์(BTC)’ ในระยะถัดไป
ความคิดเห็น 0