ราคา ‘บิตคอยน์(BTC)’ อ่อนตัวลงสู่ระดับต้นของ 90,000 ดอลลาร์ ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียเผชิญแรงขายท่ามกลางบรรยากาศความเสี่ยงที่ลดลงทั่วโลก การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นจากปัจจัยหลายด้าน โดยเฉพาะข่าว ‘ซัพพลายน้ำมันจากเวเนซุเอลา’ ที่สร้างแรงสะเทือนต่อตลาดพลังงาน ตอกย้ำโทน ‘ระวังความเสี่ยง’ ในสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงคริปโต
เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) บิตคอยน์ร่วง 2.1% มาแตะ 90,975 ดอลลาร์ ส่วนอีเธอเรียม(ETH) ลดลง 3.4% เหลือ 3,160 ดอลลาร์ และริปเปิล(XRP) ร่วงแรงถึง 4.5% เหลือ 2.17 ดอลลาร์ มูลค่าตลาดรวมของคริปโตเคอร์เรนซีอยู่ที่ราว 3.2 ล้านล้านดอลลาร์ ลดลง 1.9% จากวันก่อน
หนึ่งในปัจจัยเร่งตลาดคือแถลงการณ์ของ *ประธานาธิบดีทรัมป์* เกี่ยวกับการนำเข้าน้ำมันจากเวเนซุเอลาสูงสุด 50 ล้านบาร์เรล ความคาดหวังว่าอุปทานน้ำมันจะเร่งขึ้นถูกตีความว่าอาจช่วยคลายแรงกดดันราคาพลังงาน ส่งผลต่อนโยบายการเงินในวงกว้าง ความเคลื่อนไหวนี้สร้างแรงกดดันต่อตลาดหุ้นเอเชียเช่นกัน โดยดัชนีนิกเกอิของญี่ปุ่นลดลง 1.1% ขณะที่ฮั่งเส็งฮ่องกงร่วง 1.3% ด้าน ASX 200 ของออสเตรเลียดีดขึ้น 0.2% จากการอิงตลาดวัตถุดิบ
แม้สัญญาณเศรษฐกิจสหรัฐยังไม่ชัดเจน แต่นักลงทุนยังคงจับตาดัชนีการจ้างงานนอกภาคเกษตรซึ่งจะประกาศวันศุกร์ ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่มองว่าสัญญาณการจ้างงานที่อ่อนตัวอาจสนับสนุนความหวังว่า ธนาคารกลางสหรัฐ(Fed) จะเริ่มปรับลดดอกเบี้ยภายในปีนี้
*ความคิดเห็น* ตลาดพันธบัตรยังมีแรงซื้ออย่างต่อเนื่อง ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเล็กน้อย ปัจจัยเหล่านี้มักสนับสนุนสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโตในระยะสั้น
แม้บรรยากาศโดยรวมมีแนวโน้มอ่อนแอ แต่ภาพของตลาดคริปโตยังได้แรงพยุงบางส่วนจากการไหลเข้าของเงินลงทุนใน ETF ด้าน *บิตฟิเนกซ์(Bitfinex)* รายงานว่า “สัญญาณเงินทุนไหลเข้ามายังตลาดบิตคอยน์ยังคงแข็งแกร่ง โดยใน 2 วันแรกของปีมีเงินเข้าสู่ ETF สหรัฐกว่า 1.1 พันล้านดอลลาร์” ด้าน *มอร์แกน สแตนลีย์* อยู่ระหว่างยื่นคำขอจัดตั้งทรัสต์ลงทุนในบิตคอยน์ ขณะเดียวกัน *MSCI* ยังรักษาการเข้าถึงคริปโตของนักลงทุนสถาบัน โดยยังคงบริษัทที่ถือครองคริปโตไว้ในดัชนีหลัก
บทวิเคราะห์ของบิตฟิเนกซ์ระบุเพิ่มเติมว่า “ดัชนี S&P500 กำลังไต่สู่จุดสูงสุดใหม่ ขณะที่ราคาทองแดงและน้ำมันเบนซินอยู่ในระดับไม่กดดันเงินเฟ้อ สะท้อนภาพเศรษฐกิจปี 2026 ที่ยังเอื้อต่อสินทรัพย์เสี่ยง”
ในอีกด้านหนึ่ง ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์เริ่มปรากฏเด่นชัดขึ้น จีนยกระดับมาตรการควบคุมการส่งออก ‘เทคโนโลยีดูอัลยูส’ ที่อาจนำไปใช้ทางทหารไปยังญี่ปุ่น ส่งผลต่อตลาดในเอเชีย ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ยังจับตาพัฒนาการสองหัวข้อสำคัญ ได้แก่ รายงานจ้างงานสหรัฐในวันศุกร์ และคำตัดสินของ *ศาลสูงสหรัฐ* เกี่ยวกับนโยบายภาษีของทรัมป์ ซึ่งอาจเป็น ‘*แรงสั่นสะเทือนเชิงข่าว*’ (Headline Risk) ที่บั่นทอนความเชื่อมั่นในวงกว้าง
*ความคิดเห็น* ปัจจัยเชิงนโยบายและภูมิรัฐศาสตร์ในช่วงนี้มีแนวโน้มเพิ่มความผันผวนต่อทั้งตลาดทุนและตลาดคริปโต นักลงทุนจึงจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์ใกล้ชิดและตอบสนองอย่างยืดหยุ่นต่อความเคลื่อนไหวใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้นๆ
ความคิดเห็น 0