Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

นักวิเคราะห์ชื่อดังชี้ บิตคอยน์(BTC) อาจเข้าสู่ขาขึ้นใน 107 วัน หาก 3 เงื่อนไขหลักบรรจบ

นักวิเคราะห์จากยูทูบชื่อดัง ‘นิค’ เผยบทวิเคราะห์ล่าสุดที่กำลังได้รับความสนใจในแวดวงคริปโต โดยเสนอความเป็นไปได้ที่ *บิตคอยน์(BTC)* อาจเข้าสู่ช่วงขาขึ้นอีกครั้งภายใน ‘107 วัน’ หรือราวเดือนเมษายน ปี 2026 บทวิเคราะห์นี้ไม่ได้อิงตามเวลาแบบตั้งไว้ล่วงหน้า แต่เจาะประเด็น ‘สามเงื่อนไขสำคัญ’ ได้แก่ *ภาวะสภาพคล่องโลกที่เพิ่มขึ้น*, *แรงจูงใจทางการเมืองก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ*, และ *สัญญาณบวกด้านกฎระเบียบผ่าน “กฎหมายความชัดเจน” (Clarity Act)* โดยนิกย้ำว่า “นี่ไม่ใช่การนับถอยหลังแบบชี้ขาด แต่เป็นกรอบการลงทุนที่ตั้งอยู่บนความเป็นไปได้”

หนึ่งในปัจจัยหลักที่นิกนำมายืนยันแนวทางคาดการณ์คือ *ค่า M2 โลก* ซึ่งสะท้อนถึงเงินสภาพคล่องที่กำลังไหลเวียนทั่วโลก โดยตัวเลขล่าสุดแตะระดับสูงสุดตลอดกาลที่ราว 116 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ การวิเคราะห์นี้ยังชี้ให้เห็นว่า *บิตคอยน์มักตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพคล่องโลกภายในระยะเวลา 80–140 วัน* เช่น หลังจากเฟด(Fed)หยุดนโยบายคุมเข้มทางการเงินในเดือนธันวาคม ปี 2025 ก็อาจเปิดทางให้ *เมษายน ปี 2026* กลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของตลาด อย่างไรก็ตาม นิกเตือนว่าเหมือนในปี 2022 แค่มีสภาพคล่องไม่การันตีว่าราคาจะพุ่ง เพราะความเชื่อมั่นของตลาดก็มีอิทธิพลไม่น้อย

อีกหนึ่งตัวแปรสำคัญคือ *การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ* ซึ่งจะเกิดขึ้นในปี 2026 นิกอธิบายว่าตั้งแต่ปี 1946 เป็นต้นมา ดัชนี *S&P500* ทำผลตอบแทนได้ดีเสมอในช่วง 12 เดือนหลังเลือกตั้งกลางเทอม แม้จะเป็นตัวแปรทางตลาดทุน แต่ส่งผลต่อราคาคริปโตผ่านการเคลื่อนไหวของทุนโดยรวมเช่นกัน โดยเฉพาะในยุครัฐบาลของ *ทรัมป์* ที่มีแนวโน้มยึดโยงเสถียรภาพการเมืองกับตลาดการเงิน นิกยังมองว่าช่วง *ไพรมารีในเดือนเมษายน* อาจสร้างแรงส่งทางจิตวิทยาต่อการลงทุนได้ไม่ใช่น้อย

ปัจจัยกฎระเบียบก็มีบทบาทไม่แพ้กัน โดยวันที่ 15 มกราคม กำหนดไว้สำหรับการประชุมในวุฒิสภาสหรัฐฯ เพื่อพิจารณา *“กฎหมายความชัดเจน”* ซึ่งเสนอให้กำหนดบทบาทของสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างเป็นทางการ หากผ่านกฎหมายนี้ อาจเปิดโอกาสให้ *สถาบันการเงินและบำนาญสามารถเข้ามาถือครองและดำเนินการกับคริปโต* ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งเป็นการเปิดประตูให้เงินสถาบันไหลสู่ตลาด โดยเฉพาะ *อีเธอเรียม(ETH)* และ *โซลานา(SOL)* อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันอัตราความเป็นไปได้ของการผ่านอยู่ที่เพียง 50–60% ซึ่งหมายความว่าความไม่แน่นอนในเรื่อง ‘เวลา’ ยังเป็นอุปสรรคสำคัญ

อย่างไรก็ดี ปัจจัยชี้ขาดสุดท้ายคือ *นักลงทุนรายย่อย* นิกสรุปว่าต่อให้ทุกเงื่อนไขอื่นพร้อม แต่หากไม่มีแรงซื้อจากผู้บริโภคทั่วไป ราคาจะไม่สามารถทะยานได้ ทั้งนี้ “ดัชนีความกลัวและความโลภ” ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ความรู้สึกนักลงทุน ยังคงอยู่ในระดับกึ่งกลาง เช่นเดียวกับฐานะการเงินของชาวอเมริกันที่ตึงตัวอยู่

ดังนั้น ปรากฏการณ์ที่น่าจับตาคือข้อเสนอของทรัมป์เกี่ยวกับ *“เงินปันผลภาษีมูลค่า 2,000 ดอลลาร์”* แม้จะประเมินว่าเป็นแนวคิดที่มีโอกาสเป็นจริงค่อนข้างต่ำ แต่หากเกิดขึ้นในปีเลือกตั้ง ก็อาจกระตุ้นให้ *นักลงทุนรายย่อยกลับเข้าสู่ตลาด* อย่างรุนแรง ซึ่งจะเป็นการเติมเต็มองค์ประกอบสุดท้ายของการฟื้นตัว

นิกทิ้งท้ายด้วยคำเตือนว่า สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ ‘วันที่ 107’ แต่อยู่ที่ *เงื่อนไขโดยรอบ* ซึ่งต้อง *จับตาแบบรอบด้าน*: ทั้งทิศทางสภาพคล่อง, เสถียรภาพทางการเมือง, ความคืบหน้าของกฎหมาย และ *หลักฐานของการฟื้นตัวด้านความเชื่อมั่นผู้บริโภค*

กล่าวโดยสรุป ‘สมมุติฐาน 107 วัน’ ไม่ใช่ปฏิทินแห่งอนาคตที่ถูกล็อกไว้ แต่เป็นหนึ่งในโมเดลการวิเคราะห์ที่เปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนติดตามสภาวะต่างๆ อย่างใกล้ชิดและตัดสินใจบนพื้นฐานของ ‘ข้อมูลเงื่อนไข’ แทนที่จะยึดติดกับตัวเลขหรือวันเวลาเพียงอย่างเดียว.

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1