ไฟร์บล็อกส์(Fireblocks) ประกาศเข้าซื้อกิจการของแพลตฟอร์มบัญชีและภาษีสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างเทรส(TRES) ด้วยมูลค่าราว 1,348.3 ล้านบาท (ประมาณ 130 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อขยายขีดความสามารถในการให้บริการด้านโครงสร้างพื้นฐานแบบครบวงจรสำหรับนักลงทุนสถาบันในตลาดคริปโต ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นกลยุทธ์สำคัญในการตอบสนองความต้องการด้าน ‘การตรวจสอบบัญชี’ ซึ่งเพิ่มสูงขึ้นตามการใช้งานเทคโนโลยีบล็อกเชนในภาคการเงิน
เมื่อวันที่ 8 (เวลาท้องถิ่น) ไฟร์บล็อกส์เปิดเผยว่า ความต้องการระบบการเงินที่รันบนบล็อกเชน หรือ ‘ความพร้อมตรวจสอบ (audit-ready)’ เติบโตอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีการใช้ระบบบัญชีและภาษีบนเชนมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยการเข้าซื้อเทรสจะช่วยให้ลูกค้าของไฟร์บล็อกส์สามารถบริหารสินทรัพย์และจัดทำรายงานบัญชีได้ภายในแพลตฟอร์มเดียว
ข้อมูลจากบริษัทระบุว่า ปริมาณธุรกรรมการชำระเงินผ่านสเตเบิลคอยน์ในแต่ละเดือนมีมูลค่าสูงถึงหลายแสนล้านดอลลาร์ ขณะที่องค์กรบางแห่งก็เริ่มปรับเปลี่ยนฝ่ายการเงินมาใช้ระบบบล็อกเชนเพื่อบริหารสภาพคล่องและดำเนินงานภายใน ความสามารถของเทรสในการจัดการข้อมูลบนองค์เชนและแปลงเป็นข้อมูลบัญชีที่เป็นไปตามมาตรฐาน ยังสามารถใช้กับการรายงานภาษีและการตรวจสอบได้อีกด้วย
มิคาเอล ชาอูลอฟ (Michael Shaulov) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของไฟร์บล็อกส์ กล่าวว่า การเข้าซื้อกิจการเทรสจะช่วยเสริมระบบจัดการการเงิน (Treasury) ให้ครบวงจร โดยรวมทั้งบริการฝากทรัพย์สิน การโอน การชำระเงิน รวมไปถึงด้านบัญชีและภาษี ซึ่งจะช่วยให้ทั้งสถาบันการเงินแบบดั้งเดิมและบริษัทคริปโตสามารถวางระบบรายงานทางการเงินได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ด้าน ทัล ซาคอน (Tal Zackon) ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของเทรส ระบุว่า แม้จะถูกซื้อกิจการ เทรสจะยังคงให้บริการเป็นอิสระ แต่จะสามารถเร่งการเติบโตผ่านเครือข่ายระดับโลกของไฟร์บล็อกส์ พร้อมเสริมประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยและการบริการลูกค้า
ข้อตกลงครั้งนี้ถือเป็นการลงทุนด้านเทคโนโลยีครั้งที่สองติดต่อกันของไฟร์บล็อกส์ โดยก่อนหน้านี้ในเดือนตุลาคม 2025 บริษัทได้เข้าซื้อเทคโนโลยีกระเป๋าเงินดิจิทัลสำหรับองค์กรจากสตาร์ตอัพอย่างไดนามิก(Dynamic) และในเดือนพฤศจิกายน ได้นำเทคโนโลยีของบล็อกเชนชั้นหนึ่งรุ่นใหม่อย่าง XION มารวมเข้ากับระบบ
นอกจากนี้สัญญาณการขยายตัวของไฟร์บล็อกส์ยังปรากฏในระดับภูมิภาค โดยธนาคารกัลฟ์แบงก์แห่งสิงคโปร์ (SGB) ซึ่งได้รับใบอนุญาตจากธนาคารกลางบาห์เรน ได้เลือกใช้ระบบคัสโตดีและเทรเชอรี่ของไฟร์บล็อกส์เช่นกัน ปัจจุบันบริษัทมีลูกค้าองค์กรกว่า 2,400 แห่ง และมียอดการประมวลผลธุรกรรมสะสมมากกว่า 10 ล้านล้านดอลลาร์ หรือราว 1.4509 ตันบาท
การเข้าซื้อกิจการเทรสสะท้อนภาพของการเปลี่ยนผ่านจากบริษัทคัสโตดีคริปโตมาสู่การเป็น ‘แพลตฟอร์มโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลแบบครบวงจร’ สำหรับองค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการช่วยลดอุปสรรคเรื่องกฎระเบียบและความโปร่งใส ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่องค์กรดั้งเดิมต้องเผชิญเมื่อต้องการเข้าสู่โลกของบล็อกเชน
‘ความคิดเห็น’: การเคลื่อนไหวของไฟร์บล็อกส์ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มที่ชัดเจนว่าการจัดการสินทรัพย์ดิจิทัลไม่ได้สิ้นสุดเพียงแค่การซื้อขายหรือเก็บรักษาอีกต่อไป แต่กำลังขยายไปสู่การบูรณาการทางการเงินอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งการทำบัญชี รายงานภาษี และการตรวจสอบตามมาตรฐาน นำไปสู่การยอมรับระดับสถาบันที่แท้จริงในอนาคต
ความคิดเห็น 0