‘ทรัมป์’ หนุนหลัง! World Liberty Financial ยื่นขอใบอนุญาตทรัสต์ในสหรัฐฯ ดันสเตเบิลคอยน์ ‘USD1’ สู่ตลาดหลัก
World Liberty Financial (WLFI) บริษัทคริปโตที่เชื่อมโยงใกล้ชิดกับประธานาธิบดีทรัมป์และลูกชายของเขา เอริก ทรัมป์ เตรียมเดินหน้าเข้าสู่ระบบกำกับดูแลทางการเงินของสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ โดยมุ่งขอรับใบอนุญาตทรัสต์ระดับประเทศ (National Trust Charter) เพื่อผลักดันการดำเนินงานด้าน ‘USD1’ สเตเบิลคอยน์ของบริษัทให้เข้าสู่กรอบกฎหมาย ครอบคลุมการออก, แลกเปลี่ยน และจัดเก็บสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างเป็นระบบ
บริษัทได้ก่อตั้งบริษัทย่อยชื่อว่า World Liberty Trust Company และยื่นคำขอใบอนุญาตไปยังสำนักงานผู้ควบคุมสกุลเงินของสหรัฐฯ (OCC) แล้ว โดยแซก วิทคอฟฟ์(Zach Witkoff) ว่าที่ประธานและซีอีโอของ WLFI ให้ความเห็นว่า “นี่คือก้าวสำคัญของการวิวัฒนาการในระบบนิเวศของ WLFI” และเชื่อว่าการได้รับใบอนุญาตจะช่วยสร้าง ‘ความน่าเชื่อถือในระดับองค์กร’ ให้กับบริษัทในวงการคริปโต
หากได้รับการอนุมัติ WLFI จะสามารถให้บริการดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลและเข้าถึงโครงข่ายชำระเงินทั่วประเทศภายใต้การกำกับดูแลของ OCC ซึ่งต่างจากใบอนุญาตธนาคารแบบเต็มรูปแบบที่มีข้อจำกัดมากกว่า นอกจากนี้ โมเดลนี้ยังถูกใช้โดยหลายบริษัทคริปโต โดยหวังผลด้านการเข้าระบบกฎหมายแต่ลดภาระเงื่อนไขการกำกับ
OCC เริ่มเปิดให้บริษัทอย่างบิทโก(BitGo) ที่เชี่ยวชาญด้านการดูแลสินทรัพย์ดิจิทัล ยื่นขอใบอนุญาตทรัสต์แบบมีเงื่อนไขมาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ทำให้หลายบริษัทสามารถให้บริการได้โดยไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาตในแต่ละรัฐ ซึ่งถือเป็น ‘ตัวเร่ง’ ให้วงการคริปโตมุ่งเข้าสู่ตลาดหลัก WLFI ก็ใช้แนวทางเดียวกันในการยื่นขอใบอนุญาต และยังตั้งเป้าที่จะเข้าถึงระบบบัญชี Master Account แบบจำกัดของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ด้วย
ทั้งนี้ บัญชี Master Account ดังกล่าว จะเปิดทางให้บริษัทสามารถเข้าถึงระบบโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินของ Fed อย่างมีข้อจำกัด อย่างไรก็ตาม ธนาคารพาณิชย์ดั้งเดิมบางแห่งแสดงความกังวลว่า การเปิดทางให้บริษัทคริปโตเข้าถึงระบบนี้ อาจส่งผลต่อ ‘เสถียรภาพของระบบการเงิน’ อย่างที่ไม่อาจประเมินได้
ในอีกด้าน ‘USD1’ สเตเบิลคอยน์หลักของ WLFI กำลังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยไมค์ เบลเช(Mike Belshe) ซีอีโอของบิทโกซึ่งเป็นพันธมิตรด้านการดูแลสินทรัพย์ ระบุว่า “USD1 สามารถแตะระดับมูลค่า 3.3 พันล้านดอลลาร์ภายในเวลาเพียง 1 ปี” ซึ่งถือเป็นการสร้างจุดเปลี่ยนในตลาด และยังประกาศความตั้งใจที่จะ ‘ขยายความร่วมมือเชิงกลยุทธ์’ กับ WLFI ต่อไป
หากการจัดตั้งทรัสต์ได้รับอนุมัติ WLFI จะสามารถควบคุมการออกและแจกจ่าย USD1 ได้อย่างครบวงจรภายในบริษัท เพิ่มศักยภาพในการดำเนินกลยุทธ์การเติบโตระยะที่ 2 ได้อย่างเป็นรูปธรรม
ขณะเดียวกัน ราคาของโทเคนประจำบริษัท ‘WLFI’ ก็พุ่งขึ้นทันที 10% หลังข่าวนี้ออกสู่สาธารณะ โดยแตะที่ระดับ 0.18 ดอลลาร์ หรือราว 262 บาท ซึ่งเมื่อเทียบรายสองสัปดาห์ ถือว่าปรับตัวขึ้นแล้วกว่า 37% ความคาดหวังต่อการอนุมัติด้านกฎระเบียบ และ ‘อิทธิพลของประธานาธิบดีทรัมป์’ ถูกมองว่าเป็นปัจจัยกระตุ้นหลัก
หาก WLFI ได้รับอนุมัติใบอนุญาต บริษัทอาจสามารถเร่งขยายความร่วมมือกับผู้เล่นรายใหญ่ในวงการ อาทิ ริปเปิล(XRP), ฟิเดลิตี้ ดิจิทัล แอสเซ็ต และบิทโก ซึ่งเมื่อรวมเข้ากับบทบาทของทรัมป์ในเวทีการเมือง สื่อหลายสำนักมองว่า WLFI อาจกลายเป็นแรงส่งสำคัญในทั้งแวดวงการเงินดิจิทัลและนโยบายต่อจากนี้
*คำสำคัญ: ทรัมป์, USD1, WLFI, สเตเบิลคอยน์, บิทโก, ใบอนุญาตทรัสต์, OCC*
ความคิดเห็น 0