**แนสแด็กจับมือ CME เปิดตัวดัชนีคริปโตรูปแบบใหม่ ชูวิสัยทัศน์ครอบคลุมตลาดมากกว่าแค่บิตคอยน์**
แนสแด็ก(Nasdaq) ตลาดหลักทรัพย์ชั้นนำของสหรัฐฯ จับมือกับ CME กรุ๊ป(CME Group) ตลาดซื้อขายอนุพันธ์รายใหญ่ที่สุดในโลก เปิดตัว ‘แนสแด็ก-CME คริปโต อินเด็กซ์’ (Nasdaq-CME Crypto Index) ดัชนีใหม่ที่ถูกรีแบรนด์มาจาก ‘แนสแด็ก คริปโต อินเด็กซ์’ เดิม โดยต้องการสะท้อนภาพรวมของตลาดคริปโตได้ลึกและหลากหลายยิ่งขึ้น ไม่ใช่แค่ราคาของบิตคอยน์(BTC) เท่านั้น
เมื่อวันที่ 8 (เวลาท้องถิ่น) แนสแด็กระบุว่า ดัชนีใหม่นี้จะพิจารณาคริปโตเคอร์เรนซีหลัก 7 รายการ ได้แก่ บิตคอยน์(BTC), อีเธอเรียม(ETH), ริปเปิล(XRP), โซลานา(SOL), เชนลิงก์(LINK), คาร์ดาโน(ADA) และ อวาแลนเช(AVAX) เพื่อแสดงภาพรวมของตลาดได้แม่นยำและรอบด้านยิ่งขึ้น เซิน วอเตอร์แมน(Shawn Wasserman) หัวหน้าฝ่ายดัชนีของแนสแด็กกล่าวว่า “นักลงทุนเริ่มมองหาการเข้าถึงคริปโตในรูปแบบดัชนีมากกว่าการเลือกเพียงบิตคอยน์ ซึ่งคล้ายกับแนวโน้มที่เกิดขึ้นในตลาดทุนแบบดั้งเดิม”
**แนวโน้ม ETF และการลงทุนแบบพาสซีฟขยายตัว หนุนดัชนีคริปโตโตแรง**
แม้ในภาวะที่ตลาดเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ดัชนีใหม่นี้ถูกมองว่าเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของความพยายามในการผสานสินทรัพย์ดิจิทัลเข้ากับโครงสร้างการเงินเดิม ซึ่งได้รับความสนใจจากกลุ่มนักลงทุนสถาบันมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง บริษัทจัดการสินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง WisdomTree มองว่าดัชนีดังกล่าวจะช่วยลบอุปสรรคของนักลงทุนทั่วไปและนักลงทุนพาสซีฟที่ต้องวิเคราะห์เหรียญคริปโตกว่าหลายร้อยเหรียญในตลาด
วิลล์ เพค(Will Peck) หัวหน้าฝ่ายสินทรัพย์ดิจิทัลของ WisdomTree ให้ความเห็นว่า “ด้วยจำนวนเหรียญที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เป็นเรื่องยากสำหรับคนทั่วไปในการคัดเลือก การรวบดัชนีจึงช่วยให้สามารถเข้าถึงคริปโตได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะในรูปแบบ ETF ที่คาดว่าจะกลายเป็นทางเลือกหลักในการลงทุนคริปโตในอนาคต”
ข้อมูลจาก CoinMarketCap ชี้ว่าจำนวนคริปโตเคอร์เรนซีทั่วตลาดขณะนี้พุ่งแตะ 29.66 ล้านโทเคน และยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ยิ่งตอกย้ำความจำเป็นของเครื่องมือวิเคราะห์อัตโนมัติ เช่น ดัชนี เพื่อช่วยนักลงทุนจัดการกับความซับซ้อนของตลาดคริปโตอย่างมีระบบ
**ดัชนีคริปโตถูกคาดการณ์เป็นเมกะเทรนด์ในปี 2026**
แมตต์ เฮาเกน(Matt Hougan) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Bitwise ผู้จัดการสินทรัพย์ด้านคริปโตชั้นนำ คาดว่าในปี 2026 ‘ดัชนีคริปโต’ จะกลายเป็นหนึ่งในเทรนด์การลงทุนที่โดดเด่นที่สุด โดยระบุว่า “ท่ามกลางความสลับซับซ้อนของตลาดและแอปพลิเคชันคริปโตที่ขยายตัว ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่นักลงทุนรายย่อยจะเลือกใช้ดัชนีที่กระจายความเสี่ยง แทนการวิเคราะห์ทีละเหรียญ”
ความร่วมมือระหว่างแนสแด็กและ CME ครั้งนี้จึงถูกมองว่าเป็น ‘สัญญาณสำคัญ’ ที่ชี้ให้เห็นถึงก้าวต่อไปของตลาดคริปโตในด้านการ *สร้างความเป็นสถาบัน* โดยเฉพาะการปูทางสู่กองทุน ETF ที่อิงกับสินทรัพย์กลุ่มนี้อย่างครบวงจร และอาจเป็นการขับเคลื่อนสำคัญต่อการยอมรับคริปโตในโครงสร้างทางการเงินของสหรัฐฯ ในอนาคตอันใกล้
ความคิดเห็น 0