จากตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนธันวาคมของสหรัฐฯ ที่ออกมาต่ำกว่าคาด ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงตอบรับในเชิงบวกทันที โดย *บิตคอยน์(BTC)* ปรับตัวขึ้น 1.5% แตะระดับสูงสุดในรอบสัปดาห์ ขณะที่ดัชนี *S&P500* ก็สร้างสถิติใหม่ระหว่างวัน ล่าสุดเกิน 6,990 จุด และมีแนวโน้มจะทะลุระดับ 7,000 จุดในเร็วๆ นี้
สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ (BLS) รายงานเมื่อวันที่ 24 ว่าดัชนี CPI เดือนธันวาคมเพิ่มขึ้น 2.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สอดคล้องกับการคาดการณ์ของตลาด อย่างไรก็ตาม ดัชนี *CPI พื้นฐาน* ที่ไม่รวมพลังงานและอาหาร เพิ่มขึ้นเพียง 2.6% ต่ำกว่าคาดการณ์ 0.1 จุด ซึ่งเป็นสัญญาณว่าเงินเฟ้อมีแนวโน้มชะลอตัวลง ทำให้ตลาดคาดการณ์ว่า *ธนาคารกลางสหรัฐฯ(Fed)* จะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุม *FOMC* วันที่ 28 มกราคมนี้
แม้จะมีแนวโน้มตรึงดอกเบี้ย แต่ *ประธานาธิบดีทรัมป์* เดินหน้ากดดันให้ Fed เร่งลดดอกเบี้ย โดยในโพสต์ล่าสุดบน Truth Social เขาระบุว่ามาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ช่วยลดต้นทุนสินค้าในประเทศ พร้อมกล่าวถึงการพิจารณาความชอบธรรมของภาษีดังกล่าวที่ *ศาลสูงสุดสหรัฐฯ* จะมีคำวินิจฉัยภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งมีผลต่อแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อในระยะถัดไป
ด้านราคา *บิตคอยน์* ที่ปรับขึ้นแตะใกล้ระดับ 93,000 ดอลลาร์ (ราว 1.37 ล้านบาท) ในวันนี้ นักลงทุนเริ่มจับตามองแนวต้านสำคัญที่ 94,000 ดอลลาร์ ซึ่งการจะทะลุดังกล่าวได้ต้องอาศัยแรงซื้อที่แข็งแกร่งมากขึ้น
นักลงทุนราย Exitpump ระบุผ่านโซเชียลมีเดียว่า ที่ระดับราคา 94,000 ดอลลาร์ เป็นจุดที่ค่าเฉลี่ย AVWAP และ VWAP แบบโรลลิง 90 วัน มาบรรจบกัน ทำให้เกิดแนวต้านทางเทคนิคขนาดใหญ่ ขณะที่ราคาบิตคอยน์ยืนอยู่ในช่วงไซด์เวย์ 90,000–92,000 ดอลลาร์ในช่วง 5 วันที่ผ่านมา ก็แสดงสัญญาณว่าตลาดกำลังสะสมพลังเพื่อเคลื่อนไหวครั้งถัดไป ซึ่งความเห็นจากผู้ค้าอย่าง Daan Crypto Trades ชี้ว่าเขาคาดราคาจะทะลุกรอบแนวดังกล่าวในไม่ช้า
ข้อมูลจาก CoinGlass ยังเผยว่า มีการ *ล้างพอร์ต (liquidation)* มูลค่ากว่า 170 ล้านดอลลาร์ (ราว 2,511 ล้านบาท) ในตลาดคริปโตภายใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนถึงความผันผวนที่สูงขึ้น
ถึงแม้ราคาบิตคอยน์จะยังเคลื่อนไหวในกรอบจำกัด แต่ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าแนวโน้มระยะยาวยังคงเป็นขาขึ้น โดยได้แรงหนุนจากปัจจัยมหภาคที่ดีขึ้นและสภาพคล่องที่ยังเอื้ออำนวย อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนด้านนโยบายดอกเบี้ยและความขัดแย้งระหว่างทรัมป์กับ Fed อาจสร้างแรงกดดันระยะสั้น และทำให้ความผันผวนยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไป
ความคิดเห็น 0