**กระแสเงินเดือนคริปโต: สเตเบิลคอยน์ขึ้นแท่นตัวเลือกหลักเหนือบิตคอยน์**
แนวโน้มการจ่ายเงินเดือนด้วยสินทรัพย์ดิจิทัล หรือที่เรียกว่า ‘คริปโตเพย์โรล’ กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ ‘สเตเบิลคอยน์’ ที่ได้รับแรงส่งจากการปรับปรุงกฎระเบียบในสหรัฐและยุโรป ทำให้สามารถเข้าสู่ระบบการเงินแบบถูกต้องตามกฎหมายได้มากขึ้น ในขณะที่ ‘บิตคอยน์(BTC)’ ยังคงเผชิญกับอุปสรรคทางกฎหมายและการบัญชี ทำให้ตัวเลือกในการใช้งานเริ่มเห็นความแตกต่างชัดเจนยิ่งขึ้น
คริปโตเพย์โรล คือระบบที่นายจ้างสามารถจ่ายเงินเดือนทั้งหมด หรือบางส่วน ด้วยสกุลเงินดิจิทัล โดยมักอ้างอิงจากเงินเฟียต เช่น ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนจะแปลงเป็นคริปโตในช่วงเวลาหนึ่งเพื่อดำเนินการจ่ายจริง ระบบนี้มักผนวกรวมเข้ากับระบบทรัพยากรบุคคลที่มีอยู่ จัดการทั้งการหักภาษีออก ณ ที่จ่าย รายงานเงินเดือน และการบันทึกข้อมูลพนักงาน – ไม่ต่างจากระบบจ่ายเงินเดือนแบบดั้งเดิม
**กฎระเบียบคือกุญแจ: เงินเดือนคือข้อบังคับ ไม่ใช่ตัวเลือก**
ต่างจากการลงทุนในคริปโตที่เป็นกิจกรรมโดยสมัครใจ การจ่ายเงินเดือนเป็นข้อบังคับภายใต้กฎหมายแรงงานและภาษี หลายประเทศรวมถึงเกาหลีใต้ระบุชัดเจนในเรื่องค่าแรงขั้นต่ำ การหักภาษี และการปฏิบัติตามสัญญาจ้างงาน หากรูปแบบการจ่ายเงินซับซ้อนขึ้น ความเสี่ยงที่ธุรกิจจะละเมิดกฎหมายก็ยิ่งสูงตาม
อดีตที่ขาดความชัดเจนทางกฎหมาย ทำให้ผู้ให้บริการคริปโตเพย์โรลลังเลในการใช้งานจริง แต่สถานการณ์เปลี่ยนไปเมื่อประเทศหลักๆ เริ่มเร่งรัดการออกกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยในสหรัฐ เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม สภาผู้แทนราษฎรผ่านร่าง ‘กฎหมายความชัดเจนตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล (CLARITY Act)’ ซึ่งแยกอำนาจความรับผิดชอบของหน่วยงานกำกับดูแลอย่างคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) และคณะกรรมการการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า (CFTC) ออกจากกันอย่างชัดเจน
อีกหนึ่งร่างกฎหมายที่น่าจับตาคือ ‘กฎหมายสเตเบิลคอยน์เพื่อการพัฒนานวัตกรรมแห่งชาติเข้าถึง (GENIUS Act)’ ที่เน้นให้สเตเบิลคอยน์เป็น ‘เครื่องมือชำระเงิน’ มิใช่เครื่องมือการลงทุน โดยกำหนดข้อบังคับเกี่ยวกับทุนสำรอง ความโปร่งใส และใบอนุญาตที่จำเป็นต่อการดำเนินการ
ฝั่งสหภาพยุโรปเริ่มใช้ ‘กฎหมายควบคุมสินทรัพย์ดิจิทัล (MiCA)’ ตั้งแต่ปี 2023 เพื่อควบคุมการดำเนินงานของบริษัทคริปโต รวมถึงสเตเบิลคอยน์ โดยเน้นทั้งความมั่นคงทางการเงินและการคุ้มครองผู้บริโภค
**สเตเบิลคอยน์: ตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับเงินเดือนมากกว่าบิตคอยน์**
เหตุผลที่สเตเบิลคอยน์ได้รับความนิยมก็เพราะตรงกับระบบบัญชีและภาษีดั้งเดิมได้ง่าย ด้วยราคาที่ผูกกับเงินเฟียตอย่างดอลลาร์หรือยูโรแบบหนึ่งต่อหนึ่ง และมีการสนับสนุนด้วยสินทรัพย์เช่น เงินสดและพันธบัตรระยะสั้น ช่วยรักษาเสถียรภาพทางมูลค่า
ในทางกลับกัน บิตคอยน์มีราคาขึ้นลงตามตลาดโดยไม่มีการผูกกับทรัพย์สินใดๆ ความผันผวนนี้อาจส่งผลให้พนักงานได้รับเงินไม่เท่ากับที่ระบุในสัญญา และต้องแบกรับภาระทางบัญชีเพิ่มขึ้นอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหรัฐซึ่งจัดประเภทให้คริปโตเป็น ‘ทรัพย์สิน (Property)’ ทำให้ต้องประเมินมูลค่าตามราคาตลาดและหักภาษีรายได้ทันทีกับทุกการจ่ายเงินคริปโต
เมื่อใช้สเตเบิลคอยน์ การประเมินมูลค่าและออกใบแจ้งเงินเดือนทำได้ง่าย ราบรื่น ขณะที่บิตคอยน์อาจมีความผันผวนภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง เช่น หากพนักงานรับค่าจ้างเป็น 1 บิตคอยน์ แต่ราคาลดลง 10% ระหว่างวันจ่ายจริงกับวันประเมิน จะเกิดความคลาดเคลื่อนที่ต้องมีการปรับทางบัญชีอย่างชัดเจน
**ระบบเริ่มเข้าระบบ: สถาบันการเงินและฟินเทคลงสนาม**
เมื่อโครงสร้างกฎหมายเริ่มนิ่ง สถาบันการเงินและบริษัทฟินเทคต่างเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับคริปโตเพย์โรล ธนาคารกำลังเตรียมเสนอบริการแลกเปลี่ยนเงินเฟียตกับสินทรัพย์ดิจิทัล ขณะที่ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์เงินเดือนก็เพิ่มตัวเลือกการจ่ายด้วยคริปโต
ปัจจุบันระบบส่วนใหญ่เลือกใช้ ‘สเตเบิลคอยน์’ เป็นเครื่องมือจ่ายเงินเดือน เพราะมีกรอบกฎหมายรองรับมากกว่า ในทางกลับกัน การใช้บิตคอยน์ยังจำกัดอยู่ในวงจำกัด มักใช้โดยบริษัทเฉพาะกลุ่มที่มีความเชี่ยวชาญเท่านั้น
สเตเบิลคอยน์จึงตอบโจทย์เรื่องความโปร่งใส ความสามารถในการรวมเข้าระบบ และการคุ้มครองผู้บริโภคได้มากกว่า ขณะที่บิตคอยน์ยังถูกมองว่าเป็น ‘สินทรัพย์เพื่อการลงทุน’ มากกว่าการนำมาใช้งานในชีวิตจริง
**คริปโต: ช่องทางการจ่าย แต่ยังไม่ใช่ตัวตั้งต้นในการคำนวณ**
แม้การจ่ายเงินเดือนด้วยคริปโตจะเป็นนวัตกรรมที่น่าจับตา แต่บริษัทส่วนใหญ่ยังคงอิง ‘เงินเฟียต’ เป็นหน่วยคำนวณหลัก ทั้งในด้านภาษี สัญญาจ้าง และระบบบัญชี โดยให้คริปโตทำหน้าที่เป็นเพียง ‘ช่องทางการโอนเงิน’ เท่านั้น สเตเบิลคอยน์สามารถเชื่อมเข้าระบบเหล่านี้ได้ง่าย ในขณะที่บิตคอยน์ต้องเผชิญมาตรฐานการบัญชีและราคาเฉพาะทางที่ซับซ้อนกว่า
ถึงแม้การใช้คริปโตในการจ่ายเงินเดือนจะเริ่มกลายเป็นกระแส แต่ก็ยังอยู่ในขั้นทดลอง ความเป็นไปได้ที่จะกลายเป็นอนาคตของโลกการจ้างงานมีอยู่ ทว่าภายใต้ข้อจำกัดปัจจุบัน *สเตเบิลคอยน์* คือทางเลือกที่ใช้งานได้จริงกว่า ขณะที่ *บิตคอยน์* ยังคงเหมาะกับบทบาทการลงทุนมากกว่าเป็นสื่อกลางในการจ่ายเงินเดือน
ความคิดเห็น 0