Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

โพลิกอน(MATIC) ทุ่ม 3,686 ล้านบาทเข้าซื้อ Coinme และ Sequence รุกตลาดสหรัฐด้วยระบบจ่ายเงินบนสเตเบิลคอยน์

โพลิกอน(MATIC) เดินหน้าปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่ด้วยการเข้าซื้อกิจการสองรายสำคัญในสหรัฐ ได้แก่ โคอินมี(Coinme) แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโตแบบออฟไลน์ และซีเควนซ์(Sequence) ผู้พัฒนาเทคโนโลยีกระเป๋าสตางค์ดิจิทัล รวมมูลค่าดีลกว่า 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3,686 ล้านบาท การเข้าซื้อครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นการขยับตัวเชิงรุกเพื่อเสริมโครงสร้างพื้นฐานด้าน *การชำระเงินแบบออนเชน* และบุกตลาดสหรัฐอย่างจริงจัง

ตามรายงานของ *Fortune* เมื่อวันที่ 24 โพลิกอนแลบส์ได้วางแผนผสานโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดของสองบริษัทเข้าสู่ระบบ *Polygon Open Money Stack* เพื่อสร้างเครือข่ายการชำระเงินที่สอดคล้องกับกฎระเบียบของสหรัฐ ทั้งโคอินมีและซีเควนซ์จะกลายเป็นส่วนสำคัญของระบบใหม่นี้ โดยหัวใจสำคัญคือการสร้างแพลตฟอร์มชำระเงินที่ใช้ *สเตเบิลคอยน์* เป็นฐาน รองรับผู้ใช้งานได้ทั่วประเทศ

โคอินมีถือครองใบอนุญาตให้บริการเงิน 48 รัฐในสหรัฐ และมีเครือข่ายตู้คีออสค์และ ATM มากกว่า 50,000 จุดทั่วประเทศ การบูรณาการโครงข่ายนี้เข้ากับระบบของโพลิกอน จะช่วยขยาย *ทางเข้าและออกของเงินดอลลาร์สู่โลกคริปโต* อย่างมาก ขณะเดียวกัน ซีเควนซ์มีเทคโนโลยีกระเป๋าสตางค์และการชำระเงินข้ามบล็อกเชนที่เน้นตลาดฟินเทคและองค์กร ซึ่งจะช่วยให้โพลิกอนสร้างประสบการณ์ผู้ใช้ที่ดีขึ้น และอัตโนมัติกระบวนการต่าง ๆ ผ่านเลเยอร์ ‘เทรลส์’ เช่น การบริดจ์เหรียญ การแลกเปลี่ยนโทเคน และการจัดการค่าส่งธุรกรรม

มาร์ก บัวรอง(Marc Boiron) ซีอีโอของโพลิกอนแลบส์กล่าวผ่านพอดแคสต์ของ CoinTelegraph ว่า "เราไม่มองว่าตัวเองเป็นคู่แข่งของบริษัทชำระเงินเดิม แต่เราจะร่วมมือกับพวกเขา เพื่อทำให้ *สเตเบิลคอยน์* สามารถใช้งานได้ทุกที่ ทุกคน เข้าถึงได้จริง" พร้อมย้ำว่าโพลิกอนต้องการเป็นแพลตฟอร์มที่ปฏิบัติตามข้อกำหนดโดยสมบูรณ์ สำหรับจำนวนการจ่ายหรือรูปแบบของดีลในการซื้อกิจการครั้งนี้ยังไม่เปิดเผยอย่างเป็นทางการ

ขณะเดียวกันการแข่งขันด้าน *การชำระเงินด้วยสเตเบิลคอยน์ในสหรัฐ* กำลังเดือดขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากกฎหมาย GENIUS มีผลบังคับใช้เมื่อเดือนกรกฎาคม 2025 ส่งผลให้ทั้งบริษัทคริปโต ฟินเทค และผู้ให้บริการชำระเงินแบบดั้งเดน ต่างลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการใช้เงินดอลลาร์แบบโทเคน ตัวอย่างเช่น เพย์พาลที่เปิดตัว PayPal USD(PYUSD) ในปี 2023 และขยับขยายไปยังเครือข่ายโซลานา(SOL) ในปี 2024 รวมถึงการร่วมมือกับ YouTube เพื่อจ่ายรายได้ให้ครีเอเตอร์ด้วย PYUSD ด้าน Visa และ Mastercard ก็ค่อย ๆ ขยายการสนับสนุนการชำระเงินด้วย USD Coin(USDC) และ Euro Coin(EURC) ตามลำดับ

อีกหนึ่งคู่แข่งสำคัญคือ สไตรป์ ที่เปิดตัวบล็อกเชนเลเยอร์ 1 ชื่อว่า ‘เทมโป’(Tempo) ไปเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว และสามารถระดมทุนได้กว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในเวลาไม่ถึงสองเดือน ถือเป็นอีกตัวอย่างของแรงดึงดูดที่ *สเตเบิลคอยน์* มีต่อผู้เล่นรายใหญ่ในอุตสาหกรรม

แนวโน้มชัดเจนว่า *สเตเบิลคอยน์* กำลังกลายเป็นศูนย์กลางของโลกการชำระเงินใหม่ โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐที่มีข้อกำหนดเข้มงวดและต้องการระบบที่สามารถขยายการใช้งานในวงกว้างได้ การที่โพลิกอนหันมาเน้นโครงสร้างพื้นฐานและประสบการณ์ผู้ใช้ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันที่ร้อนแรงขึ้นของอุตสาหกรรม และ *ความเป็นไปได้ที่การรวมกิจการ* และความร่วมมือระหว่างบริษัท ต่างจะเพิ่มขึ้นอีกในอนาคตอันใกล้

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความหลัก

Truebit ถูกแฮก! สูญกว่า 2,600 ล้านดอลลาร์ เหตุติดช่องโหว่สมาร์ตคอนแทรกต์

ทรูลบิต(Truebit) ถูกแฮ็ก สูญ 2,600 ล้านดอลลาร์ เหตุติดบั๊กสมาร์ตคอนแทรกต์เก่า

BNB Chain เปิดตัวอัปเกรด ‘เฟอร์มี’ ย่นเวลายืนยันธุรกรรมเหลือ 1 วินาที ท้าชนเชนเร็วระดับ EVM

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1