Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

กระเป๋าเงินอีเธอเรียม(ETH) พุ่งแตะ 393,000 ใบต่อวัน ทำสถิติสูงสุดตลอดกาล หนุน Ecosystem โตต่อเนื่อง

จำนวนกระเป๋าเงินของอีเธอเรียม(ETH) พุ่งแตะระดับสูงสุดตลอดกาล สะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับในเครือข่ายที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว จากการผสานของหลายปัจจัย เช่น การอัปเกรดโปรโตคอล การใช้งานสเตเบิลคอยน์ที่เพิ่มขึ้น และการฟื้นตัวของความเชื่อมั่นในตลาด

ตามข้อมูลจาก Santiment เมื่อวันอังคาร มีการสร้างกระเป๋าเงินอีเธอเรียมใหม่เฉลี่ยวันละ 327,000 ใบในช่วงหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยในวันอาทิตย์มีจำนวนกระเป๋าพุ่งสูงถึง 393,000 ใบ ซึ่งนับเป็นตัวเลขรายวันที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของเครือข่ายอีเธอเรียม

นอกจากปริมาณกระเป๋าใหม่แล้ว จำนวนกระเป๋าที่มียอดคงเหลือไม่เป็นศูนย์ก็ทำสถิติใหม่เช่นกัน โดยมีจำนวนทั้งสิ้นกว่า 172.9 ล้านใบ ซึ่งถือเป็น ‘สัญญาณเชิงคุณภาพ’ ของการเติบโตในระบบนิเวศอีเธอเรียม ทั้งนี้ไม่เพียงแต่ผู้ใช้งานทั่วไปเท่านั้น แต่รวมถึงนักพัฒนาและสถาบันต่างๆ เริ่มเข้ามามีบทบาทในเครือข่ายมากขึ้น

ด้านราคาของอีเธอเรียมเองก็ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลจาก CoinGecko ระบุว่า ปัจจุบันราคาอยู่ที่ประมาณ 3,330 ดอลลาร์ หรือราว 4.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 7.5% ภายใน 24 ชั่วโมง และเคลื่อนไหวในช่วง 3,068 ถึง 3,292 ดอลลาร์ในรอบ 7 วันที่ผ่านมา

Santiment ระบุว่า เบื้องหลังของการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของกระเป๋าเงินใหม่ มาจากการอัปเกรดโปรโตคอล ‘Fusaka’ เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยการปรับปรุงนี้ช่วยลดต้นทุนในการส่งข้อมูลจากเครือข่ายเลเยอร์ 2 มายังเชนหลัก และเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการข้อมูลบนเชน ซึ่งในภาพรวมช่วยปรับปรุงประสบการณ์ของผู้ใช้งาน

Santiment ให้ความเห็นว่า “การลดค่าธรรมเนียมและการเชื่อมต่อระหว่างแอปกับระบบโรลอัปที่ง่ายขึ้น ทำให้ผู้ใช้ใหม่สนใจเข้าร่วมในเครือข่ายมากขึ้น ส่งผลให้กระเป๋าใหม่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ”

ในช่วงปลายปี 2025 จิตวิทยาตลาดเริ่มเปลี่ยนทิศจากแง่ลบไปสู่ความเป็นกลางและเชิงบวก ซึ่งเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่หนุนให้มีผู้ใช้งานรายใหม่เข้าสู่เครือข่ายและสร้างที่อยู่กระเป๋าของตนเองมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้ใช้งานที่สนใจในดีไฟน์(DeFi), NFT และแอปพลิเคชันแบบกระจายศูนย์ (dApp) ในลักษณะ ‘เชิงทดลองใช้’ แทนที่จะเป็นแค่การซื้อขายในตลาด

อีกปัจจัยสำคัญคือการเติบโตของการใช้งาน *สเตเบิลคอยน์* ซึ่ง Santiment มองว่า การเพิ่มขึ้นของปริมาณธุรกรรมของสเตเบิลคอยน์บนอีเธอเรียมในช่วงปลายปี 2025 แสดงถึงการเปิดใช้งานโครงสร้างพื้นฐาน ‘การชำระเงินและการชำระบัญชี’ อย่างแท้จริง ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นสำคัญในการดึงดูดผู้ใช้งานใหม่

“การมีปฏิสัมพันธ์กับสเตเบิลคอยน์เกิดจากความต้องการทางการเงินจริงๆ และนี่เองเป็นแรงจูงใจที่ชัดเจนให้เกิดการสร้างกระเป๋าเงินใหม่” Santiment กล่าว

ข้อมูลจากแพลตฟอร์มวิเคราะห์อย่าง Nansen ระบุว่า มากกว่าครึ่งหนึ่งของอีเธอเรียมที่มีอยู่ในระบบทั้งหมดถูกนำไป *สเตก* ไว้แล้ว โดยมีโทเคนมากกว่า 77 ล้าน ETH ถูกล็อกอยู่ในสมาร์ตคอนแทรกต์ของ Beacon Deposit สำหรับการเป็นผู้ตรวจสอบในเครือข่าย

ในแง่ของการถือครองโดยกระดานซื้อขาย บินานซ์ถือครองอยู่ที่ประมาณ 4 ล้าน ETH ขณะที่คอยน์เบสมีอยู่ประมาณ 2.3 ล้าน ETH ซึ่งแม้จะไม่เกี่ยวกับสเตกโดยตรง แต่ก็มีผลต่อสภาพคล่องในตลาดและอาจช่วยในการดึงดูดผู้ใช้งานหน้าใหม่ให้มาทดลองใช้งานอีเธอเรียมได้อีกทางหนึ่ง

สุดท้าย จำนวนกระเป๋าที่เพิ่มขึ้นไม่ได้สะท้อนแค่ ‘ตัวเลข’ เท่านั้น แต่เป็นตัวบ่งชี้ถึงความสามารถในการฟื้นตัวของระบบนิเวศอีเธอเรียมภายใต้ภาวะไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และยังเป็นการยืนยันว่าการใช้งานจริง, การขยายตัวของผู้ใช้งาน, และประสบการณ์ผู้ใช้ กำลังพัฒนาไปในทิศทางที่ดีอย่างต่อเนื่อง

ภายในปี 2026 มีแนวโน้มว่าอีเธอเรียมจะเดินหน้าอย่างแข็งแกร่งขึ้น จากการขยายตัวของดีไฟน์, การเติบโตของระบบโรลอัปแบบเลเยอร์ 2 และบทบาทของ *สเตเบิลคอยน์* ที่น่าจะกลายเป็นหัวใจหลักของการใช้งานจริง โดยเฉพาะในด้านการชำระเงินบนเครือข่าย บ่งชี้ว่าแนวโน้ม ‘การใช้งานจริง’ ของอีเธอเรียมจะดำเนินต่อไปอย่างชัดเจนในอนาคตอันใกล้

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1