Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

บิตคอยน์(BTC) พุ่งแตะ 9.3 ล้านวอน ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากกฎหมายคลาสซิตี้

บิตคอยน์(BTC) พุ่งทะลุ 9,300,000 วอน แม้การเสนอร่างกฎหมาย ‘คลาสซิตี้ (CLARITY)’ ถูกเลื่อนออกไป โดยแม้ตลาดจะเผชิญกับความไม่แน่นอนทางกฎหมาย แต่ราคาบิตคอยน์กลับเดินหน้าแตะระดับสูงสุดรายสัปดาห์ ขณะที่ความกังวลยังคงอยู่จากกระแสเงินไหลออกจาก ETF และความต้องการจากนักลงทุนรายย่อยที่ซบเซาลง

เมื่อเร็ว ๆ นี้ คณะกรรมาธิการการเกษตรและคณะกรรมาธิการการธนาคารของวุฒิสภาสหรัฐฯ ได้เลื่อนการพิจารณาร่างกฎหมาย ‘คลาสซิตี้’ ที่มีเป้าหมายในการกำหนดโครงสร้างของตลาดคริปโตในประเทศออกไปจนถึงช่วงปลายเดือน ท่ามกลางความเห็นไม่ลงรอยเรื่องการกำกับดูแลสเตเบิลคอยน์, ดีไฟน์ และบทบาทของหน่วยงานกำกับดูแลต่าง ๆ

ฝั่งของประธานาธิบดีทรัมป์และพรรครีพับลิกันได้ผลักดันให้ผ่านกฎหมายโดยเร็ว แต่ก็ยังชนกับฝ่ายรัฐบาลที่มีนโยบายควบคุมเข้มงวดมากกว่า ทำให้หลายฝ่ายเริ่มคาดการณ์ว่าอาจต้องรอถึงปี 2026 กว่ากฎหมายนี้จะได้เห็นผล อย่างไรก็ตาม บิตคอยน์กลับไม่สะทกสะท้าน โดยช่วงเวลาซื้อขายในนิวยอร์ก ราคาทะยานขึ้นถึง 93,500 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.38 พันล้านวอน) ดันสถิติสูงสุดรายสัปดาห์ แม้จะเกิดความกังวลด้านจิตวิทยาการลงทุน แต่แรงขายก็ยังไม่รุนแรง

ขณะเดียวกัน ข้อมูลจาก XWIN Research ยังพบว่า แม้จะมีประกาศเลื่อนพิจารณากฎหมาย แต่ปริมาณ ‘กระแสเงินไหลเข้าสุทธิ (Netflow)’ ของตลาดยังไม่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ตัวบ่งชี้บนเชนอย่าง SOPR (Spent Output Profit Ratio) ก็ยังคงใกล้ระดับ ‘1’ สะท้อนว่าการขายทำกำไรยังอยู่ในระดับจำกัด และนักลงทุนเริ่มหันไปสู่การถือระยะยาวมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ตลาดไม่สามารถมองโลกในแง่ดีได้ทั้งหมด โดยนักวิเคราะห์ ‘ดาร์กโพสต์’ ชี้ว่า ETF บิตคอยน์แบบสปอตได้เผชิญกับการไหลออกของเงินขนาดใหญ่ โดยมีเงินทุนกว่า 6 พันล้านดอลลาร์ (ราว 8.85 ล้านล้านวอน) หลุดออกไปจากตลาดนี้ โดยเฉพาะเงินที่ไหลเข้ามาหลังทำจุดสูงสุดในเดือนตุลาคม 2025 ปัจจุบันยังอยู่ในช่วงขาดทุนซึ่งเป็นความเสี่ยงอย่างหนึ่ง

อีกปัจจัยที่น่ากังวลคือความต้องการจากนักลงทุนรายย่อยที่ลดลงตามรายงานจาก CryptoQuant โดยตัวชี้วัดความต้องการซื้อของนักลงทุนที่ซื้อบิตคอยน์ด้วยเงินต่ำกว่า 10,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 14.7 ล้านวอน) ในช่วง 30 วันที่ผ่านมาอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยช่วงตลาดพุ่งแรงในอดีต สถานการณ์นี้อาจทำให้แรงขับเคลื่อนการฟื้นตัวของราคาอ่อนลงแม้จะได้รับแรงหนุนจากนักลงทุนสถาบัน

ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์บางรายมองว่าบิตคอยน์กำลังเปลี่ยนสถานะไปสู่ ‘สินทรัพย์ของสถาบัน’ มากขึ้น โดยข้อมูลบนเชนแสดงให้เห็นการสะสมของนักลงทุนระยะยาวเพิ่มขึ้น กระแสนี้อาจชี้ให้เห็นว่าการรวมตลาดเข้ากับระบบภายในกฎหมายสำคัญมากกว่าการผ่านร่างกฎหมายรายฉบับ

อย่างไรก็ดี ‘คอยน์เบส พรีเมียม(Coinbase Premium)’ — ดัชนีวัดอารมณ์นักลงทุนในตลาดสหรัฐฯ — ยังคงอยู่ในแดนลบ ‘คริปโตก็อดซอน’ นักวิเคราะห์ในตลาดเตือนว่า “การรีบาวด์ที่แข็งแกร่งคงเป็นไปได้ยากจนกว่าคอยน์เบส พรีเมียมจะกลับไปเป็นบวก” โดยดัชนีนี้ยังคงมีแนวโน้มเชิงป้องกันและไม่ได้มากระตุ้นความต้องการในประเทศอย่างที่คาด

แม้การเลื่อนร่างกฎหมายคลาสซิตี้จะสร้างความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบ แต่ตลาดก็ไม่ได้ตีความว่าเป็นปัจจัยลบในระยะสั้นแต่อย่างใด ในทางกลับกัน นักวิเคราะห์บางรายชี้ว่า ช่วงเวลาปรับฐานนี้อาจเป็นโอกาสในการพัฒนาโครงสร้างการถือครองของสถาบันมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การไหลออกของ ETF และอุปสงค์รายย่อยที่หดตัวจะยังเป็นอุปสรรคสำคัญต่อแรงผลักดันด้านราคาบิตคอยน์ ซึ่งควรถูกจับตาอย่างใกล้ชิดในเชิงกลยุทธ์ของนักลงทุนในระยะใกล้

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1