ความสัมพันธ์ระหว่างบิตคอยน์(BTC)และทองคำกำลังลดลงจนแตะระดับ ‘ศูนย์’ ซึ่งหากแนวโน้มปรับตัวลงสู่ค่าติดลบภายในสิ้นเดือนนี้ นักวิเคราะห์คาดว่า ‘บิตคอยน์’ อาจปรับตัวขึ้นได้สูงถึง *56%* ภายในระยะเวลาสองเดือนข้างหน้า โดยอ้างอิงข้อมูลในอดีตซึ่งชี้ว่า การเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็น ‘สัญญาณนำ’ ของตลาดกระทิงในสินทรัพย์ดิจิทัล
เมื่อเร็ว ๆ นี้ รายงานเผยว่า ความสัมพันธ์ในรอบ 52 สัปดาห์ระหว่างบิตคอยน์และทองคำลดลงและแตะระดับ ‘0’ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่กลางปี 2022 ซึ่งผู้เชี่ยวชาญบางรายมองว่านี่คือจุดเริ่มต้นของ ‘ภาวะดีคัปปลิ้ง’ (Decoupling) และอาจเป็นจุดเร่งโมเมนตัมให้กับราคาบิตคอยน์ โดยการวิเคราะห์ประวัติศาสตร์ 4 ครั้งที่ผ่านมา ที่ความสัมพันธ์ระหว่าง 2 สินทรัพย์เปลี่ยนเป็นค่าลบ พบว่า บิตคอยน์มีค่าเฉลี่ยการเติบโตราว *56%* ภายใน 2 เดือนหลังกระบวนการเปลี่ยนแนวโน้มแล้วเสร็จ
หนึ่งในกรณีศึกษาที่เห็นได้ชัดคือช่วงปี 2020–2021 ซึ่งบิตคอยน์พุ่งขึ้นถึงราว *70,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.03 ล้านบาท)* หลังผ่านช่วงสะสมราคายาวนาน และเข้าสู่เฟสการเติบโตพร้อมกับความสัมพันธ์กับทองคำที่เริ่มกลับเป็นลบ นักวิเคราะห์คริปโตชื่อว่า *มิดาส(Midas)* กล่าวว่า โครงสร้างราคาในปัจจุบันมีความคล้ายกันอย่างมากกับช่วงเวลาดังกล่าว พร้อมชี้ว่าบิตคอยน์กำลังเข้าสู่ “ภาวะกึ่งพาราโบลิก” และหากแนวโน้มสอดคล้องกับรอบก่อน เป้าหมายถัดไปของราคาบิตคอยน์อาจอยู่ที่ระดับสูงสุดถึง *150,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 2.21 ล้านบาท)*
อย่างไรก็ตาม ก็ไม่ใช่ทุกกรณีที่จะเป็นไปตามโมเดลนี้ ในเดือนพฤษภาคม 2021 แม้ความสัมพันธ์กับทองคำพลิกเป็นลบ แต่บิตคอยน์กลับดิ่งลง *26%* เนื่องจากการที่บริษัทเทสลา(TSLA) ประกาศยกเลิกการรับชำระด้วยบิตคอยน์ ประกอบกับที่จีนออกมาตรการเข้มงวดด้านการขุดคริปโต ทำให้ตลาดถูกบีบให้ลดเลเวอเรจอย่างรุนแรง
ปัจจัยสำคัญอีกด้านที่ช่วยหนุนการมองว่าบิตคอยน์อาจเข้าสู่ช่วงขาขึ้นคือ ‘ภาวะสภาพคล่องโลก’ ที่กำลังฟื้นตัว แมตต์ ฮูแกน(Matt Hougan) หัวหน้าฝ่ายวิจัยของบิตไวส์(Bitwaise) เขียนในรายงานล่าสุดว่า “รอบตลาดกระทิงของบิตคอยน์มักจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับการเพิ่มสภาพคล่องทั่วโลก” พร้อมชี้ว่า “การที่เฟดเตรียมหยุดนโยบายตึงตัวทางการเงิน(QT) รวมถึงท่าทีผ่อนคลายของธนาคารกลางในหลายประเทศ จะยิ่งเป็นปัจจัยเร่งราคาบิตคอยน์”
ข้อมูลสนับสนุนความเห็นดังกล่าวสามารถเห็นได้จากแนวโน้มของ *ปริมาณเงิน M2 โลก* ที่พลิกกลับมาเพิ่มขึ้น ขณะที่ ‘ทองคำ’ พุ่งขึ้นกว่า *65%* ตลอดปีที่ผ่านมา แต่ ‘บิตคอยน์’ กลับคงที่หรือเติบโตในอัตราที่น้อยมาก ฮูแกนยังเสริมว่า “ตอนนี้บิตคอยน์กำลังเริ่มแซงหน้าทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่จะนำเทรนด์” พร้อมเน้นว่า ในระยะยาว ‘บิตคอยน์’ ไม่ควรถูกมองเป็นเพียง ‘ทองคำที่มีเลเวอเรจ’ แต่ควรถูกมองว่าเป็นเครื่องมือการจัดการความเสี่ยงในพอร์ตที่มีความเป็นอิสระมากกว่า
นักวิเคราะห์ชื่อดัง *ทัวร์ เดอมีสเตอร์(Tuur Demeester)* เสริมว่า หากช่วงปี 2026 รัฐบาลประเทศหลัก ๆ ยังคงกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยนโยบายการเงินผ่อนคลายเช่นนี้ต่อไป จะส่งผลดีโดยตรงต่อบิตคอยน์ ซึ่งได้รับการยอมรับเพิ่มขึ้นในฐานะสินทรัพย์สำหรับป้องกันเงินเฟ้อ แม้จะเคยจัดอยู่ในหมวดเดียวกับทองคำ แต่ทิศทางราคาช่วงหลังแสดงให้เห็นว่าบิตคอยน์เริ่มมีลักษณะของ ‘สินทรัพย์เติบโต’ ที่ได้รับความนิยมมากขึ้น
หากราคาบิตคอยน์เพิ่มขึ้นตามการคาดการณ์ที่ *56%* จากระดับปัจจุบัน จะส่งผลให้ราคาทะลุไปที่ราว *144,000–150,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 2.12–2.21 ล้านบาท)* ซึ่งเป็นระดับที่เทียบเคียงได้กับช่วงพีกของการเติบโตในอดีต
ท้ายที่สุด หากสัญญาณการแยกตัวจากทองคำผสานกับภาวะเศรษฐกิจที่เอื้อต่อการขยายตัวของสภาพคล่องโลก บิตคอยน์อาจอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญของการกลับตัว อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรระมัดระวังเรื่องความไม่แน่นอนทางการเมืองและนโยบายซึ่งอาจสร้างความผันผวนให้กับตลาดได้ในระยะข้างหน้า *ความคิดเห็น*
ความคิดเห็น 0