งานประชุม NFT ฝรั่งเศสปี 2026 ถูกยกเลิก ก่อนเริ่มเพียงหนึ่งเดือน สะท้อนตลาด NFT กำลังเผชิญแรงกดดันครั้งใหญ่ โดยผู้จัดระบุว่าการลดต้นทุนถึงขีดสุดยังไม่สามารถรับมือกับวิกฤตงบประมาณได้ พร้อมยอมรับว่าสถานการณ์ ‘ไม่ใช่แค่ราคาตก’ แต่เกิดจากการหดตัวของแรงสนับสนุนทั่วทั้งอุตสาหกรรม
NFT ปารีส ซึ่งแต่เดิมมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 5–6 กุมภาพันธ์ ณ La Villette Grande Halle กรุงปารีส ร่วมกับงาน RWA ปารีส ได้ประกาศยกเลิกทั้งสองอีเวนต์เมื่อไม่นานมานี้ โดยตั๋วเข้างานจะมีการคืนเงินเต็มจำนวน อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าผู้สนับสนุนบางรายไม่สามารถขอรับเงินคืนจากการเป็นสปอนเซอร์ได้
รายได้ของงานประชุม NFT ส่วนใหญ่มาจากผู้สนับสนุนและการเปิดบูธแสดงสินค้า ซึ่งต้องอาศัยความเชื่อมั่นจากตลาดอย่างสูง เมื่อปริมาณการซื้อขายและมูลค่าโดยรวมของตลาด NFT ลดลงอย่างต่อเนื่อง ความสามารถในการดึงดูดผู้สนับสนุนจึงหดหายไป และ ‘โมเดลธุรกิจที่พึ่ง NFT เพียงอย่างเดียว’ เริ่มไม่ยั่งยืนอีกต่อไป
ความคิดเห็น: การยกเลิกงานประชุมแบบนี้คือสัญญาณแรงสะเทือนที่เหนือกว่าตัวเลขยอดขาย เพราะงานอีเวนต์แสดงให้เห็นภาพรวมของ ‘ความเชื่อมั่น’, ‘งบประมาณ’ และ ‘ความคาดหวังต่ออนาคต’ ของอุตสาหกรรม
ข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์ตลาดอย่าง CryptoSlam แสดงให้เห็นว่ายอด NFT ทั่วโลกในเดือนพฤศจิกายน 2025 ลดลงมาอยู่ที่ 320 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จาก 629 ล้านดอลลาร์ในเดือนก่อนหน้า และในเดือนธันวาคม ตัวเลขก็ยังคงต่ำอยู่ที่ 303.5 ล้านดอลลาร์ ซึ่งสะท้อนถึงภาวะ ‘เงียบเหงา’ แม้ตลาดยังไม่หยุดนิ่ง
ขณะที่ DappRadar รายงานว่าช่วงไตรมาส 3 ปี 2025 มีการซื้อขาย NFT กว่า 18.1 ล้านรายการ รวมเป็นมูลค่า 1.6 พันล้านดอลลาร์ แต่ NFT ส่วนใหญ่กลับมีราคาต่ำ เต็มไปด้วยการเก็งกำไรและขาดความยั่งยืนด้านมูลค่า ซึ่งเป็นภาพของตลาดที่ขาดความแข็งแรง แม้ ‘มีปริมาณ’ แต่ ‘ไม่มีคุณภาพ’
บรรดาแบรนด์ต่างๆ ก็เริ่มปรับมุมมองจาก NFT แบบสะสม มาเป็นเครื่องมือที่มี ‘ประโยชน์จริง’ เช่น การให้สิทธิ์เข้าถึง, เครื่องมือบริหารแฟนคลับ หรือระบบสะสมคะแนน ตัวอย่างเช่น Ticketmaster เปิดตัวฟีเจอร์ ‘Token-gated’ ที่ให้สิทธิพิเศษแก่ผู้ถือ NFT ส่วน Coachella ก็ทดลองขาย NFT สำหรับ VIP ตลอดชีพ
ในอีกด้านหนึ่ง ธุรกิจที่ไม่สามารถแสดงมูลค่าในโลกจริงได้ ก็เริ่มจะถอนตัวออก เช่น สตาร์บัคส์ประกาศยุติโครงการ Odyssey ในเดือนมีนาคม 2024 ขณะที่ Reddit ก็ปิดร้านขาย NFT อวาตาร์ สะท้อนว่าหลายแบรนด์เริ่มทบทวนบทบาท NFT หลังไม่สามารถตอบโจทย์เชิงพาณิชย์
ความเปลี่ยนแปลงยังปรากฏในมาร์เก็ตเพลสอย่างชัดเจน โดย OpenSea หันมาตำแหน่งตัวเองใหม่เป็น ‘แพลตฟอร์มสินทรัพย์ทุกชนิด’ แทนที่จะเน้น NFT เพียงอย่างเดียว ขณะที่ Blur ที่เคยขึ้นอันดับหนึ่งด้านปริมาณซื้อขายในปี 2023 กลับไม่สามารถรักษากระแสไว้ได้ เพราะกิจกรรมส่วนใหญ่อิงกับโบนัสและแต้ม มากกว่าความต้องการจริง
ความคลุมเครือยังทวีความรุนแรงขึ้น หลังสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์สหรัฐ(SEC) ส่งจดหมายเตือนอย่างเป็นทางการ (Wells Notice) ถึง OpenSea ในปี 2024 เพื่อเริ่มต้นการพิจารณาการกำกับดูแล แสดงให้เห็นว่าตลาด NFT ยังอยู่ในโซนไม่ชัดเจนทางกฎหมาย และส่งผลให้กิจกรรมขนาดใหญ่อย่างงาน NFT ปารีส ยิ่งไม่มีพื้นที่ยืน
แม้ความเคลื่อนไหวทั้งหมดนี้จะดูเป็นลบ แต่ก็ไม่ได้แปลว่ายุคของ NFT ได้จบลง ตรงกันข้ามคือ ‘ภาพรวมของ NFT กำลังเปลี่ยน’ จากตลาดสะสมไปสู่ ‘โครงสร้างพื้นฐานในระบบ’ ที่ผสานเข้าไปในการใช้งานจริง เช่น เกม, ระบบตั๋ว, โปรแกรมสะสมแต้ม
ความคิดเห็น: การอยู่รอดของ NFT ในช่วงปี 2026 จะขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ การมีปริมาณซื้อขายที่ยั่งยืนโดยไม่ต้องพึ่งแรงจูงใจ, การกลับมาของแบรนด์ที่ใช้งานในเชิงกลยุทธ์จริงจัง และการถูกรวมเข้ากับระบบทั่วไปราวกับ ‘เทคโนโลยีเบื้องหลัง’ มากกว่า ‘ไฮป์ชั่วคราว’
NFT ยังไม่ตาย แต่มันเงียบลง เปลี่ยนทิศ และยึดหลักความจริงมากขึ้น การยกเลิก NFT ปารีสจึงเป็นเพียงฉากหนึ่งบนเวทีใหญ่ของวิวัฒนาการเทคโนโลยีนี้เท่านั้น
ความคิดเห็น 0