บริษัทด้านปัญญาประดิษฐ์ของจีนอย่างดีปซีก(DeepSeek) ได้เปิดเผยการคาดการณ์ราคาของสกุลเงินดิจิทัลหลัก 3 รายการ ได้แก่ ริปเปิล(XRP), บิตคอยน์(BTC) และคาร์ดาโน(ADA) สำหรับปี 2026-2027 ซึ่งตัวเลขที่ถูกคาดการณ์โดย AI นั้นถือว่าทะลุขอบเขตการจินตนาการของตลาดในปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง โดยหากตลาดเข้าสู่ช่วงขาขึ้นอย่างเต็มรูปแบบตามที่ดีปซีกประเมิน เหล่าคริปโตเหล่านี้อาจทำลายสถิติเดิมและเข้าสู่โซนราคาที่ไม่เคยมีมาก่อน
สำหรับริปเปิล(XRP) ดีปซีกคาดว่า อาจพุ่งสูงสุดถึง 10 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 14,700 บาท ภายในปี 2027 เทียบจากราคาปัจจุบันราว 3,000 บาท จะเป็นการเพิ่มขึ้นมากกว่า 385% โดยมีปัจจัยสนับสนุนในอนาคตคือ ‘การอนุมัติ ETF’ แบบสปอตในสหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มตั้งแต่ปี 2025 ส่งผลให้ทุนจากสถาบันการเงินไหลเข้าสู่ XRP อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ริปเปิลเคยสร้างสถิติราคาสูงสุดในรอบ 7 ปีไว้ที่ 3.65 ดอลลาร์ หรือประมาณ 5,400 บาท ภายหลังจากชนะคดีสำคัญต่อสำนักงาน ก.ล.ต. สหรัฐฯ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและกระตุ้นความเชื่อมั่นนักลงทุนได้มากขึ้น
สำหรับบิตคอยน์(BTC) ดีปซีกเชื่อว่าหากนโยบายด้านคริปโตเคอร์เรนซีของสหรัฐฯ มีความชัดเจนมากขึ้นภายใต้รัฐบาลที่นำโดยประธานาธิบดีทรัมป์ ราคาบิตคอยน์อาจแตะระดับสูงสุดที่ 350,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 51.6 ล้านบาท โดยมีระดับต่ำสุดของการคาดการณ์อยู่ที่ 200,000 ดอลลาร์ หรือราว 29.5 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นการเติบโตมากกว่าสองเท่าจากราคาปัจจุบัน ปัจจุบัน บิตคอยน์ครองมูลค่าตลาดอยู่ที่ 1.8 ล้านล้านดอลลาร์จากทั้งหมด 3.22 ล้านล้านดอลลาร์ และยังถูกขนานนามว่าเป็น ‘ทองคำดิจิทัล’ โดยปัจจัยอย่างการชะลอตัวของอัตราเงินเฟ้อและสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบที่ดีขึ้นอาจช่วยให้บิตคอยน์ทุบสถิติราคาสูงสุดเดิมได้ภายในปีนี้
สำหรับคาร์ดาโน(ADA) ดีปซีกคาดการณ์ว่าราคาจะทะยานขึ้นถึง 12 ดอลลาร์ หรือราว 17,700 บาทในช่วงต้นปี 2026 เพิ่มขึ้นมากกว่า 3,000% จากระดับราคาปัจจุบันที่เพียง 576 บาท โดยเหตุผลหลักมาจากความเป็นเครือข่ายบล็อกเชนที่มีฐานการพัฒนาเชิงวิชาการที่เข้มแข็ง การเติบโตของระบบนิเวศ dApp และกิจกรรมของนักพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ คาร์ดาโนมีมูลค่าทีวีแอล (TVL) หรือยอดเงินทุนสะสมอยู่ที่กว่า 181 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 267 ล้านบาท ซึ่งเริ่มท้าทายอีเธอเรียมในบางมิติ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยจากเศรษฐกิจมหภาคและข่าวเชิงลบในช่วงที่ผ่านมาอาจทำให้ราคาอยู่ในจุดต่ำสุดนับตั้งแต่ตุลาคม 2024 และความเสี่ยงขาลงก็ยังไม่หมดไป แต่หากรัฐบาลสหรัฐฯ เร่งจัดระเบียบด้านกฎระเบียบของคริปโต ก็อาจจำกัดความเสี่ยงด้านลบได้พอสมควร
ในฝั่งของนักลงทุนสายเสี่ยง ด้านดีปซีกเสนอให้จับตาโทเคน ‘แม็กซี โดจ(MAXI)’ ซึ่งเป็นเหรียญมีม(MEME) ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากโดจคอยน์ แต่เพิ่มความสนุกสนานด้วยเอกลักษณ์ “โดจกล้าม” แม็กซี โดจทยอยจำหน่ายในรอบพรีเซลโดยสามารถระดมทุนได้มากกว่า 4.4 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 65 ล้านบาท และนำเสนอผลตอบแทนจากการสเตคสูงสุดถึง 70% ต่อปี โดยเป็นโทเคนประเภท ERC-20 บนเครือข่ายอีเธอเรียมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า แรงสนับสนุนจากกระแสมีมที่กลับมาอีกรอบอาจช่วยส่ง MAXI ให้กลายเป็นผู้เล่นสำคัญรายใหม่ในกลุ่มเหรียญมีมได้
ถึงแม้การคาดการณ์ของ AI อย่างดีปซีกจะกระตุ้นจินตนาการของนักลงทุนด้วยตัวเลขที่น่าตกตะลึง แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าตลาดคริปโตยังเผชิญกับปัจจัยผันผวนมากมาย ทั้งจากแนวโน้มเศรษฐกิจโลก นโยบายรัฐบาล และทิศทางของตลาดโดยรวม ‘ความคิดเห็น’: นักลงทุนควรใช้ข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลประกอบและอ้างอิง ไม่ใช่เครื่องชี้ขาดในการตัดสินใจลงทุน เพราะทุกการลงทุนยังคงมี ‘ความเสี่ยง’ เสมอ
ความคิดเห็น 0