**‘NYC โทเคน’ ของเอริก อดัมส์ เปิดตัวไม่ถึงวัน ราคาดิ่ง-เจอข้อกล่าวหา ‘เทรดแล้วหนี’**
เอริก อดัมส์ อดีตนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก เปิดตัวโทเคนสายมีมชื่อว่า *NYC โทเคน* บนบล็อกเชน *โซลานา(SOL)* ได้เพียงไม่ถึง 24 ชั่วโมง ก่อนราคาจะร่วงหนักเกือบ 80% จนเผชิญกระแสวิจารณ์อย่างหนักเรื่องการ ‘เทรดแล้วหนี’ หรือ *rug pull* โดยชุมชนคริปโตและนักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่า โครงการมีการใช้ความน่าเชื่อถือของอดีตบุคคลสาธารณะมาเป็นเครื่องมือระดมเงินจากนักลงทุนทั่วไป
เมื่อวันที่ 12 (เวลาท้องถิ่น) อดัมส์เปิดตัว *NYC โทเคน* อย่างเป็นทางการที่จัตุรัสไทม์สแควร์ ใจกลางเมืองนิวยอร์ก โดยให้เหตุผลว่า รายได้จากโทเคนจะถูกนำไปใช้ในโครงการทุนการศึกษา การต่อต้านการแบ่งแยกทางเชื้อชาติ และสนับสนุนการศึกษาเทคโนโลยีบล็อกเชนสำหรับผู้ขาดโอกาส
ราคาของ *NYC โทเคน* เคยขึ้นไปแตะระดับมูลค่าตลาดรวมสูงสุดราว 730 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.07 หมื่นล้านบาท) แต่ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ราคาต่อโทเคนก็ร่วงจากราว 0.46 ดอลลาร์สหรัฐ (677 บาท) เหลือเพียง 0.10 ดอลลาร์สหรัฐ (147 บาท) สร้างความเสียหายให้กับนักลงทุนที่เข้าซื้อตั้งแต่ช่วงแรกอย่างชัดเจน
**เบื้องหลังราคาดิ่ง: ถอนสภาพคล่องทันทีหลังเปิดตัว**
ประเด็นหลักที่กระตุ้นความไม่ไว้วางใจคือ การที่อดัมส์ถูกจับได้ว่ามีการถอนสภาพคล่องจากพูลซื้อขายทันทีหลังเปิดตัว โดยนักวิเคราะห์ *on-chain* และผู้ใช้บนบล็อกเชนต่าง ๆ พบว่ามีการเคลื่อนไหวของเงินทุนจำนวนหลายล้านดอลลาร์ ซึ่งสร้างข้อสงสัยว่าการเทขายเร็วครั้งนี้เป็นการ *rug pull* อย่างชัดเจน
ยิ่งไปกว่านั้น เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของโครงการยังขาดเอกสารสำคัญ รวมถึงมีลิงก์ที่เข้าใช้งานไม่ได้ และไม่มีข้อมูลชัดเจนว่าใครหรือหน่วยงานใดจะเป็นผู้ตัดสินใจเกี่ยวกับการจัดสรรรายได้ของโทเคน ทำให้ภาพรวมของโครงการดู ‘ไม่โปร่งใส’ อย่างมากในสายตาผู้ใช้งาน
**จากแชมป์สายคริปโต กลายเป็นประเด็นถกเถียง**
ในช่วงที่ดำรงตำแหน่ง อดัมส์เคยประกาศรับเงินเดือนบางส่วนเป็น *บิตคอยน์(BTC)* และ *อีเธอเรียม(ETH)* พร้อมตั้งเป้าให้นิวยอร์กกลายเป็นศูนย์กลางบล็อกเชนของสหรัฐฯ ดังนั้นการเปิดตัว NYC โทเคนจึงได้รับความสนใจไม่น้อยจากนักลงทุนที่มองว่าเป็นการเดินหน้าต่อในจุดยืนเดิม
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่รัฐนิวยอร์ก ซึ่งรวมถึงนายกเทศมนตรีคนปัจจุบันอย่าง โจฮ์ราน มัมดานี กลับไม่มีส่วนร่วมใด ๆ กับโครงการนี้ และไม่ประกาศสนับสนุนอย่างเป็นทางการ ทำให้ประเด็น ‘การเอาชื่อเสียงจากงานรัฐมาทำโปรเจกต์ส่วนตัว’ ถูกจุดกระแสขึ้นมาอย่างรวดเร็ว โดยนักวิเคราะห์การเมืองบางรายระบุว่า “การใช้ภาพลักษณ์จากอดีตหน้าที่การงานเพื่อขายโทเคนถือเป็นเรื่องไม่เหมาะสม”
**นักลงทุนเริ่มเรียกร้อง-อาจเปิดทางให้หน่วยงานสืบสวน**
ผู้ใช้งานบางรายเริ่มพูดถึงการขาดข้อมูลเพียงพอก่อนการเปิดขายโทเคน และบางรายกล่าวหาว่าไม่สามารถประเมินความเสี่ยงได้อย่างเป็นธรรม ซึ่งอาจเข้าข่ายการให้ข้อมูลเท็จหรือการชักชวนโดยไม่สุจริต
นักกฎหมายด้านสินทรัพย์ดิจิทัลระบุว่า หากพบว่ามีการบริหารเงินทุนที่ไม่โปร่งใส และมีผู้เสียหายเป็นวงกว้าง ก็อาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายด้านตลาดทุนได้ และหน่วยงานกำกับดูแลก็อาจเข้ามาสืบสวนในไม่ช้า
ความคิดเห็นจากนักวิเคราะห์ตลาดคริปโตระบุว่า “การติดตามธุรกรรมบนเครือข่ายสาธารณะสามารถทำได้อย่างแม่นยำ และหากมีการสืบสวนอย่างจริงจัง เราอาจได้เห็นรายละเอียดมากกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้” พร้อมย้ำว่า โครงการคริปโตที่มีบุคคลมีชื่อเสียงหรืออดีตเจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาเกี่ยวข้อง ควรได้รับการตรวจสอบอย่างรอบคอบเป็นพิเศษ
เหตุการณ์นี้จึงเป็นอีกหนึ่งบทเรียนสำคัญว่าการลงทุนในโครงการที่ดูมี ‘ความน่าเชื่อถือ’ จากการมีบุคคลสาธารณะเกี่ยวข้องก็อาจมีความเสี่ยงไม่ต่างจากโครงการทั่วไป
ความคิดเห็น 0