Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

นักลงทุนรายย่อยถอย ตลาดคริปโตเข้าสู่ยุคสถาบันเต็มตัว

การหายไปของนักลงทุนรายย่อย: เบื้องหลังภาวะซบเซาในตลาดคริปโต

กระแสความนิยมในตลาดคริปโตเริ่มแผ่วลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะจากฝั่งนักลงทุนรายย่อยที่เคยเป็นแรงผลักดันสำคัญของตลาด ความคึกคักจากเหรียญมีมและยูทูบเบอร์คริปโตที่เคยครองโซเชียลมีเดียเริ่มเลือนหายไป พร้อมกับความเชื่อมั่นที่ลดลงในหมู่ผู้ใช้ทั่วไป นักวิเคราะห์มองว่านี่ไม่ใช่แค่ผลจาก ‘อัลกอริทึม’ ของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย แต่เป็นสัญญาณของการเปลี่ยนผ่านจากตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยรายย่อยไปสู่ ‘สถาบัน’ อย่างเต็มรูปแบบ

เมื่อวันที่ 10 มกราคม (เวลาท้องถิ่น) นิคิตา เบียร์ หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ X (ชื่อเดิมทวิตเตอร์) กล่าวว่า การลดลงของกิจกรรมในชุมชนคริปโตบนแพลตฟอร์มไม่ได้เกิดจากอัลกอริทึม แต่เป็นเพราะพื้นที่นี้กำลังเปิดทางให้กับ ‘เนื้อหาขยะ’ ที่สร้างโดย AI และโฆษณาเกรดต่ำ อย่างไรก็ตามคำกล่าวนี้กลับเพิ่มกระแสวิจารณ์ แทนที่จะคลี่คลายสถานการณ์ ผู้ใช้งานจำนวนมากมองว่าปัญหาคือการปรับอัลกอริทึม, จำนวนบ็อตที่เพิ่มขึ้น, และคอนเทนต์สังเคราะห์จำนวนมากที่ล้นตลาดข้อมูล

ในวันที่ 13 เบียร์โพสต์ว่า “ปัญหาทั้งหมดได้รับการแก้ไขแล้ว” อย่างสั้น ๆ แต่ความไม่พอใจก็ยังคงอยู่ ท้ายที่สุด X จึงตัดสินใจแบนโครงการ 'อินโฟไฟ' (InfoFi) ทั้งหมด ซึ่งมีโมเดลให้รางวัลตอบแทนการเขียนโพสต์ ตัวอย่างคือโปรเจกต์ 'ไคโต' (Kaito) ที่ราคาของโทเคนร่วงลงเกือบ 20% ทันทีหลังการประกาศ

การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างตลาด: จุดเริ่มต้นของยุคใหม่

การร่วงลงของกิจกรรมคริปโตไม่ได้มาจากปัญหาทางเทคนิคเพียงอย่างเดียว นิค คาร์เตอร์ แห่ง Castle Island Ventures ให้ความเห็นว่า ความเคลื่อนไหวด้านการเงินกำลังเปลี่ยนไปสู่บล็อกเชนโครงสร้างพื้นฐานและสเตเบิลคอยน์ ขณะเดียวกันชุมชนคริปโตบนโซเชียลกลับเต็มไปด้วย ‘เสียงรบกวนจาก AI’ มากกว่าข้อมูลเชิงลึก

เบื้องหลังการถอนตัวของนักลงทุนรายย่อยยังมีสาเหตุด้านจิตวิทยา เมื่อวันที่ 10 ตุลาคมปีที่ผ่านมา มีการล้างพอร์ตมูลค่ากว่า 27 ล้านล้านวอน (ราว 27.2 หมื่นล้านบาท) ภายในวันเดียว ส่งผลให้นักลงทุนจำนวนมากกว่า 1.5 ล้านรายสูญเสียเงินทุนอย่างหนัก บวกกับการหลอกลวงในโปรเจกต์คุณภาพต่ำ เหรียญมีมที่ร่วงแรง และผลตอบแทนจากดีไฟน์ที่ไม่น่าดึงดูด ทำให้ดัชนีความกลัว-ความโลภในตลาดอยู่ในระดับ ‘กลัวสุดขีด’ ติดต่อกันในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม

จาเวด คาตัก CFO ของบริษัทโครงสร้างพื้นฐานบนเครือข่ายคอสโมส ‘cheqd’ ชี้ว่า การชะลอตัวในรอบนี้สะท้อนถึงสภาวะการปรับตัวเชิงโครงสร้างมากกว่าภาวะตื่นตระหนกธรรมดาอันเกิดจากนักลงทุนรายย่อย “อัตราดอกเบี้ยที่สูง กับผลตอบแทนที่แท้จริงที่เพิ่มขึ้น ทำให้สินทรัพย์ที่มีความผันผวนและไม่มีรายได้ดูไม่น่าสนใจอีกต่อไป” เขากล่าว พร้อมเสริมว่า “การเคลื่อนไหวของตลาดรอบนี้ขับเคลื่อนโดยสถาบัน ไม่ใช่รายย่อย”

จากยูทูบถึงออนเชน: ทุกแพลตฟอร์มสะท้อนความเงียบ

มาร์คัส เลวิน ผู้ร่วมก่อตั้ง XYO มองว่าภาวะนี้คือหนึ่งในขั้นตอนสู่ความเป็นผู้ใหญ่ของตลาด โดยตัวชี้วัดอย่างปริมาณการค้นหา การชม และการซื้อขายลดลงพร้อมกันทั่วทั้งอุตสาหกรรม เบนจามิน โคเวน ผู้ก่อตั้ง Into The Cryptoverse ก็กล่าวว่า “จำนวนผู้ติดตามบนยูทูปเพิ่มขึ้นน้อยลงอย่างชัดเจน ในขณะที่เหรียญมีมและอัลต์คอยน์ไม่สามารถรักษาคำสัญญาได้ จึงทำให้ความเหนื่อยล้าสะสมในหมู่นักลงทุนรายย่อยยิ่งรุนแรง”

โคเวนยังกล่าวว่า ช่วงปี 2023 ถึง 2025 อาจเป็น ‘ฤดูกาลกระทิงของบิตคอยน์(BTC) เพียงเหรียญเดียว’ โดยที่อัลต์คอยน์กลับเผชิญกับภาวะซบเซาอย่างปฏิเสธไม่ได้

ข้อมูลจากบนเชนยืนยันแนวโน้มดังกล่าว บริษัทวิเคราะห์บล็อกเชน Santiment รายงานว่า นับตั้งแต่จุดสูงสุดในเดือนตุลาคม จำนวนที่เก็บบิตคอยน์ในกระเป๋าเงินลดลงไปมากกว่า 37,000 บัญชี ขณะที่ปริมาณการกล่าวถึงบนโซเชียลลดต่ำสุดในรอบสามเดือน นักลงทุนขนาดเล็กและกลางยังคงเข้าซื้อ แต่กระเป๋าของ ‘วาฬ’ กลับทยอยขายสินทรัพย์ออกมา ส่งสัญญาณเตือนต่อทิศทางของตลาด

อย่างไรก็ตาม ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา Santiment ชี้ว่าเริ่มมีสัญญาณกลับทิศ ซึ่งอาจนำไปสู่การฟื้นตัวของแนวโน้มในระยะต่อไป

คริปโตในจุดเปลี่ยน: รายย่อยถอย สถาบันเดินหน้า

ตลาดในขณะนี้อยู่ในระยะหัวเลี้ยวหัวต่อ ระหว่างเส้นทางถอยกลับของนักลงทุนรายย่อย กับกำลังซื้อต่อเนื่องจากสถาบันและเงินทุน ETF ที่ยังไม่หยุดไหลเข้า แม้สัญญาณจากโซเชียลจะสะท้อน ‘ภาวะตลาดหมี’ อย่างชัดเจน แต่ฝั่งสถาบันยังคงพยายามประคองราคาทางเทคนิคไว้

Santiment แนะนำให้จับตาตัวชี้วัดอย่างอัตราส่วน ‘MVRV’ (Market Value to Realized Value) และจิตวิทยาตลาดเป็นพิเศษ เพราะทั้งสองตัวนี้อาจเป็นตัวกำหนดว่าตลาดจะฟื้นกลับขึ้น หรือเข้าสู่ภาวะขาลงต่อเนื่องกันแน่

สิ่งที่ชัดเจนในเวลานี้คือ การพลิกฟื้นของตลาดคริปโตจะต้องใช้มากกว่า ‘การเปลี่ยนอัลกอริทึม’ หากไม่มีความสดใหม่เชิงโครงสร้างหรือพลวัตใหม่จากนักลงทุนรายย่อย การเติบโตระยะยาวอาจต้องพึ่งพากองทุนสถาบันเท่านั้น ความหวังสุดท้ายของตลาดคริปโตในระลอกนี้จึงขึ้นอยู่กับว่า ใครจะสามารถรักษาแรงส่งไว้ได้ในสงครามกินเวลานี้

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1