ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศเก็บ ‘ภาษีนำเข้า’ เพิ่มเติมต่อ 8 ประเทศในยุโรป ท่ามกลางข้อพิพาทเกี่ยวกับเกาะกรีนแลนด์ ขณะที่ตลาดหันจับตาบิตคอยน์(BTC)ซึ่งมีแนวโน้มยัง ‘นิ่ง’ ไม่ตอบสนองชัดเจนต่อเหตุการณ์นี้
เมื่อวันที่ 17 (เวลาท้องถิ่น) ทรัมป์ประกาศผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย TruthSocial ว่าจะจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าทุกชนิดจาก 8 ประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป ได้แก่ เดนมาร์ก, นอร์เวย์, สวีเดน, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, สหราชอาณาจักร, เนเธอร์แลนด์ และฟินแลนด์ ในอัตรา *10% เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์* และหากการเจรจาซื้อเกาะกรีนแลนด์ไม่คืบหน้าภายในวันที่ 1 มิถุนายน อัตราดังกล่าวจะเพิ่มเป็น *25%* โดยทรัมป์ระบุว่า “นี่คือการปกป้องอธิปไตยของสหรัฐ” และมองว่าการซื้อกรีนแลนด์เป็น “การลงทุนสำคัญต่อความมั่นคงแห่งชาติ”
การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากประเทศในยุโรปส่งกำลังพลเข้าไปในกรีนแลนด์ โดยอ้างภารกิจลาดตระเวนทางทหาร ทำให้ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและยุโรปปะทุรุนแรงขึ้นในระดับที่ตลาดไม่อาจมองข้าม
บริษัทวิเคราะห์ตลาดการเงิน โคเบย์ซิเลตเตอร์(The Kobeissi Letter) ประเมินว่า มาตรการนี้จะกระทบมูลค่าการค้าระหว่างสหรัฐกับยุโรปรวมกว่า *1.2 ล้านล้านดอลลาร์* ต่อปี และการเข้าซื้อเกาะกรีนแลนด์อาจต้องใช้วงเงินมากถึง *7,000,000 ล้านดอลลาร์*
โคเบย์ซิเลตเตอร์ยังเตือนอีกว่า ความตึงเครียดในสงครามการค้าหนล่าสุด อาจซ้ำรอยปีที่แล้ว เมื่อราคาบิตคอยน์ร่วงลงกว่า *35%* จากจุดสูงสุด หลังทรัมป์เริ่มใช้มาตรการภาษีรอบแรก โดยในคราวนั้น ราคาบิตคอยน์จากระดับสูงสุดที่ *110,000 ดอลลาร์* กลับปรับตัวลดลงต่ำกว่า *75,000 ดอลลาร์*
อย่างไรก็ตาม ขณะที่ข่าวในปีนี้ทำให้ตลาดบางส่วนวิตก บิตคอยน์กลับแสดงอาการ ‘นิ่งสนิท’ โดยล่าสุดมีการซื้อขายอยู่ที่ราว *95,000 ดอลลาร์* หรือประมาณ *1.4 ล้านบาท* และยังไม่เห็นปฏิกิริยาหลักจากนักลงทุน สะท้อนท่าที ‘รอดู’ ท่ามกลางความเสี่ยงทางการเมืองที่เริ่มก่อตัว
ในมุมมองของนักวิเคราะห์ บางส่วนเชื่อว่าตลาดได้ประเมินสถานการณ์ล่วงหน้าไว้แล้วระดับหนึ่ง ขณะที่อีกฝ่ายเตือนว่า หากความขัดแย้งลุกลามเป็นวิกฤตทางการทูตหรือการเงินในวงกว้าง ก็อาจกระตุ้นให้บิตคอยน์เคลื่อนไหวรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะหากประเทศในยุโรปตอบโต้มาตรการของสหรัฐด้วยนโยบายด้านเศรษฐกิจหรือกฎหมายที่เข้มงวด
การที่ทรัมป์หยิบยก ‘กรีนแลนด์’ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ในแถบอาร์กติกมาเป็นหัวข้อหลักของการเจรจาการค้า ทำให้หลายฝ่ายมองว่าสิ่งนี้ไม่ใช่เพียงการแสดงวิสัยทัศน์ทางการเมือง หากแต่เป็นจุดเริ่มต้นของความตึงเครียดที่อาจดำเนินต่อเนื่องในระยะยาว นำมาซึ่งผลกระทบต่อตลาดคริปโตที่ยังต้องจับตาอย่างใกล้ชิดต่อไป
ความคิดเห็น 0