บิตคอยน์(BTC) รักษาระดับราคาสูงกว่า 9,570,000 วอน หลังจากที่เคยร่วงไปต่ำกว่า 9,100,000 วอนในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา จุดประกายความหวังต่อการ ‘รีเทิร์นของตลาดกระทิง’ โดยนักวิเคราะห์เชื่อว่า การฟื้นตัวครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเก็งกำไรระยะสั้น แต่เป็นการเคลื่อนไหวที่มี ‘พื้นฐานรองรับ’ ผ่านการเข้ามาของ ‘สมาร์ตมันนี่’
ข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์บล็อกเชนอย่างแซนติมันต์(Santiment) ชี้ว่า กลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ทั้งวาฬและสถาบันต่างพากันสะสมบิตคอยน์อย่างเงียบๆ ในขณะที่นักลงทุนรายย่อย โดยเฉพาะกลุ่ม ‘กุ้ง’ หรือผู้ถือ BTC ต่ำกว่า 0.01 BTC เลือกขายทำกำไรและลดสัดส่วนการถือครองลง
ตั้งแต่วันที่ 10 กลุ่มบัญชีที่ถือบิตคอยน์ตั้งแต่ 10 ถึง 10,000 BTC ได้เพิ่มการถือครองรวมกันกว่า 32,693 BTC หรือราว 309,600 ล้านวอน เพิ่มขึ้น 0.24% เทียบกับพอร์ตโดยรวม ในทางกลับกัน กลุ่มผู้ถือ BTC ต่ำกว่า 0.01 BTC ได้ทยอยขายรวมกว่า 149 BTC ซึ่งคิดเป็นมูลค่าประมาณ 14,000 ล้านวอน หรือเกือบ 30% ของยอดถือครองรวมทั้งหมดในกลุ่มนี้
แซนติมันต์ตั้งข้อสังเกตว่า การที่ทุนเล็กๆ เริ่มถอยตัว ในขณะที่ ‘สมาร์ตมันนี่’ ไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง ยิ่งเสริมให้การฟื้นตัวมี ‘โครงสร้างแข็งแรง’ และอาจนำไปสู่ภาวะตลาดกระทิงแบบยั่งยืนในระยะกลางถึงยาว
น่าสนใจคือ แม้ราคาจะกลับมาฟื้นตัว แต่ ‘เสียงในโซเชียลมีเดีย’ ยังคงเต็มไปด้วยความระแวง กลุ่มคำเชิงลบเกี่ยวกับบิตคอยน์ เช่น ‘ความกลัว ความไม่แน่นอน และความสงสัย’ (FUD) กำลังพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 10 วัน แซนติมันต์แสดงความเห็นว่า เมื่อความรู้สึกของผู้คนยังฝังตัวอยู่ในความกลัว การที่ราคากลับมาสูงขึ้นอาจเป็น ‘สัญญาณกลับทิศ’ ที่ชี้ถึงแรงซื้อระยะต่อไป
เมื่อวันที่ 15 ราคาบิตคอยน์พุ่งขึ้นแตะ 97,800,000 วอน (ประมาณ $97,800) และยังสามารถรักษาระดับที่ 95,700,000 วอนได้อย่างมั่นคง ซึ่งหลายฝ่ายมองว่านี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการกลับไปทดสอบแนวต้าน 100 ล้านวอน ที่เคยสร้างไว้ครั้งสุดท้ายเมื่อ 13 พฤศจิกายน ปีที่ผ่านมา
โดยรวมแล้ว บรรยากาศในตลาดยังไม่แสดงสัญญาณความมั่นใจจากนักลงทุนทั่วไป ซึ่งอาจสะท้อนถึง ‘ช่วงต้นของการฟื้นตัว’ อย่างไรก็ตาม แซนติมันต์กล่าวว่า “ขณะนี้ตลาดอยู่ในโซน ‘เป็นบวกมาก’ (Very Bullish)” และยืนยันว่า แรงขับเคลื่อนหลักมาจากนักลงทุนที่มีความมั่นใจในระยะยาว “ยิ่งรายย่อยลังเลนาน การไต่ระดับของราคาก็ยิ่งมีพื้นที่มากขึ้น”
สรุปแล้ว แรงหนุนจากสมาร์ตมันนี่ บวกกับภาวะจิตวิทยาที่ยังไม่ ‘บวกเต็มที่’ ของนักลงทุนรายย่อย อาจทำให้การฟื้นตัวครั้งนี้เดินหน้าต่อไปได้อีก การที่ความรู้สึกในตลาดจะเปลี่ยนไปในทาง ‘มั่นใจโดยรวม’ เมื่อไร น่าจะเป็นจุดชี้วัดสำคัญต่อทิศทางของตลาดในอนาคต
ความคิดเห็น 0