ริ플(Ripple) เดินหน้าขยาย ‘ริ플 เพย์เมนต์ส์(Ripple Payments)’ สู่ ‘โซลูชันชำระเงินแบบครบวงจร’ ที่ครอบคลุมทั้งเงินตราเฟียตและ ‘สเตเบิลคอยน์’ ตั้งแต่การรับเงิน การเก็บรักษา สภาพคล่อง ไปจนถึงการจ่ายเงินในตลาดที่มีการกำกับดูแลทั่วโลก ช่วยให้ลูกค้าองค์กรสามารถจัดการขั้นตอนรับ–แปลง–โอน–ชำระ ได้จบในหน้าจอเดียว คาดช่วยยกระดับประสิทธิภาพการชำระเงินข้ามพรมแดนอย่างมีนัยสำคัญ
เมื่อวันที่ 4 (เวลาท้องถิ่น 3) ริปเปิลประกาศอัปเกรด ‘ริ플 เพย์เมนต์ส์’ ครั้งใหญ่ โดยหัวใจสำคัญคือโครงสร้างแบบ ‘เอนด์ทูเอนด์’ ที่รองรับทั้งเงินเฟียตและสเตเบิลคอยน์ในแพลตฟอร์มเดียว ตั้งแต่การรับเงิน (collection) การจัดเก็บ (custody) การแลกเปลี่ยนและจัดการสภาพคล่อง (liquidity) ไปจนถึงการจ่ายเงิน (payout) ทั้งหมดถูกเชื่อมเข้าด้วยกันผ่านอินเทอร์เฟซแบบรวมศูนย์เดียว
ริเปิลระบุว่า แนวทางนี้จะช่วยให้ลูกค้าองค์กรสามารถบริหารวงจรเงินทุนตั้งแต่ ‘รับเงิน→เก็บรักษา→แปลงสกุล→กระจายจ่าย’ บนแพลตฟอร์มเดียวได้อย่างต่อเนื่อง สำหรับฟินเทคและสถาบันการเงินที่ต้องรักษา ‘การกำกับดูแลด้านกฎระเบียบ’ อย่างเคร่งครัด จุดเด่นคือสามารถขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านการจ่ายเงินและการชำระราคาให้เรียบง่ายขึ้น แต่ยังคงการควบคุมและการตรวจสอบได้อย่างใกล้ชิด
ริเปิลอธิบายว่า เดิมทีโครงสร้างการชำระเงินข้ามพรมแดนในระดับองค์กร มักแยกระหว่างบัญชีรับเงิน โซลูชันการเก็บสินทรัพย์ ระบบแลกเปลี่ยนและจัดหา ‘สภาพคล่อง’ ตลอดจนเครือข่ายจ่ายเงินออก ทำให้การดำเนินงานและการกระทบยอดซับซ้อน ครั้งนี้บริษัทต้องการแก้ปัญหา ‘โครงสร้างแบบแยกส่วน’ เหล่านั้น ด้วยการเชื่อมทุกฟังก์ชันเข้าหากัน ลดภาระการปฏิบัติงานและการชำระบัญชี พร้อมเพิ่มความเร็วและความโปร่งใสของการเคลื่อนย้ายเงินทุน
ริเปิลยังผสานศักยภาพของบริษัทที่เพิ่งเข้าซื้อกิจการอย่าง ‘พาลิเซด(Palisade)’ และ ‘เรล(Rail)’ เข้าสู่ระบบริ플 เพย์เมนต์ส์ เพื่อรองรับฟังก์ชันใหม่ เช่น บัญชีเสมือนจริง (virtual accounts) เวิร์กโฟลว์การจ่ายเงินแบบอัตโนมัติ (automated payment flows) การเก็บสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (managed custody) และการชำระบัญชีแบบรวม (consolidated settlement) ‘ความคิดเห็น’ การดึงบริการเหล่านี้มาอยู่ใต้แพลตฟอร์มเดียว ทำให้โมเดล ‘โซลูชันชำระเงินแบบครบวงจร’ ของริเปิลมีความใกล้เคียงระบบธนาคารองค์กรยุคใหม่มากขึ้น
โมนิกา ลอง(Monica Long) ประธานริเปิล ระบุว่าการขยายตัวครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนสร้าง ‘โครงสร้างพื้นฐานแบบใช้ใบอนุญาตที่เชื่อถือได้’ เพื่อตอบโจทย์ฟินเทคและสถาบันการเงินทั่วโลก เธอกล่าวว่า “การจะประสบความสำเร็จในตลาดนี้ได้ องค์กรจำเป็นต้องมีทั้งโครงสร้างพื้นฐานระดับเอ็นเตอร์ไพรส์ ใบอนุญาตครอบคลุมหลายเขตอำนาจศาล และ ‘สภาพคล่อง’ ที่ลึก ซึ่งมีไม่กี่รายที่ทำได้ครบทั้งหมด” พร้อมเสริมว่า “ริเปิลได้วาง ‘บลูพรินต์’ ของโซลูชันบล็อกเชนสำหรับองค์กร ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการเงินภายใต้การกำกับดูแลในระดับโลก”
จากข้อมูลของริเปิล ปัจจุบัน ‘ริปล เพย์เมนต์ส์’ ให้บริการแล้วในมากกว่า 60 ตลาดทั่วโลก และมียอดประมวลผลธุรกรรมสะสมมากกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (คิดเป็นราว 14.8550 ล้านล้านวอน เกณฑ์ 1 ดอลลาร์ = 1,485.50 วอน) ลูกค้าระดับสถาบันที่ใช้บริการรวมถึง AMINA Bank, Banco Genial, โคเพย์(Corpay), MassPay เป็นต้น
ในด้านกฎระเบียบและการปฏิบัติตามข้อกำหนด ริปเปิลย้ำว่ารักษามาตรฐานระดับองค์กร โดยถือครองใบอนุญาตด้านการเงินและการชำระเงินมากกว่า 75 รายการทั่วโลก ดำเนินระบบคอมพลายภายใต้การกำกับของสำนักงานบริการทางการเงินนิวยอร์ก(NYDFS) ควบคู่ไปกับการเสริมความสามารถด้านการบริหารสภาพคล่อง ‘ความคิดเห็น’ การมีใบอนุญาตจำนวนมากในตลาดหลัก ถือเป็นแต้มต่อสำคัญในยุคที่หน่วยงานกำกับดูแลจับตา ’คริปโต’ และ ‘สเตเบิลคอยน์’ อย่างเข้มงวด
เบื้องหลังของ ‘ริเปิล เพย์เมนต์ส์’ คือ ‘เอ็กซ์อาร์พี เลเจอร์(XRP Ledger)’ และสกุลเงินดิจิทัล ‘เอ็กซ์อาร์พี(XRP)’ ริปเปิลแลปส์(Ripple Labs) พัฒนาระบบนี้เพื่อรองรับการชำระเงินข้ามพรมแดนสำหรับสถาบันการเงิน ให้มีความรวดเร็วและต้นทุนต่ำ ระหว่างกระบวนการชำระและการชำระราคา (settlement) จะใช้เอ็กซ์อาร์พี เลเจอร์เป็นโครงสร้างพื้นฐาน และใช้ ‘เอ็กซ์อาร์พี’ เป็น ‘สินทรัพย์สะพาน(bridge asset)’ เชื่อมสกุลเงินและระบบที่แตกต่างกัน เพื่อรองรับการชำระราคาที่ใกล้เคียงเรียลไทม์
การขยายตัวแบบ ‘แพลตฟอร์มแบบรวมศูนย์’ ครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ แต่สะท้อนว่าการแข่งขันด้าน ‘โครงสร้างพื้นฐานที่เป็นมิตรต่อกฎระเบียบ’ ในโลกที่เงินเฟียตและ ‘สเตเบิลคอยน์’ อยู่ร่วมกัน กำลังเข้าสู่ระยะจริงจัง ตลาดการชำระเงินระดับโลกเริ่มต้องการมากกว่าแค่ ‘ความเร็วและต้นทุน’ แต่ยังเรียกร้องเรื่องใบอนุญาต การดูแลสินทรัพย์ (custody) และการชำระบัญชีครบวงจรไปพร้อมกัน ทำให้ทิศทางการขยายของริเปิล เพย์เมนต์ส์ครั้งนี้ ถูกจับตาว่าจะได้รับการตอบรับจากสถาบันการเงินทั่วโลกมากน้อยเพียงใดในช่วงต่อไป
ความคิดเห็น 0