Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

สเต๊กแอนด์เชคถือครองบิตคอยน์(BTC) เพิ่มเป็น 1,475 ล้านบาท เสริมทุนสำรองจากรายได้จริง

สเต๊กแอนด์เชคขยายการถือครองบิตคอยน์เพิ่มเป็น 1,475 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) มีรายงานว่า สเต๊กแอนด์เชค (Steak 'N Shake) เชนฟาสต์ฟู้ดยอดนิยมของสหรัฐอเมริกา ได้ทำการซื้อบิตคอยน์(BTC) เพิ่มอีก 10 ล้านดอลลาร์ หรือราว 1,475 ล้านบาทในเรทค่าเงินปัจจุบัน ถือเป็นจำนวนประมาณ 105 BTC โดยบริษัทระบุว่า การซื้อครั้งนี้เป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้กับ ‘ทุนสำรองเชิงกลยุทธ์ในรูปของบิตคอยน์’ ขององค์กร

บริษัทเริ่มเร่งกระบวนการสะสมสินทรัพย์คริปโตอย่างจริงจังหลังจากที่เริ่มรับชำระเงินด้วยบิตคอยน์ผ่านช่องทาง Lightning Network ในร้านสาขาทั่วสหรัฐฯ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2025 โดยยอดชำระที่ลูกค้าใช้จ่ายด้วยบิตคอยน์ จะถูกรวบรวมเป็นทุนสำรองทันที กลยุทธ์ดังกล่าวมีเป้าหมายในการเสริมความมั่นคงทางการเงิน ควบคู่กับการดำเนินงานประจำวัน มากกว่าการเก็งกำไรในตลาดคริปโต

สเต๊กแอนด์เชคเผยว่า กลยุทธ์บิตคอยน์ของบริษัทมีความสัมพันธ์โดยตรงกับยอดขายของสาขาเดิม โดยนับตั้งแต่เริ่มรับคริปโตเมื่อ 8 เดือนก่อน ยอดขายในสาขาเดิมของบริษัทมีอัตราการเติบโตในระดับเลขสองหลัก และบางสาขามียอดขายพุ่งขึ้นถึง 15% ทั้งนี้บริษัทยังระบุว่า ค่าธรรมเนียมในการชำระเงินผ่านบิตคอยน์ต่ำกว่าการใช้บัตรเครดิตถึง 50% ส่งผลดีต่ออัตรากำไรโดยรวมของธุรกิจ

ทางบริษัทวางแผนนำบิตคอยน์ที่ถือครองอยู่ไปใช้ในการพัฒนาร้านอาหารและปรับปรุงวัตถุดิบ โดยชูแนวทาง ‘ไม่ขึ้นราคาเมนูแต่เพิ่มคุณภาพ’ ผ่านการใช้รายได้บางส่วนไปลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อสร้างทุนภายใน สเต๊กแอนด์เชคยังจัดแคมเปญพิเศษตลอดปี 2025 ให้ลูกค้าสามารถสะสมบิตคอยน์แบบไมโครรางวัลจากการซื้อเมนูบางรายการ เป็นการผลักดันให้คริปโตเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ร้านอาหาร

นักวิเคราะห์บางรายมองว่า กลยุทธ์ของสเต๊กแอนด์เชคแตกต่างจากแนวทางการถือครองคริปโตของบริษัทขนาดใหญ่อย่างเทสลา(TSLA) เนื่องจากเป็นการสะสมสินทรัพย์จากรายได้จริงของลูกค้า ไม่ใช่การลงทุนงบประมาณส่วนอื่นโดยตรง ถือเป็น ‘โมเดลสะสมเงินดิจิทัลแบบอิงผู้บริโภค’ ที่เริ่มเห็นมากขึ้นในแบรนด์สายดั้งเดิม

บริษัทให้คำมั่นว่า จะไม่ใช้บิตคอยน์เพื่อการเก็งกำไรระยะสั้น แต่จะนำไปเป็นรูปแบบเงินทุนสำรองที่ยืดหยุ่นและมั่นคง โดยจะปรับเปลี่ยนการถือครองหรือใช้งานตามภาวะตลาดและกลยุทธ์ธุรกิจ

กรณีของสเต๊กแอนด์เชคสะท้อนแนวโน้มใหม่ที่ ‘บิตคอยน์’ อาจไม่ได้ถูกมองแค่ในฐานะสินทรัพย์ทางเลือกอีกต่อไป แต่สามารถฝังรวมเข้ากับโมเดลธุรกิจจริงผ่านการใช้งานจริงได้ ความเคลื่อนไหวของบริษัทถือเป็นสัญญาณว่าแบรนด์ใหญ่ในระบบเศรษฐกิจดั้งเดิม ก็สามารถใช้คริปโตเป็นสะพานเชื่อมระหว่างลูกค้าและกระแสรายได้ในชีวิตประจำวันได้อย่างแท้จริง ความคิดเห็น: แนวทางของสเต๊กแอนด์เชคอาจกลายเป็นต้นแบบที่บริษัทอื่นสามารถนำไปปรับใช้ในยุคที่การรับคริปโตเริ่มเข้าสู่กระแสหลักมากขึ้นในสหรัฐฯ และทั่วโลก.

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1