โครงการคริปโต ‘ทรูฟ(Trove)’ จุดชนวนกระแสความไม่พอใจในหมู่นักลงทุน หลังประกาศถือครองเงินทุนที่ระดมมาได้กว่า 124.7 ล้านบาทต่อไป แม้จะเปลี่ยนระบบนิเวศของโปรเจกต์โดยไม่แจ้งล่วงหน้า ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์ทั่วโซเชียล ขณะที่มูลค่าเหรียญร่วงลงกว่า 95% ภายใน 10 นาที สร้างความกังวลว่าอาจเป็นอีกหนึ่งกรณี ‘ชิ่งหนี’ ในโลกคริปโต
ตามรายงานเมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) ทรูฟระบุว่า ได้ระดมทุนในเฟสแรกกว่า 1,150 ล้านเยน (ประมาณ 170 ล้านบาท) เพื่อพัฒนา DEX (ตลาดซื้อขายสินทรัพย์คริปโตแบบไม่รวมศูนย์) บนระบบ *ไฮเปอร์ลิควิด(Hyperliquid)* แต่ต่อมากลับประกาศเปลี่ยนไปสร้างบน *โซลานา(SOL)* พร้อมแจ้งว่าจะยังถือเงิน 9.39 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 138 ล้านบาท) ต่อไปเพื่อใช้พัฒนาโปรเจกต์ต่อ โดยลงทุนในทีมพัฒนา ผู้บริหารฝ่ายเทคโนโลยี การตลาด และค่าใช้จ่ายด้านปฏิบัติการ พร้อมคืนบางส่วนให้กับนักลงทุนราว 2.44 ล้านดอลลาร์ รวมถึงคืนให้นักลงทุนรายย่อยอีก 100,000 ดอลลาร์ ซึ่งรวมแล้วเท่ากับประมาณ 46 ล้านบาท
ในฝั่งของนักพัฒนาของทรูฟรายหนึ่งที่ใช้นามแฝงว่า *Unwise* อธิบายว่า การเปลี่ยนระบบจาก *ไฮเปอร์ลิควิด* มาเป็น *โซลานา* มีสาเหตุมาจาก HYPE โทเคนจำนวน 500,000 โทเคนที่เก็บไว้เพื่อการผสานระบบ ถูกพาร์ตเนอร์ด้านสภาพคล่องเรียกคืน ทำให้การผสานดังกล่าวไม่สามารถเดินหน้าได้
แต่คำชี้แจงดังกล่าวไม่ได้คลายความสงสัยของชุมชนผู้ลงทุน ซึ่งในแพลตฟอร์ม X (เดิมคือ Twitter) มีเสียงวิจารณ์ว่า “แม้แต่ ICO ยังทำไม่ได้ดี จะไปสร้าง DEX อะไรอีก? นี่คือการหลอกลวงที่ใหญ่ที่สุดในโลกคริปโตขณะนี้”
เหตุการณ์ยิ่งรุนแรงขึ้นเมื่อ *TROVE* โทเคนของทรูฟเปิดการซื้อขายบน DEX ได้เพียง 10 นาที ก็ร่วงลงกว่า 95% เหลือแค่ 0.0008 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.1 บาท) จากข้อมูลของ DEXScreener ทำให้มูลค่าตลาดร่วงจาก 20 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 296 ล้านบาท) เหลือต่ำกว่า 1 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 14 ล้านบาท)
นอกจากนี้ ข้อมูลจาก Bubblemaps ชี้ว่า มีผู้ใช้รายหนึ่งได้รับโทเคนถึง 12% ของซัพพลายทั้งหมดผ่านกระเป๋าใหม่กว่า 80 ใบ ซึ่งเงินทุนถูกส่งผ่าน DEX ChainHero แต่ยังไม่ปรากฏหลักฐานเชื่อมโยงตรงกับทรูฟโดยตรง แต่อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้เป็นที่จับตามองอย่างมาก
ในด้านทรูฟได้ออกมารับรู้ถึงความกังวลของชุมชน พร้อมยืนยันว่า “เราไม่ได้หนีหายไปไหน และยังคงพัฒนาอยู่” พร้อมเปิดเผยแผนที่มุ่งเน้นไปยังตลาดสินทรัพย์สะสมและของในเกม เช่น การ์ดโปเกมอน หรือสกินในเกม CS2 โดยมองว่าเป็นตลาดที่มีศักยภาพเติบโตได้ถึง 21.4 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3.1 แสนล้านบาท) ตามรายงานของ บิทไวส์(Bitwise)
แต่แม้จะมีแผนธุรกิจใหม่ ทรูฟยังคงตกอยู่ภายใต้แรงกดดันด้านความน่าเชื่อถือ เนื่องจากการเปลี่ยนทิศทางโดยไม่ผ่านขั้นตอนโปร่งใส กระทบต่อหลักการของโลกคริปโตที่เน้น *การกระจายอำนาจ, ความโปร่งใส,* และ *ความเชื่อมั่นของผู้ใช้งาน* เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาของการจัดการ ICO และตั้งคำถามถึงการใช้เงินลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
‘ความคิดเห็น’: หัวใจของคริปโตคือ *ความโปร่งใส* และ *การมีส่วนร่วมของผู้ถือโทเคน* หากขาดซึ่งความไว้วางใจใด ๆ แล้ว การฟื้นฟูไม่ว่าจะด้วยไอเดียธุรกิจใหม่หรือคำสัญญา ก็อาจไม่เพียงพอ
คำถามใหญ่คือ ทรูฟจะสามารถพลิกภาพลักษณ์กลับมาได้อีกหรือไม่ หรือจะกลายเป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาในประวัติศาสตร์ของการ ‘ชิ่งหนี’ แห่งวงการคริปโต... คงต้องให้ ‘เวลา’ และ ‘การกระทำ’ เป็นผู้ให้คำตอบ.
ความคิดเห็น 0