วิตาลิก บูเทอรินประกาศเปลี่ยนจุดยืนเดิมในประเด็นการออกแบบบล็อกเชน โดยยอมรับเต็มตัวว่าเทคโนโลยี ZK-SNARKs หรือที่รู้จักในชื่อภาษาไทยว่า ‘การพิสูจน์แบบศูนย์ความรู้ (Zero-Knowledge Proof)’ จะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคตของอีเธอเรียม(ETH)
เมื่อวันที่ 24 บูเทอรินโพสต์ข้อความผ่านบัญชีทวิตเตอร์(X) ส่วนตัวว่าเขาไม่สนับสนุนคำพูดของตนเองเมื่อปี 2017 ที่ระบุว่าผู้ใช้งานควรตรวจสอบประวัติทั้งหมดของบล็อกเชนด้วยตนเอง เขาเปรียบแนวคิดนี้ว่าเป็นเหมือน “ภาพลวงตาของฤๅษีในหุบเขา" และยอมรับว่าโลกแห่งความจริงและการพัฒนาเทคโนโลยีในปัจจุบันทำให้เขาต้องกลับมาทบทวนมุมมองใหม่
การเปลี่ยนแปลงจุดยืนครั้งนี้ถือว่าสำคัญ เพราะในอดีตบูเทอรินเคยโต้แย้งกับนักพัฒนาอย่างเอียน กริก(Ian Grigg) โดยยืนยันว่าบล็อกเชนควรเก็บข้อมูลสถานะทั้งหมดไว้ในระบบแทนที่จะบันทึกแค่หัวบล็อก(Block Header) ซึ่งต้องอาศัยการประมวลผลเพิ่มเติมหรือพึ่งพาบริการแบบ RPC ที่มีลักษณะกึ่งรวมศูนย์ บูเทอรินเคยชี้ว่าแนวทางดังกล่าวจะสร้างภาระให้ผู้ใช้งานและลดความเป็นอิสระของเครือข่าย
อย่างไรก็ตาม ด้วยพัฒนาการของ ZK-SNARKs เขากลับมามองว่านวัตกรรมดังกล่าวสามารถแก้ปัญหาเดิมได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถยืนยันความถูกต้องของธุรกรรมโดยไม่ต้องเปิดเผยข้อมูลจริงหรือจำลองการคำนวณซ้ำ เขายังกล่าวว่า ZK เป็นเหมือน ‘ยาครอบจักรวาล’ ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านความสามารถในการขยายระบบ, การกระจายศูนย์กลาง และการตรวจสอบความถูกต้องอย่างโปร่งใส
บูเทอรินอธิบายเพิ่มเติมว่า ZK เป็นทางออกสำคัญที่ทำให้ผู้ใช้งานสามารถโต้ตอบกับบล็อกเชนได้โดยไม่ต้องพึ่งพาบุคคลที่สาม แม้ในสภาพแวดล้อมที่มีการขัดข้องของเครือข่ายหรือความพยายามในการเซ็นเซอร์ข้อมูล เขาเปรียบกระบวนการนี้ว่าเป็น "กระท่อมของฤๅษีในป่าเขา" ที่สามารถคงอยู่และทำงานได้แม้ในสภาวะโดดเดี่ยวแบบสุดขีด นี่คือหนทางสุดท้ายที่การันตีสิทธิ์ในความเป็นเจ้าของข้อมูลของผู้ใช้อย่างแท้จริง
ปัจจุบันอีเธอเรียมให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี ZK ในแผนพัฒนาโปรโตคอล โดยเฉพาะในรูปแบบ ‘โรลอัปแบบศูนย์ความรู้’ (Zero-Knowledge Rollup) ซึ่งสามารถรวมหลายพันธุรกรรมที่เกิดขึ้นนอกเชน จากนั้นสร้างหลักฐานยืนยันแบบย่อและบันทึกลงเมนเชนโดยไม่ต้องเผยรายละเอียดธุรกรรมทั้งหมด ช่วยลดค่าธรรมเนียมและเพิ่มความเร็วการประมวลผล
แพลตฟอร์มเลเยอร์ 2 ชั้นนำ เช่น zkSync, สตาร์กเน็ต(STRK) และ Scroll ต่างก็นำโครงสร้างดังกล่าวไปใช้งาน โดยแต่ละแห่งมีจุดเด่นต่างกันตามด้านต้นทุน ความโปร่งใส และขนาดของข้อมูลการพิสูจน์
นอกจากนี้ ZK ยังถูกจับตามองว่าอาจเป็นทางออกของประเด็น ‘ความเป็นส่วนตัว’ ที่สอดคล้องกับกฎหมาย GDPR ของสหภาพยุโรป ชุมชนพัฒนาเสนอให้มีการนำ ZK เข้ามาสนับสนุนการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านข้อมูลในช่วงกลางปี 2025 โดยที่นักพัฒนาชาวยุโรปอย่างยูเจนิโอ เร็จเจียนินี เสนอว่า ZK คือตัวเลือกหลัก เพราะเป็นเทคโนโลยีที่สามารถตรวจสอบได้โดยไม่เข้าถึงข้อมูลจริง
การเปลี่ยนผ่านระบบไม่ได้หยุดเพียงเท่านี้ บูเทอรินยังเสนอให้ลบฟังก์ชัน “การคำนวณแบบยกกำลังแบบโมดูโล” ที่อยู่ในช่วงพรีคอมไพล์ของอีเธอเรียมออกไปภายในสิ้นปี 2025 เนื่องจากมันสร้างคอขวดในกระบวนการสร้าง ZK proof นี่อาจถือเป็นสัญญาณชัดเจนว่าอีเธอเรียมกำลังพัฒนาไปสู่การเป็นบล็อกเชนที่ใช้ ZK เป็นฐานโครงสร้างหลักอย่างแท้จริง
การถอนคำพูดครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนความคิดของหนึ่งบุคคล แต่สะท้อนถึงการกำหนดยุทธศาสตร์ใหม่ของอีเธอเรียม โดยมี ZK-SNARKs เป็นเทคโนโลยีหลักที่จะขับเคลื่อนเครือข่ายในทิศทางที่มี ‘ประสิทธิภาพ’, ‘ความปลอดภัย’ และ ‘ความเป็นอิสระ’ ไปพร้อมกัน คาดว่าเทคโนโลยี ZK จะกลายเป็นแกนกลางของวิวัฒนาการบล็อกเชนในยุคถัดไป
ความคิดเห็น 0