ตลาดคริปโตในช่วงต้นปี 2026 เริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยเฉพาะกลุ่ม ‘เหรียญมีม’ ที่ดูเหมือนจะหวนคืนกระแสความนิยม ล่าสุด ‘เพนกวิน(PENGUIN)’ เหรียญมีมหน้าใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อวันที่ 17 ที่ผ่านมา สามารถพุ่งขึ้นได้ถึงประมาณ 18,000% ภายในเวลาไม่กี่วัน จนมูลค่าตลาดทะลุ 173.5 ล้านดอลลาร์ หรือราว 2,500 ล้านบาท จุดเริ่มต้นของการพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วนี้เกิดจากภาพของเพนกวินที่เผยแพร่โดยบัญชีทางการของทำเนียบขาวบนแพลตฟอร์ม X ซึ่งกลายเป็นไวรัลทันทีด้วยยอดรับชมทะลุ 60 ล้านครั้ง
แม้จะไม่มีการยืนยันว่าทำเนียบขาวมีเจตนาเกี่ยวโยงกับการเปิดตัวของ PENGUIN หรือไม่ แต่การโพสต์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาไล่เลี่ยกับการเปิดตัวเหรียญ จึงกลายเป็น ‘ชนวนสำคัญ’ ที่ทำให้ตลาดเหมารวมว่าเหรียญนี้เกี่ยวข้องกับเนื้อหาดังกล่าวโดยอ้อม
ความน่าสนใจยิ่งเพิ่มขึ้นเมื่อภาพของเพนกวินดังกล่าวถูกนำมาผูกกับ ‘มุก’ ทางการเมืองในอดีตของทรัมป์เกี่ยวกับกรีนแลนด์ โดยบางคนชี้ว่าภาพนี้เป็นการล้อเลียนแนวคิดดังกล่าว แม้ว่าความเป็นจริงแล้วในกรีนแลนด์จะไม่มีเพนกวิน นำไปสู่กระแสการพูดถึงในโลกออนไลน์อย่างกว้างขวางและขับเคลื่อนให้เกิดความมีส่วนร่วมในชุมชนของเหรียญอย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ กระแสยังได้รับแรงสนับสนุนจากแพลตฟอร์มใหญ่อย่างไบแนนซ์(Binance) และโซลานา(SOL) ซึ่งได้โพสต์สนับสนุน PENGUIN ผ่านแพลตฟอร์ม X ด้วยเช่นกัน ขณะที่อินฟลูเอนเซอร์อย่าง ‘Pow’ ก็ออกมาสนับสนุนอย่างหนัก โดยเฉพาะโพสต์เมื่อวันที่ 23 ซึ่งขณะนั้นมูลค่าตลาดของเหรียญยังอยู่ที่เพียง 7.3 ล้านดอลลาร์เท่านั้น เขากล่าวว่า “เบื่อกับเหรียญ AI จืดชืด ตอนนี้ถึงเวลาของมีมอีกครั้ง” ซึ่งเป็น ‘ความคิดเห็น’ ที่ช่วยส่งเสริมการวางตำแหน่งของ PENGUIN ว่าเป็นทางเลือกใหม่ท่ามกลางกระแสเหรียญ AI ที่เริ่มแผ่วลง
สิ่งที่ทำให้ PENGUIN แตกต่างจากเหรียญมีมอื่น ๆ คือการมีโครงสร้างเนื้อหาและสตอรี่เฉพาะตัว ด้วยแนวคิด ‘เพนกวินแห่งนิทเช่นี(Nietzschean Penguin)’ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากสารคดีของผู้กำกับดัง แวร์เนอร์ แฮร์โซก(Werner Herzog) ที่บรรยายถึงเพนกวินตัวหนึ่งที่เลือกออกจากฝูงเพื่อลงทะเลเพียงลำพัง ด้วยความตั้งใจมากกว่าความผิดพลาด ภาพนี้กลายเป็นมีมเชิงปรัชญาที่ได้รับความนิยม และใช้เป็นแก่นเรื่องของเหรียญได้อย่างลงตัว
ในขณะเดียวกัน ช่วงต้นปีนี้ยังมีอีกหนึ่งเหรียญมีมที่กำลังได้รับความสนใจคือ ‘ไวท์เวล(White Whale)’ ซึ่งแม้จะเปิดตัวอย่างเงียบ ๆ ตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา แต่เพิ่งสร้างปรากฏการณ์ในช่วงปีใหม่นี้ ด้วยราคาที่พุ่งขึ้นจาก 5 ล้านดอลลาร์ เป็นเกือบ 200 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นการเติบโตประมาณ 39,900% เหรียญนี้จึงถูกจัดอยู่ในกลุ่มเหรียญมีมที่กลับมาอย่างร้อนแรงอีกตัวหนึ่ง
ขณะเดียวกัน แพลตฟอร์ม Pump.fun ซึ่งมีบทบาทในการสร้างเหรียญมีม ก็ได้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างใหม่ โดยเปลี่ยนนโยบายค่าธรรมเนียมการสร้างเหรียญ เพื่อเน้นการเสริมสภาพคล่องและสร้างความยั่งยืนมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นการลดบทบาทของนักสร้างเหรียญรายย่อย แล้วหันมาเน้นกลุ่มนักเทรดมากขึ้น ซึ่งช่วยให้ตลาดมีชีวิตชีวาและเคลื่อนไหวอย่างมีจังหวะมากกว่าเดิม
แม้เหรียญมีมจะยังคงถูกตีตราว่าเป็นสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูงและเสี่ยงต่อการเก็งกำไร แต่อย่างน้อยกรณีของ PENGUIN และไวท์เวลก็แสดงให้เห็นว่า หากสามารถผสมผสาน ‘เรื่องราว’ ที่ชัดเจนและเข้าถึงได้กับการตลาดที่มีจังหวะเวลาเหมาะสม ก็ยังสามารถสร้างผลตอบแทนอันน่าทึ่งได้ ความเคลื่อนไหวในช่วงต้นปี 2026 ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าตลาดเหรียญมีมกำลังเข้าสู่เฟสใหม่อย่างเต็มตัว แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ ‘เหรียญมีมยังไม่ตาย’ และยังคงเป็นพลังทางวัฒนธรรมของโลกคริปโตที่ไม่อาจมองข้ามได้
ความคิดเห็น 0