บิตคอยน์(BTC) ยังเคลื่อนไหวแบบไร้ทิศทาง โดยแม้จะพยายามฟื้นตัว แต่กลับเกิดแรงขายช่วงขาขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า สะท้อนถึงการขาดแรงส่งที่ชัดเจนจากฝั่งซื้อ สถานการณ์ปัจจุบันยังจำกัดอยู่ในกรอบแนวโน้มขาขึ้น ซึ่งเริ่มก่อตัวในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ราคากลับปรับตัวลงจากบริเวณแนวต้านเดิมที่ราว 92,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.33 ล้านบาท) และปัจจุบันเคลื่อนไหวอยู่ใกล้แนวรับบริเวณ 86,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.24 ล้านบาท) ซึ่งถือเป็น ‘แนวรับสำคัญ’ ที่เคยทำหน้าที่พยุงราคาหลายครั้งในอดีต
ฝั่งแรงซื้อยังพยายามเข้ารับที่ระดับปัจจุบัน แต่ ‘โมเมนตัมขาขึ้น’ ยังคงอ่อนแรง การฟื้นตัวที่เกิดขึ้นมีลักษณะค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้แสดงถึงความแข็งแกร่งหรือความมั่นใจของผู้เข้าซื้อ จึงยังไม่สามารถยืนยันการกลับเข้าสู่ภาวะกระทิงได้อย่างชัดเจน ขณะเดียวกัน หากราคาหลุดแนวรับนี้ ก็มีโอกาสสูงที่บิตคอยน์จะเข้าสู่ช่วงปรับฐานที่ลึกขึ้นอีก
เมื่อพิจารณากราฟในกรอบ 4 ชั่วโมง พบว่าราคาอยู่ในช่วงรูปแบบการสะสมตัวแบบ ‘wedge’ หรือรูปสามเหลี่ยมบีบตัว โดยแม้จะมีการสร้างจุดต่ำใหม่ในระดับที่สูงขึ้น แต่การขึ้นไปทำจุดสูงใหม่กลับถูกต้านไว้ทุกครั้ง แสดงถึง ‘สภาวะสมดุล’ ระหว่างแรงซื้อและแรงขาย หากราคาสามารถทะลุแนวต้านของรูปแบบนี้ที่ราว 98,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.41 ล้านบาท) พร้อมปริมาณซื้อและความผันผวนที่ขยายตัว ก็อาจเกิดการพลิกกลับสู่ขาขึ้นได้อย่างจริงจัง ในทางกลับกัน หากพลาดแนวรับด้านล่าง จะเพิ่มโอกาสเข้าสู่โซนฟื้นตัวเดิมอีกครั้ง โดยมีความเสี่ยงในการเร่งตัวลงระยะสั้น
ขณะเดียวกัน ดัชนี ‘Coinbase Premium Index’ ซึ่งใช้วัดทัศนคติของนักลงทุนสหรัฐฯ และสถาบันรายใหญ่ ยังสะท้อนสัญญาณที่ ‘ไม่สดใส’ ตัวดัชนียังคงติดลบ แสดงว่าราคาบิตคอยน์ในแพลตฟอร์ม Coinbase ต่ำกว่าราคาในตลาดนอกสหรัฐฯ ความหมายคือ นักลงทุนอเมริกันยังไม่แสดงความเชื่อมั่นต่อตลาดในระดับที่ทำให้เกิดแรงซื้อขนาดใหญ่ แม้ช่องว่างระหว่างราคาเริ่มแคบลงบ้าง แต่ยังไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนโมเมนตัมเป็นขาขึ้น
สรุปแล้ว ‘แนวรับปัจจุบันของบิตคอยน์’ คือปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดทิศทางในระยะสั้น หากสามารถประคองราคาไว้ได้ ก็ยังมีโอกาสกลับเข้าสู่ขาขึ้นอีกครั้ง แต่หากหลุดแนวรับ จะเป็นสัญญาณเชิงลบต่อโครงสร้างตลาดโดยรวม ความผันผวนอาจยังคงดำเนินต่อไปจนกว่าจะมีแรงผลักดันใหม่ที่ชัดเจนในการกำหนดทางเลือกของนักลงทุน
ความคิดเห็น 0