ราคาทองคำพุ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยแตะระดับ 5,090 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ราว 733,000 บาท) สร้างความประหลาดใจให้กับนักลงทุน ในขณะที่ ‘บิตคอยน์(BTC)’ และ ‘ริปเปิล(XRP)’ กลับเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบและยังไม่สามารถฟื้นระดับแนวรับสำคัญได้ สถานการณ์นี้ยิ่งกระตุ้นคำถามถึงความสัมพันธ์ระหว่าง ‘คริปโตเคอร์เรนซี’ กับสินทรัพย์แบบดั้งเดิมอย่างทองคำและเงิน
ตลาดคริปโตโดยรวมยังแสดงภาวะซึม แม้มูลค่ารวมของตลาดจะทะลุระดับ 3 ล้านล้านดอลลาร์ (ราว 4,325 ล้านล้านบาท) ไปแล้วเมื่อต้นสัปดาห์ แต่ก็ยังไม่เห็นทิศทางขาขึ้นที่ชัดเจน ‘บิตคอยน์’ มีการปรับลดลงในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์จนหลุดระดับ 86,000 ดอลลาร์ (ราว 1,240,000 บาท) ส่วน ‘ริปเปิล’ ยังถูกจำกัดการเคลื่อนไหวในกรอบ 1.80 ถึง 1.90 ดอลลาร์ ขณะที่ ‘ราคาซิลเวอร์’ กลับพุ่งขึ้นถึง 6.97% ภายในวันเดียว แซงหน้าทองคำในแง่ของอัตราการเติบโต
นักวิเคราะห์ชี้ว่าความสัมพันธ์ระหว่าง ‘บิตคอยน์’ และ ‘ทองคำ’ ที่เคยเคลื่อนไหวใกล้เคียงกันในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ อาจกำลัง ‘สั่นคลอน’ ซึ่งสร้างความสับสนให้กับนักลงทุนคริปโตจำนวนไม่น้อย
ในความคิดเห็นของ Web3 Neils ผู้วิเคราะห์คริปโต เจ้าตัวมองว่า แรงกดดันจาก ‘ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ’ ที่อ่อนค่าลงอาจอยู่เบื้องหลังพฤติกรรมที่ไม่สอดคล้องกันของสินทรัพย์เหล่านี้ โดยระบุว่า “สหรัฐอาจหันไปถือครองเงินเยนจำนวนมากเพื่อเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ นั่นอาจทำให้ตลาดเกิดความผันผวนในระยะสั้น แต่ในมุมมองระยะยาวก็อาจเป็นผลดีต่อ ‘บิตคอยน์’ และ ‘ริปเปิล’ ได้”
เขายังเสริมอีกว่า เคยเกิดกรณีที่ค่าเงินดอลลาร์ร่วงลงอย่างรวดเร็วในช่วงเปิดตลาดฝั่งเอเชีย ซึ่งส่งผลกระทบต่อราคาบิตคอยน์อย่างมีนัยสำคัญ และเน้นว่า นโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) อาจเป็นตัวแปรสำคัญในการประเมินมูลค่าใหม่ของสินทรัพย์ดิจิทัล
ฝั่งนักวิเคราะห์อีกคน No Limit อธิบายว่า ปัจจัยล่าสุดอย่างการแทรกแซงตลาดเงินโดยรัฐบาลญี่ปุ่น ทำให้ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นในช่วงสั้น ซึ่งส่งผลต่อดอลลาร์ให้ยิ่งอ่อนค่า “ตอนนี้ตลาดกำลังสะท้อนความกังวลไม่ใช่แค่เศรษฐกิจถดถอย แต่เป็น 'ความเชื่อมั่นต่อดอลลาร์สหรัฐที่ต่ำลง'” เจ้าตัวกล่าว
จากมุมมองนี้ เขามองว่าเงินทุนที่กำลังหลีกเลี่ยงความเสี่ยงอาจยังคงมุ่งไปที่ทองคำและเงินในระยะแรก แต่คริปโตอาจเป็นเป้าหมายต่อไป โดยเฉพาะหากธนาคารกลางเลือกลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นการเติบโต ก็มีโอกาสที่ ‘บิตคอยน์’ และตลาดคริปโตจะได้รับแรงสนับสนุนกลับมาอีกครั้ง
สำหรับ ‘ริปเปิล’ ซึ่งเน้นการใช้งานในการโอนเงินข้ามประเทศและบริหารสภาพคล่อง การอ่อนค่าของดอลลาร์อาจเปิดโอกาสให้เติบโตในสภาพแวดล้อมโลกที่ต้องการตัวเลือกการชำระเงินทางเลือกมากขึ้น นักวิเคราะห์บางรายมองว่าเมื่อความไว้วางใจในระบบการเงินแบบเดิมลดลง ความต้องการสินทรัพย์ที่สามารถใช้งานได้จริงเช่น ‘ริปเปิล’ ก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
สุดท้าย การพุ่งขึ้นของ ‘ทองคำ’ และ ‘เงิน’ ไม่เพียงเป็นปฏิกิริยาต่อภาวะเงินเฟ้อ แต่ยังอาจสะท้อนถึง ‘การลดบทบาทของดอลลาร์’ ในระบบการเงินโลก ซึ่งหาก ‘บิตคอยน์’ และ ‘ริปเปิล’ สามารถแสดงบทบาทได้ในช่วงสัปดาห์หรือเดือนข้างหน้า ก็อาจทำให้โฉมหน้าผู้นำตลาดการเงินดิจิทัลเปลี่ยนแปลงไปอย่างรุนแรง.
ความคิดเห็น 0