ไทเกอร์รีเสิร์ช (Tiger Research) เปิดเผยรายงานล่าสุดที่ชี้ให้เห็นว่า แม้กฎระเบียบของอุตสาหกรรมเว็บ3 ในเกาหลีใต้จะช่วย ‘ปกป้องนักลงทุน’ ได้ในระดับหนึ่ง แต่กลับล้มเหลวในการ ‘ผลักดันการเติบโต’ ของอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง โดยระบุว่าประสบการณ์จากวิกฤตการเงิน IMF และวิกฤตการเงินโลก ทำให้รัฐบาลเกาหลีใต้มีแนวโน้มมองตลาดการเงินเป็นสิ่งที่ต้องควบคุม ซึ่งมุมมองนี้ถูกส่งต่อมายังการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลในปัจจุบันด้วย
รายงานระบุว่า ระบบกฎระเบียบสินทรัพย์ดิจิทัลของเกาหลีใต้ยึดรูปแบบ ‘การป้องกันล่วงหน้า’ เป็นหลัก โดยเฉพาะกฎหมายว่าด้วยการรายงานและการใช้ข้อมูลการทำธุรกรรมการเงิน (หรือที่รู้จักในชื่อ ‘กฎหมายพิเศษ’) และกฎหมายคุ้มครองผู้ใช้งานสินทรัพย์ดิจิทัลที่เน้น ‘ความปลอดภัย’ แต่ขาดการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อ ‘นวัตกรรม’ ส่งผลให้ตลาดกลับกระจุกอยู่เพียงไม่กี่แพลตฟอร์ม เช่น อัพบิต(Upbit) และปิดกั้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ทั้งด้านการรับฝากสินทรัพย์ (Custody), นายหน้าซื้อขาย (Brokerage) และการเสนอขายโทเคน (ICO platform) ขณะที่สหรัฐฯ กลับสามารถผลักดันให้โคอินเบส(Coinbase) พัฒนาเป็นแพลตฟอร์มบริการทางการเงินแบบครบวงจรได้ ซึ่งสะท้อนความแตกต่างของนโยบายอย่างชัดเจน
ไทเกอร์รีเสิร์ช ยังสรุปประเด็นปัญหาหลักด้านกฎระเบียบในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของเกาหลีไว้ 4 หัวข้อ ได้แก่
1) *การเปิดตัว ETF สินทรัพย์ดิจิทัลแบบสปอตยังไม่เกิดขึ้น* แม้จะเป็นหนึ่งในนโยบายหาเสียงและยุทธศาสตร์เศรษฐกิจระดับรัฐ
2) *ความขัดแย้งระหว่างคณะกรรมการบริการทางการเงินและธนาคารกลางเรื่องสเตเบิลคอยน์ที่อิงเงินวอน* ซึ่งสะท้อนถึงความแตกต่างระหว่างนโยบายการเงินกับนโยบายอุตสาหกรรม
3) *การจัดเก็บภาษีสินทรัพย์ดิจิทัลถูกเลื่อนหลายครั้งและกำหนดเริ่มในปี 2027*
4) *ข้อจำกัดด้านสัดส่วนผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในตลาดซื้อขาย* ที่ยังคงเป็นข้อตกลงไม่ลงตัวระหว่างภาคเอกชนกับทางการ
รายงานยังชี้ว่า โครงสร้างของการกำกับดูแลที่มุ่งเน้นตลาดซื้อขายมากเกินไป ได้กลายเป็น ‘อุปสรรค’ ต่อการเติบโตของส่วนที่ไม่เกี่ยวกับการซื้อขายโดยตรง เช่น โซลูชันการรับฝาก การโบรกเกอร์ หรือโครงสร้างพื้นฐานด้านการออกเหรียญ ส่งผลให้รายได้ของอุตสาหกรรมเติบโตเฉพาะในตลาดแลกเปลี่ยน ในขณะที่จำนวนผู้เข้าร่วมใหม่และรากฐานอุตสาหกรรมไม่ขยับไปไหน
ไทเกอร์รีเสิร์ช วิพากษ์เพิ่มเติมว่า ปัญหากฎระเบียบในเกาหลีใต้ไม่ได้จำกัดวงอยู่แค่ในภาคการเงินเท่านั้น แต่ยังสะท้อน ‘โครงสร้างการเมือง’ ที่รัฐบาลต้องหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากความล้มเหลว โดยหากเกิดปัญหาทางการเงิน รัฐบาลมักรับผิดชอบโดยตรง ทำให้นโยบายเน้น ‘ความปลอดภัย’ เป็นหลัก ซึ่งที่สุดแล้วกลายเป็นการลดทางเลือกของประชาชน และทำให้การพัฒนาในอุตสาหกรรมนี้ช้าลง
รายงานสรุปว่า ปัจจุบันกฎระเบียบของเกาหลีใต้ เปรียบเสมือน ‘การติดเข็มขัดนิรภัยโดยไม่มีรถให้ขับ’ พร้อมเสนอให้เกิดการปรับเปลี่ยนสู่นโยบายที่สมดุลระหว่าง ‘การคุ้มครองนักลงทุน’ และ ‘การเติบโตของอุตสาหกรรม’ โดยเร็วที่สุด โดยเฉพาะในบริบทที่เกาหลีใต้มีบทบาทอย่างแข็งขันในระบบนิเวศน์เว็บ3 ระดับโลก แต่ยังขาดโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรมที่รองรับศักยภาพจริง
ความคิดเห็น 0