โทเคน FXRP ของเครือข่าย *Flare* ถูกนำไปจดทะเบียนซื้อขายใน *Hyperliquid* คู่กับเหรียญ *USDH* ซึ่งเป็นสเตเบิลคอยน์ประจำแพลตฟอร์ม โดยการเคลื่อนไหวครั้งนี้นับเป็นคู่ซื้อขาย FXRP คู่ที่สองต่อจาก FXRP/USDC ที่เปิดตัวเมื่อสองสัปดาห์ก่อน และถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการส่งเสริม ‘สภาพคล่อง’ ของ FXRP บนโลกออนเชน
FXRP คือโทเคนที่ถูกแปลงจาก *ริปเปิล(XRP)* ให้สามารถใช้งานได้บนเครือข่ายของ Flare การนำคู่ FXRP/USDH เข้ามาสู่ตลาดช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถซื้อขาย FXRP ได้โดยตรง และได้รับความสนใจอย่างมากตั้งแต่วันแรกของการเปิดตัว Flare เปิดเผยว่ามี XRP คิดเป็นประมาณ *0.1511% ของปริมาณ XRP ทั้งหมด* ถูกล็อกไว้ในสมาร์ตคอนแทรกต์เพื่อการสร้างรายได้จำนวนหนึ่ง ซึ่งคาดการณ์ว่าอาจเพิ่มขึ้นเป็น *8%* ภายในสิ้นปีนี้ – ความเคลื่อนไหวที่สะท้อนถึงการพัฒนาโครงสร้างด้านสภาพคล่องของเครือข่ายโดยรวม
*USDH* ซึ่งเป็นสเตเบิลคอยน์พื้นฐานของ Hyperliquid เปิดตัวไปเมื่อเดือนกันยายน 2025 แบบมีสินทรัพย์ค้ำประกัน โดยรับรองมูลค่าแบบ 1:1 กับพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง ไว้ใช้เป็นเครื่องมือหลักสำหรับการชำระเงิน รวมถึงเป็นฐานโครงสร้างพื้นฐานให้ผู้ใช้เข้าถึงผลิตภัณฑ์ดีไฟน์ต่างๆ เช่น สินเชื่อ, กลยุทธ์สร้างผลตอบแทน และการซื้อขายออปชัน
ในช่วงเวลาเดียวกัน Flare ยังพัฒนาฟังก์ชัน *บริดจ์* ที่ช่วยให้สามารถโอน FXRP ระหว่าง Flare และเครือข่าย *HyperEVM* ได้โดยตรง และมีแผนเปิดตัวบริดจ์ FXRP โดยใช้ ‘สมาร์ตแอคเคานต์’ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งานภายในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า
Flare ชี้ว่าการเปิดคู่ซื้อขายกับทั้ง *USDC* และ *USDH* จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้างกลยุทธ์แบบเฮดจ์หรือ เดลต้า-นิวทรัล ได้ง่ายขึ้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนระดับสูงที่ต้องการเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงหรือหาจุดทำกำไรในตลาด
Hyperliquid ปัจจุบันมีเงินทุนกว่า *200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ* หรือกว่า *2,800 ล้านบาท* ไหลเข้าสู่ตลาดอนุพันธ์อยู่แล้ว ซึ่งการเติมส่วนของตลาด FXRP แบบสปอต อาจยิ่งเสริมความแข็งแกร่งให้ FXRP กลายเป็นสินทรัพย์หลักของ XRP บนระบบนิเวศ *ดีแฟนเทรด (DEX)*
ความร่วมมือระหว่าง Flare และ Hyperliquid ในครั้งนี้ จึงอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการขจัดปัญหาสภาพคล่องแยกส่วนในวงการคริปโต ความพยายามเปิดช่องทางให้กับ *สเตเบิลคอยน์หลากหลายคู่* อาจนำไปสู่โอกาสใหม่ในการนำสินทรัพย์อื่นๆ มาใช้งานแบบออนเชนในวงกว้างมากขึ้นในอนาคต
ความคิดเห็น 0