สไตรฟ(Strive) บริษัทจัดการสินทรัพย์ของสหรัฐ กลายเป็นหนึ่งใน 10 บริษัทที่ถือครอง *บิตคอยน์(BTC)* มากที่สุดทั่วโลก หลังจากประกาศซื้อเพิ่มอีก 334 BTC ส่งผลให้ขยับแซงหน้า คลีนสปาร์ค(CleanSpark) และมีสินทรัพย์สะสมรวมกว่า 13,132 BTC หรือราว 1.2 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.72 หมื่นล้านบาท) ตามรายงานของ BitcoinTreasuries.NET
การซื้อบิตคอยน์ครั้งนี้เกิดขึ้นไม่นานหลังจากที่สไตรฟระดมทุนได้ 225 ล้านดอลลาร์ผ่านการเพิ่มทุน โดยบริษัทเพิ่งปิดดีลเข้าซื้อกิจการของ เซ็มเลอร์ ไซเอ็นทิฟิก(Semler Scientific) พร้อมกับภาระหนี้กว่า 120 ล้านดอลลาร์ ซึ่งทางบริษัทได้ชำระคืนไปแล้วราว 110 ล้านดอลลาร์ และมีแผนชำระที่เหลือภายในเดือนเมษายน โดยรวมถึงการชำระหนี้สินกู้ยืม 20 ล้านดอลลาร์จากบริษัท คอยน์เบส เครดิต
แมตต์ โคล(Matt Cole) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสไตรฟ กล่าวว่า “เรากำลังเดินหน้ากลยุทธ์การเงินที่เน้นบิตคอยน์ในฐานะสินทรัพย์หลัก และการชำระคืนหนี้กว่า 90% ภายในเวลาเพียง 11 วันหลังปิดดีลเข้าซื้อกิจการ เป็นหลักฐานว่ากลยุทธ์นี้ได้ผล”
ในช่วงไตรมาสนี้ สไตรฟยังรายงานว่าได้รับผลตอบแทนจากการถือครองบิตคอยน์อยู่ที่ 21.17% โดยมีทุนที่ลงทุนไปกว่า 97.7% อยู่ในรูปของหุ้นบุริมสิทธิ และค่าสัดส่วนทวีค่าอยู่ที่ 37.2%
เบน เวิร์กแมน(Ben Workman) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของบริษัท กล่าวเสริมว่า “เราสามารถเติบโตจากจุดที่ยังไม่มีบิตคอยน์เลยในช่วง 4 เดือนก่อน จนสามารถไต่อันดับเข้าสู่กลุ่มบริษัทจดทะเบียนที่ถือครองบิตคอยน์มากที่สุด 10 อันดับแรกได้สำเร็จ”
*ความคิดเห็น*: บทบาทของนักลงทุนสถาบันอย่างสไตรฟในการถือลงทุน *บิตคอยน์* อย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่าการยอมรับสินทรัพย์ดิจิทัลในระดับองค์กรยังคงเติบโต และกลยุทธ์การเงินที่เน้น *คริปโต* เริ่มกลายเป็นเทรนด์ที่โดดเด่นในแวดวงการเงินแบบดั้งเดิม
ความคิดเห็น 0