Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

อังกฤษปรับกลยุทธ์คริปโตใหม่ เตรียมกลับสู่เวทีโลกในฐานะศูนย์กลางสินทรัพย์ดิจิทัล

อังกฤษปรับกลยุทธ์คริปโตใหม่ เตรียมกลับสู่เวทีโลกในฐานะศูนย์กลางสินทรัพย์ดิจิทัล / Tokenpost

กลยุทธ์คริปโตของสหราชอาณาจักรกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างเงียบ ๆ เหล่านักลงทุนมองว่า ‘ถึงเวลามองโลกในแง่ดี มากกว่าจะสิ้นหวัง’ ต่ออนาคตของตลาดสกุลเงินดิจิทัลในประเทศนี้ สหราชอาณาจักรซึ่งเคยถูกวิจารณ์เรื่องความไม่ชัดเจนด้านนโยบายและกฎหมาย กลับเริ่มวางพื้นฐานใหม่ที่จะพาให้กลับมายืนในเวทีโลกอีกครั้งในฐานะ ‘ศูนย์กลางคริปโตระดับโลก’

แม้จะเผชิญเสียงวิจารณ์ถึงการขาดความต่อเนื่องของนโยบายและการที่บริษัทคริปโตทยอยถอนตัวออกจากประเทศ แต่สหราชอาณาจักรยังคงเป็นเศรษฐกิจคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปตะวันตก โคอินเบส(COIN) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตยักษ์ใหญ่จากสหรัฐฯ ระบุว่าสหราชอาณาจักรเป็นตลาดอันดับสองรองจากอเมริกาเท่านั้น ขณะที่บรรดานักลงทุนในประเทศก็ยังคงกระตือรือร้นในตลาดการเงินแบบกระจายศูนย์หรือ DeFi โดยไม่หวั่นเกรงต่อกระแสการกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้น

ภายใต้แรงกดดันและความเงียบงันนั้น การเปลี่ยนแปลงเริ่มก่อตัวขึ้นทีละน้อย รัฐบาลอังกฤษเริ่มมีการปรับทิศทางอย่างเป็นรูปธรรม การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อาจเป็นก้าวสำคัญที่จะพาประเทศกลับเข้าสู่เส้นทางของการเป็นผู้นำในแวดวงคริปโตระดับโลก

หนึ่งในความเปลี่ยนแปลงสำคัญคือ นักลงทุนรายย่อยสามารถกลับมาลงทุนในผลิตภัณฑ์ตราสารคริปโต เช่น กองทุน ETP ได้อีกครั้ง ความร่วมมือในการพัฒนานโยบายกับสหรัฐฯ ก็เริ่มเดินหน้าอย่างจริงจัง ขณะเดียวกัน หน่วยงานกำกับดูแลของสหราชอาณาจักรก็เร่งกระบวนการอนุมัติใบอนุญาตสำหรับบริษัทคริปโต พร้อมทั้งเกิดการพัฒนา ‘สเตเบิลคอยน์ที่อิงเงินปอนด์’ เพิ่มให้ตลาดมีทางเลือกมากขึ้น

ในด้านกฎหมายก็มีความคืบหน้าอย่างชัดเจน โดยรัฐบาลได้ประกาศให้สิทธิในสินทรัพย์ดิจิทัลได้รับการยอมรับตามกฎหมายอย่างเป็นทางการ พร้อมแผนวางกรอบนโยบายครอบคลุมกิจกรรมเกี่ยวกับคริปโตทั้งหมดภายในปี 2026 และตั้งเป้าออกกรอบกำกับดูแลโดยสมบูรณ์ภายในปี 2027 ซึ่งถือเป็นการลดระดับความไม่แน่นอนทางกฎหมายที่ถ่วงรั้งอุตสาหกรรมมานาน

สำหรับบริษัทคริปโตจากนานาชาติ สถานการณ์ในอังกฤษเหมือนเปิดประตูให้พวกเขามีโอกาสใหม่ ตลาดมีทิศทางที่ชัดเจนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินธุรกิจด้านการดูแลสินทรัพย์ แพลตฟอร์มซื้อขาย การออกสเตเบิลคอยน์ หรือบริการสเตกกิง โดยสามารถวางแผนธุรกิจภายใต้กฎเกณฑ์ที่แน่นอน

ที่น่าสนใจคือ หลายๆ แนวคิดในสหราชอาณาจักรยัง ‘ล้ำหน้า’ ชาติอื่น เช่น แผนการจัดการกับปัญหา “เจ้าหนี้ไม่มีหลักประกัน” จากกรณีล่มสลายของแพลตฟอร์มซื้อขายเมื่อปี 2022 โดยอังกฤษเตรียมให้ความคุ้มครองสินทรัพย์ของผู้ลงทุนในรูปแบบทรัสต์ตามกฎหมาย เพิ่มความโปร่งใสและความมั่นใจให้กับนักลงทุนทั่วโลก

อีกหนึ่งนวัตกรรมทางโครงสร้างซึ่งเตรียมถูกนำมาใช้ คือ การแยกอำนาจที่ชัดเจนระหว่างสำนักงานใหญ่และสำนักงานสาขาในประเทศ เพื่อช่วยให้แพลตฟอร์มระดับโลกสามารถเข้าถึงนักลงทุนในอังกฤษได้ โดยที่ไม่สูญเสียการเชื่อมต่อกับตลาดหลักของบริษัท

ในฝั่งของสเตเบิลคอยน์นั้น แผนการสนับสนุนจากภาครัฐก็เริ่มเห็นภาพชัดเจนมากขึ้น โดยมีแนวโน้มว่า สเตเบิลคอยน์ซึ่งมีบทบาทใหญ่ในระบบการเงิน อาจได้รับสิทธิ์เข้าถึงบัญชีหรือเงินสำรองที่ควบคุมโดยธนาคารกลางอังกฤษ ขณะเดียวกัน กองทุนแบบโทเคนไลซ์ (Tokenized Fund) ที่สามารถออกแบบดิจิทัลตั้งแต่แรก และการชำระเงินด้วยสเตเบิลคอยน์ก็เริ่มขยับเข้าใกล้ความจริงมากขึ้น

อย่างไรก็ดี การมีกรอบกำกับไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น หากสหราชอาณาจักรต้องการเป็น ‘ดินแดนที่เป็นมิตรกับคริปโตอย่างแท้จริง’ จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงที่ลึกซึ้งมากขึ้น ตั้งแต่การระดมทุนด้วยโทเคน การบริหารสินทรัพย์แบบไม่พึ่งตัวกลาง (Self-Custody) ไปจนถึงระบบการโอนเงินบนบล็อกเชนที่ไร้พรมแดนและยังคุ้มครองความเป็นส่วนตัว

‘ความคิดเห็น’ แม้ยังไม่เห็นผลในทันที แต่ความเงียบงันที่กำลังดำเนินอยู่นี้ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเติบโตครั้งใหม่ในอุตสาหกรรมคริปโตของอังกฤษ โดยเฉพาะเมื่อรัฐบาลเริ่มแสดงจุดยืนที่ชัดเจนว่า “เราพร้อมเปิดรับธุรกิจคริปโต” อย่างแท้จริง.

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1