Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

บิตคอยน์(BTC) ดิ่งหนัก ฉุดพอร์ตยักษ์ใหญ่อย่างสเตรทิจีขาดทุน 38,000 ล้านดอลลาร์

*บิตคอยน์(BTC) ร่วงหนัก ฉุดมูลค่าพอร์ตของบริษัทคริปโตยักษ์อย่าง สเตรทิจี (Strategy) หายไปกว่า 5.5 ล้านล้านวอน หรือราว 38,000 ล้านดอลลาร์ โดยการร่วงครั้งใหญ่ครั้งนี้เกิดขึ้นในวันเกิดของไมเคิล เซย์เลอร์(Michael Saylor) ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท ซึ่งส่งผลให้มีการ ‘ล้างโพสิชัน’ ฝั่ง Long มูลค่ากว่า 7,770 ล้านดอลลาร์ ภายในวันเดียว*

บริษัท สเตรทิจี ถือเป็นหนึ่งในองค์กรที่ถือครองบิตคอยน์รายใหญ่ที่สุดของโลก โดยถืออยู่ทั้งหมด 713,502 BTC คิดเป็นมูลค่ารวมที่ซื้อมาอยู่ราว 543,000 ล้านดอลลาร์ หรือเฉลี่ยต้นทุนอยู่ที่ประมาณ 76,000 ดอลลาร์ต่อเหรียญ อย่างไรก็ตาม ราคาบิตคอยน์ที่ร่วงหลุดระดับ 71,000 ดอลลาร์ -- หรือราว 10.4 ล้านบาท — ทำให้บริษัทเผชิญกับ ‘การขาดทุนทางบัญชี’ มหาศาล

ราคาบิตคอยน์ในปีนี้ได้ปรับลดลงราว 19% และล่าสุดได้ปรับตัวคืนสู่ระดับเดียวกับช่วงก่อนการเลือกตั้งสหรัฐในปี 2024 การปรับฐานรอบนี้ได้ส่งแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งตลาดคริปโต และยังสร้างแรงกดดันเพิ่มเติมต่อกลุ่มสินทรัพย์ที่มีการลงทุนจากสถาบันเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างสูง

ในฝั่งของตลาดทุน หุ้นของสเตรทิจีภายใต้สัญลักษณ์ MSTR ก็ไม่รอดพ้นจากวิกฤต โดยล่าสุดปิดตลาดร่วงลงอีก 3% ที่ระดับ 129 ดอลลาร์ หรือประมาณ 188,000 วอน และยังเดินหน้าร่วงต่อในช่วงซื้อขายนอกเวลาตลาด ปัจจุบัน ราคาหุ้น MSTR ได้ร่วงจากจุดสูงสุดในเดือนกรกฎาคม 2025 ไปแล้วกว่า 70% และในปี 2026 เพียงปีเดียวก็ลดลงถึงประมาณ 15%

*ความคิดเห็น: การร่วงลงของราคาคริปโตย่อมส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน โดยเฉพาะในกลุ่มที่พึ่งพาบิตคอยน์เป็นสินทรัพย์สำรองหลักอย่างสเตรทิจี*

ไม่เพียงแค่คริปโตเท่านั้นที่สั่นคลอน — ตลาดโลหะมีค่าก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน จากความแข็งแกร่งของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐและสภาวะไม่แน่นอนของนโยบายการเงิน ล่าสุด ในตลาดเอเชียเมื่อวันพฤหัสบดี ราคาของ ‘เงิน’ (Silver) ร่วงลงถึง 15% มาอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 75 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำเองก็ปรับลง 2% สู่ระดับ 4,852 ดอลลาร์

ต้นตอสำคัญมาจาก ‘ดัชนีค่าเงินดอลลาร์’ ที่พุ่งขึ้นใกล้แตะระดับ 98 ซึ่งเป็นระดับที่กดดันความต้องการซื้อสินทรัพย์ต่างประเทศ โดยเฉพาะทองและเงินสูงมาก ก่อนหน้านี้ ราคาของ ‘เงิน’ ได้แตะระดับสูงสุดที่ 120 ดอลลาร์ในเดือนที่ผ่านมา ก่อนจะร่วงลงกว่า 35% ภายในเพียง 3 วัน เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ กลายเป็นภาวะ ‘แกว่งตัวรุนแรง’ อย่างชัดเจน

ความไม่แน่นอนในตลาดยังทวีความรุนแรงขึ้น หลังจากทรัมป์ประกาศเสนอชื่อ *เควิน วอช(Kevin Warsh)* เป็นประธานธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) คนถัดไป แม้เขาจะมีภาพลักษณ์สาย ‘เหยี่ยว’ ที่ขึ้นชื่อเรื่องการสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ย แต่ทรัมป์กล่าวว่า เขาจะไม่แต่งตั้งคนที่ไม่เห็นด้วยกับแนวโน้มการ ‘ลดดอกเบี้ย’

ถึงแม้ว่าจะมีความหวังว่า วอชอาจจะมีจุดยืนที่สอดคล้องกับการลดดอกเบี้ยในอนาคต แต่ความไม่ชัดเจนในตัวบุคคลและทิศทางของนโยบายย่อมยังคงกดดันตลาดลงทุนไปทั่ว ทำให้บรรยากาศของตลาดโลก รวมทั้ง 'คริปโต' และ 'โลหะมีค่า' ถูกฉุดลงพร้อมกัน ขณะที่นักลงทุนยังคงมีท่าทีระมัดระวังต่อความผันผวนในระยะสั้นที่อาจหนักหน่วงยิ่งกว่าเดิม

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1