ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) กำลังพิจารณานำระบบบัญชีการชำระเงินแบบง่ายที่เรียกว่า ‘บัญชีชำระเงินกรณีพิเศษ’ หรือ ‘Skinny Payment Account’ มาใช้ เพื่อเปิดโอกาสให้บริษัทฟินเทคเข้าถึงระบบการชำระเงินของประเทศได้มากขึ้น ทว่าแนวคิดนี้กลับได้รับเสียงตอบรับที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยฝั่ง ‘อุตสาหกรรมคริปโต’ สนับสนุนว่าเป็นการส่งเสริมนวัตกรรมและการแข่งขันที่เป็นธรรม ขณะที่ ‘ภาคธนาคาร’ กลับแสดงความกังวลเรื่องเสถียรภาพและการกำกับดูแลของระบบ
แนวคิดนี้เริ่มต้นขึ้นครั้งแรกเมื่อ ‘คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์’ กรรมการเฟด ออกมากล่าวเมื่อเดือนธันวาคมปีก่อนว่า ความจำเป็นในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงินนั้นมีความสำคัญต่อความปลอดภัยของระบบท่ามกลางโลกการเงินที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมเสนอว่าบัญชีแบบใหม่นี้อาจเป็นทางออก “ที่รักษาเสถียรภาพของระบบพร้อม ๆ ไปกับการผลักดันนวัตกรรม”
สำหรับ ‘บัญชีชำระเงินกรณีพิเศษ’ ที่เสนอโดยเฟดนั้น แตกต่างจากบัญชีมาสเตอร์แบบเดิม เพราะไม่สามารถได้รับดอกเบี้ยจากยอดเงินคงเหลือ ไม่มีสิทธิ์เข้าถึงเครดิตของเฟด และจำกัดยอดเงินสูงสุดไว้ที่ 500 ล้านดอลลาร์ หรือไม่เกิน 10% ของสินทรัพย์รวม ขึ้นอยู่กับว่าอย่างใดน้อยกว่า เรียกได้ว่าเป็น ‘หน้าต่างระบบ’ แบบจำกัดเพื่อเปิดทางเข้าเฉพาะบางส่วนในระบบเฟด
*บริษัทคริปโตเห็นสัญญาณบวกของการเปิดทางเข้าสู่ระบบขนาดใหญ่*
ฝั่งคริปโตต่างมองว่าข้อเสนอนี้คือจุดเริ่มต้นของการแข่งขันที่เท่าเทียม และอาจพลิกโฉมระบบการเงินในสหรัฐ โดยผู้ให้บริการสเตเบิลคอยน์ ‘เซอร์เคิล’ ระบุในเอกสารยื่นความเห็นว่า บัญชีนี้เป็น “ก้าวแรกสู่การปฏิบัติวิสัยทัศน์ด้านการเงินดิจิทัลตามร่างกฎหมาย GENIUS ของรัฐสภา” และยังช่วย ‘เสริมสร้าง’ ระบบการชำระเงินของสหรัฐโดยพื้นฐานอีกด้วย
ด้าน ‘บล็อกเชน เพย์เมนต์ คอนซอร์เทียม’ ซึ่งเป็นกลุ่มพันธมิตรใหม่นี้กล่าวว่า ข้อเสนอนี้ช่วยลดความเสี่ยงที่กระจุกตัวในภาคการชำระเงิน และยังช่วยปรับโครงสร้างระบบที่ ‘เอื้อไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค’
อย่างไรก็ตาม แม้บริษัทคริปโตส่วนใหญ่จะเห็นด้วย แต่ก็มีข้อเสนอแนะเพิ่มเติม เช่น ‘แองเคอเรจ ดิจิทัลแบงก์’ ซึ่งเป็นธนาคารคริปโตแห่งแรกที่ได้รับใบอนุญาตจากรัฐบาลกลาง ระบุว่า เงื่อนไขบางประการ เช่น การจำกัดยอดคงเหลือตอนกลางคืน การไม่จ่ายดอกเบี้ย และการไม่สามารถเข้าถึงระบบเคลียร์ริ่งของเฟด ยังควรพิจารณาใหม่
อีกหนึ่งข้อกังวลสำคัญคือ การที่บัญชีชนิดนี้จะไม่มีสิทธิ์เข้าถึงระบบการชำระเงินอัตโนมัติ (ACH) ทั้งในระดับประเทศและระหว่างประเทศ อาจส่งผลให้บริษัทคริปโตแข่งกับภาคธนาคารได้ยากขึ้นในระยะยาว
*ฝั่งสถาบันการเงินแสดงจุดยืนชัดเจน ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอ*
ในทางกลับกัน สมาคมธนาคารอเมริกัน (ABA) และองค์กรภาคการเงินอีกหลายแห่ง ได้ยื่นจดหมายคัดค้านโดยระบุว่า บริษัทที่จะได้รับบัญชีนี้ ส่วนใหญ่ยังไม่มีประวัติการกำกับดูแลที่ชัดเจน ซึ่งอาจกระทบต่อเสถียรภาพโดยรวมของระบบ อีกทั้งมาตรฐานด้านความปลอดภัยของรัฐบาลกลางก็ยังไม่สอดคล้องกัน
สมาคมธนาคารรัฐวิสคอนซิน เห็นเพิ่มเติมว่า การเปิดบัญชีนี้ควรพิจารณาปัจจัยสำคัญ เช่น ความสามารถในการบริหารความเสี่ยง โครงสร้างธรรมาภิบาล และความพร้อมในการปฏิบัติตามกฎระเบียบ
กลุ่มผู้สนับสนุนการปฏิรูปการเงิน ‘เบตเตอร์มาร์เก็ตส์’ ถึงขั้นเรียกร้องให้เฟดยกเลิกข้อเสนอนี้โดยสิ้นเชิง และระบุว่า “เป็นสิทธิพิเศษที่อันตรายและไร้ความรับผิดชอบต่ออุตสาหกรรมคริปโต” พร้อมเตือนว่าอาจเป็นการขยายอำนาจของเฟดโดยไม่จำเป็น อีกทั้งยังฝังความเสี่ยงเชิงระบบในโครงสร้างการเงินปัจจุบัน
*การตัดสินใจจะใช้เวลาหลายเดือน ตลาดจับตาการเคลื่อนไหวของรัฐบาลสหรัฐ*
เฟดได้รับข้อคิดเห็นอย่างเป็นทางการรวม 44 ฉบับ และจะใช้เวลาหลายเดือนในการพิจารณาก่อนออกกฎเกณฑ์ฉบับสุดท้าย นักวิเคราะห์มองว่าข้อเสนอนี้ไม่ได้หมายถึงการอนุญาตให้ผู้ประกอบการคริปโตดำเนินธุรกิจเชิงพาณิชย์โดยตรง แต่เป็นการร่างกรอบแนวทางใหม่เพื่อเพิ่ม ‘ความเป็นธรรมและประสิทธิภาพ’ ในการเข้าถึงระบบชำระเงินของประเทศ
ฝั่งคริปโตเชื่อว่า บัญชีนี้เป็นเครื่องมือที่สามารถพิสูจน์คุณสมบัติระดับสถาบันของผู้ออกสเตเบิลคอยน์และผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยี แต่ฝั่งธนาคารยังพุ่งความสนใจไปที่ความเท่าเทียมด้านกฎระเบียบและความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางการเงิน
การอภิปรายครั้งนี้ยังเกิดขึ้นภายใต้บรรยากาศการสนับสนุนคริปโตที่เพิ่มขึ้นจากรัฐบาลของทรัมป์ ซึ่งความเคลื่อนไหวของเฟดอาจกลายเป็นหมุดหมายสำคัญของการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายด้านสินทรัพย์ดิจิทัลของสหรัฐในอนาคตก็เป็นได้
ความคิดเห็น 0