Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

เงินรีเทลไหลออกคริปโตสู่หุ้นเทค-หุ้น AI เลเวอเรจดิ่ง 28% เสี่ยงตลาดไซด์เวย์ยาวถึงกลางปี 2026

กระแสเงิน ‘รีเทล(รายย่อย)’ กำลังไหลออกจากตลาดคริปโตอย่างชัดเจน ทั้งปริมาณเทรดสปอตและตัวชี้วัดเลเวอเรจร่วงพร้อมกัน สะท้อนว่า ‘แรงซื้อดักของถูก’ ที่เคยพยุงตลาดกำลังอ่อนแรงลง

ข้อมูลล่าสุดชี้ว่า ปริมาณซื้อขาย ‘สปอต’ ลดลงราว 25~30% ขณะที่ ‘อัตราเลเวอเรจโดยประมาณ(ELR·Estimated Leverage Ratio)’ ดิ่งลงถึง 28% หลังจากบิตคอยน์(BTC) ปรับฐานจากจุดสูงสุด 126,000 ดอลลาร์ (ราว 1.8043 ล้านบาท ที่อัตรา 1 ดอลลาร์ = 1,432 วอน) ลงมารวมแล้ว 46% และลากยาวมาราว 4 เดือน จึงถูกมองว่าเป็นช่วงของ ‘การล้างเลเวอเรจ’ ที่เริ่มเห็นรูปเป็นร่าง

พร้อมกันนั้น ‘เงินรายย่อย’ ไม่ได้หนีไปถือเงินสด แต่เลือกย้ายจากคริปโตไปสู่ตลาดหุ้นอย่างเด่นชัด โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยี ส่งผลให้สภาพคล่องในกระดานซื้อขายคริปโตบนแพลตฟอร์มหลัก ๆ บางลง และนิสัย ‘ย่อลงก็ซื้อ’ ที่ขับเคลื่อนรอบกระทิงปี 2024~2025 ก็เริ่มจางหายไป

‘เลเวอเรจ’ หดแรง สปอตก็แห้ง สัญญาณฟองสบู่ทยอยยุบตัว

สัญญาณสำคัญคือการหดตัวอย่างรวดเร็วของเลเวอเรจในระบบ โดย ‘ELR’ ร่วงจาก 0.1980 ลงมาเหลือ 0.1414 หรือคิดเป็นการปรับตัวลงราว 28% การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนว่า ‘ฟองสบู่เชิงเก็งกำไร’ ที่ทำให้ตลาดร้อนแรงเกินพื้นฐาน กำลังถูกรีเซ็ตออกจากระบบอย่างรวดเร็ว

ฝั่งตัวเลขจากกระดานเทรดก็ไปในทิศทางเดียวกัน บนไบแนนซ์ ปริมาณการซื้อขายต่อวันหดลงประมาณ 4,710 ล้านดอลลาร์ (ราว 6.7477 ล้านล้านวอน) คิดเป็นการลดลง 16.4% ทำให้ยอดซื้อขายรายวันไหลลงมาอยู่แถว ๆ 24,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 34.368 ล้านล้านวอน)

ในสภาพตลาดที่ ‘รีเทล’ เบาบาง แม้จะมีเด้งกลับเป็นพัก ๆ ฝั่ง ‘แรงซื้อ’ ก็มักหมดเร็ว ส่งผลให้รอบรีบาวด์มีโอกาสจบแบบ ‘ขึ้นแค่สั้น ๆ และแรงไม่มาก’ ซ้ำไปซ้ำมา

โครงสร้างตลาดคริปโตเองก็เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด ช่วงก่อนหน้า เลเวอเรจเชิงรุกของรายย่อยคือเชื้อเพลิงที่ดันราคาแบบเกือบตั้งฉาก แต่ตอนนี้บทบาทเริ่มเปลี่ยนเป็น ‘เม็ดเงินสถาบัน’ ผ่านผลิตภัณฑ์อย่าง ETF ที่เข้ามาช่วยประคอง ‘พื้น’ ของราคาให้ไม่หลุดลึกมากนัก

‘ความคิดเห็น’ ตอนนี้สถาบันช่วยสร้างฐาน แต่ไม่ได้สร้างกระแส ทำให้โอกาสที่จะกลับไปอยู่ในโหมด ‘ผันผวนแรง-ขาขึ้นจัด’ แบบเดิมอาจไม่ง่าย เพราะคนที่จุดไฟฟีเวอร์คือรายย่อย ไม่ใช่เงินเงียบของสถาบัน

จุดหมายใหม่ของเงินรายย่อยคือ ‘หุ้น’ ไม่ใช่พันธบัตรหรือเงินสด

กระแสรีเทลไม่ได้หนีจากสินทรัพย์เสี่ยงไปหาสินทรัพย์ปลอดภัย หากแต่กำลังไล่หา ‘ความผันผวนที่พอเดาได้มากกว่า’ และตอนนี้เป้าหลักคือ ‘ตลาดหุ้น’

เฉพาะเดือนมกราคม 2026 กระแสเงินไหลเข้าจากนักลงทุนรายย่อยในตลาดหุ้นและออปชันรวมกันแตะระดับสูงสุดใหม่ราว 650 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 9,308 ล้านบาท) แบ่งเป็นเม็ดเงินเข้าหุ้นสปอตราว 350 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 5,012 ล้านบาท) และเข้าออปชันมากกว่า 300 ล้านดอลลาร์ (ราว 4,296 ล้านบาท)

ตัวเลขด้าน ‘ความรู้สึกเสี่ยง’ ก็เปลี่ยนไปเช่นกัน สัดส่วน ‘ความผันผวนของดัชนีแนสแด็กเมื่อเทียบกับบิตคอยน์’ ลดลงมาต่ำกว่า 2 เท่า แปลเป็นภาษานักลงทุนได้ว่า แม้หุ้นจะเหวี่ยงแรงกว่าสมัยก่อน แต่ ‘ขาลง’ (Drawdown) โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับบิตคอยน์ ดูเหมือนจะเจ็บตัวน้อยกว่า

เมื่อบิตคอยน์เพิ่งผ่านการย่อตัวไปราว 46% มาหมาด ๆ สำหรับรายย่อยจำนวนมากแล้ว หุ้นจึงถูกมองว่าเป็นทางเลือกที่ ‘แกว่งแรงพอกัน แต่ร่วงไม่ลึกเท่า’ จึงดูสมเหตุสมผลกว่าในสายตาของคนที่ต้องการเล่นรอบแต่ไม่อยากเจอขาลงโหดแบบคริปโต

พลังเก็งกำไรย้ายไป ‘หุ้น AI’ คริปโตถูกมองว่ามืดมนและไร้โมเมนตัม

อีกจุดที่สะท้อนภาพการหมุนเวียนของ ‘พลังเก็งกำไร’ คือกระแสเงินที่พุ่งเข้าหาหุ้นกลุ่ม AI เทคโนโลยี ล่าสุดเห็นชัดว่าเทรดเดอร์จำนวนมากเริ่มใช้โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) มาช่วยวิเคราะห์งบการเงิน แปลความหมายคอนเฟอเรนซ์คอล และคัดเลือกหุ้นที่ได้เปรียบเชิงข้อมูล

‘ความคิดเห็น’ เมื่อเทรดเดอร์รู้สึกว่าตัวเองสร้าง ‘เอดจ์ (Edge) หรือข้อได้เปรียบ’ ได้ง่ายกว่าบนสนามหุ้น โดยเฉพาะหุ้น AI เงินและความสนใจก็ย่อมไหลไปทางนั้น ทำให้คริปโตในมุมมองของนักเก็งกำไรจำนวนไม่น้อย กลายเป็นตลาดที่ ‘โปร่งใสน้อยกว่า และขาดโมเมนตัม’ เมื่อเทียบกันแบบตัวต่อตัว

มองไปข้างหน้า: มีลุ้น ‘ไซด์เวย์ยาว’ ถึงกลางปี 2026

ในระยะสั้น บรรดานักวิเคราะห์ประเมินค่อนข้างตรงกันว่า กว่าความกล้าเสี่ยงของรายย่อยจะฟื้นกลับมาเต็มตัว ตลาดคริปโตอาจจะยังขาดแรงซื้อแบบระเบิดระเบ้อเหมือนรอบก่อน และมีโอกาสสูงที่ราคาจะเคลื่อนไหวในกรอบ หรืออยู่ในสภาวะ ‘พักฐานแบบแกว่งตัวในกรอบ (Sideway/Box Range)’ ยาวไปถึงราวกลางปี 2026

ปัจจัยตัดสินจังหวะกลับตัวอยู่ที่ ‘การฟื้นของสภาพคล่อง’ ไม่ใช่แค่การล้างเลเวอเรจให้จบวงจร เพราะถึงเลเวอเรจจะถูกเคลียร์ออกไปแล้ว ก็ไม่ได้แปลว่า ‘ตลาดกระทิง’ จะกลับมาโดยอัตโนมัติ หากปริมาณเทรดสปอตยังไม่ฟื้น และความอยากเสี่ยงของรายย่อยยังไม่กลับมา

ในช่วงที่กระแสเงินยังหมุนแรงอยู่ในตลาดหุ้น โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีและ AI คริปโตจึงอาจต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่ในการ ‘เดินวนบนพื้นฐานที่สถาบันช่วยรองรับราคา’ มากกว่าจะทะยานขึ้นแบบตั้งฉาก จนกว่า ‘เงินรีเทล’ จะกลับมามีบทบาทนำบนเวทีคริปโตอีกครั้ง

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1