บิตคอยน์(BTC) กลับมาทะลุ ‘7 หมื่นดอลลาร์’ อีกครั้ง หลังตลาดคลายกังวลต่อปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ กับอิหร่าน ขณะที่ราคาสินทรัพย์เสี่ยงฟื้นตัว และมูลค่าตลาดคริปโตโดยรวมดีดตัวขึ้นราว 3% ภายใน 24 ชั่วโมง สะท้อนการกลับมาของกระแสลงทุนใน ‘สินทรัพย์เสี่ยงดิจิทัล’
แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากถ้อยแถลงของ ‘ประธานาธิบดีทรัมป์’ ผ่านสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับสำนักข่าว CBS เขาระบุว่า “ขีดความสามารถทางทหารของอิหร่านถูกทำให้ไร้ประสิทธิภาพไปมากแล้ว” ส่งสัญญาณว่าปฏิบัติการทางทหารอาจใกล้ถึงจุดสิ้นสุด หลังคำพูดนี้ถูกเผยแพร่ ความคาดหวังต่อการ ‘ลดระดับความขัดแย้ง’ เริ่มแพร่กระจายไปทั่วตลาด และหนุนให้บิตคอยน์(BTC) รวมถึงคริปโตเคอร์เรนซีตัวอื่นๆ ถูกซื้อกลับอย่างต่อเนื่อง
อีกปัจจัยที่เร่งบรรยากาศเชิงบวกคือ ‘ราคาน้ำมันดิบโลก’ ที่ร่วงแรง จากระดับสูงสุดบริเวณ 118 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลงมาทดสอบโซน 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล คิดเป็นการปรับฐานกว่า 25% การร่วงลงของราคา ‘พลังงาน’ ทำให้ตลาดเริ่มคาดหวังว่าแรงกดดันเงินเฟ้ออาจผ่อนคลายลง ส่งผลให้นักลงทุนกล้ากลับเข้าเสี่ยงมากขึ้น และช่วยดันตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลให้ดีดตัวแบบวงกว้าง
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังไม่รีบตีความรอบดีดตัวครั้งนี้ว่าเป็น ‘การกลับตัวระยะยาว’ หลายฝ่ายมองว่าเป็นเพียง ‘แรลลี่คลายกังวล’ มากกว่าจะเป็นโครงสร้างขาขึ้นรอบใหม่ เหตุผลหนึ่งคือข้อความของประธานาธิบดีทรัมป์ยังไม่สอดคล้องกับสัญญาณจากเจ้าหน้าที่คนอื่นในรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ย้ำว่าความขัดแย้งทางทหารกับอิหร่านยังอยู่ในช่วงต้นเท่านั้น และปฏิบัติการทางทหารในตะวันออกกลางก็ยังดำเนินต่อไป มีรายงานว่ากองกำลังสหรัฐฯ ยังคงประจำการ และมีกิจกรรมทางทหารในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ ตลาดคริปโตในระยะสั้นยัง ‘ผูกติด’ กับปัจจัยมหภาคมากกว่าปัจจัยเฉพาะตัว โดยเฉพาะ ‘ราคาน้ำมัน’ ที่กลายเป็นตัวแปรสำคัญในการกำหนดทิศทาง ‘กระแสความเสี่ยง’ ของนักลงทุน ความผันผวนในพลังงานจึงสะท้อนเข้ามาในกราฟของบิตคอยน์(BTC) และโทเคนหลักอื่นๆ อย่างชัดเจน
ในอีกด้านหนึ่ง มีบางความเห็นที่เชื่อว่า หากความขัดแย้งยืดเยื้อ บิตคอยน์(BTC) อาจกลับมาถูกมองในฐานะ ‘สินทรัพย์เก็บมูลค่า’ อีกครั้ง เมื่อความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ขยายตัว นักลงทุนบางส่วนมักมองหาทางเลือกนอกเหนือจากระบบการเงินดั้งเดิม ทำให้บิตคอยน์(BTC) ถูกหยิบขึ้นมาพิจารณาในฐานะ ‘สินทรัพย์หลบภัยเชิงดิจิทัล’ มากขึ้น ‘ความคิดเห็น’ อย่างไรก็ดี ความเชื่อมโยงระหว่างบิตคอยน์กับภาพลักษณ์สินทรัพย์ปลอดภัยยังไม่ได้เป็นฉันทามติของตลาด และยังเปลี่ยนทิศได้ตามข่าวแต่ละช่วงเวลา
ในฝั่งมุมมองเชิงบวกอีกระดับ นักลงทุนจำนวนหนึ่งประเมินว่า หากเกิด ‘ข้อตกลงหยุดยิง’ อย่างเป็นทางการ ภาพอาจยิ่งดีต่อสินทรัพย์เสี่ยง โดยคาดว่าปัจจัยบวกจะมาพร้อมกันสามทาง ทั้งราคาพลังงานที่มีโอกาสลดลงเพิ่มเติม แรงกดดันเงินเฟ้อที่อาจผ่อนคลายต่อเนื่อง และการกลับมาของกระแส ‘เสี่ยงได้’ ในตลาดทุนโลก ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นเชื้อเพลิงสำคัญที่อาจทำให้ตลาดคริปโตเกิด ‘รอบแรลลี่ขาขึ้น’ ที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม
แต่บนความหวัง ก็ยังมี ‘ความไม่ชัดเจน’ ปะปนอยู่อย่างมาก ฝั่งอิหร่าน โดยเฉพาะกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม ได้ออกมาปฏิเสธถ้อยคำของประธานาธิบดีทรัมป์ โดยเรียกเป็นข้อกล่าวอ้างที่ “ไร้มูลความจริง” พร้อมย้ำว่า ‘การจะยุติสงครามหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของอิหร่าน’ ข้อความนี้สะท้อนว่าความตึงเครียดในภูมิภาคยังไม่ได้รับการคลี่คลายอย่างแท้จริง
ประธานาธิบดีทรัมป์เองก็ส่งสัญญาณแข็งกร้าวในช่องทางอื่นต่อเนื่อง หลังการให้สัมภาษณ์ เขาโพสต์ในแพลตฟอร์ม ทรูธโซเชียล(Truth Social) เตือนว่า หากอิหร่านหันไปปิดกั้นการขนส่งน้ำมันบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ จะต้องเผชิญกับ “การโจมตีที่รุนแรงขึ้นอีก 20 เท่า” จากสหรัฐฯ ถ้อยแถลงนี้ยิ่งเพิ่มโทนความไม่แน่นอนให้กับตลาดน้ำมัน และโดยตรงกับบรรยากาศความเสี่ยงทั่วโลก
ในงานระดมทุนของพรรครีพับลิกันที่จัดขึ้นในฟลอริดาในวันเดียวกัน ทรัมป์ยังกล่าวกับผู้สนับสนุนว่า “เราเหมือนจะชนะแล้วในหลายด้าน แต่ยังไม่ใช่ชัยชนะที่มากพอ” ซึ่งตีความได้ว่าปฏิบัติการทางทหารยังไม่ปิดฉากลงอย่างสมบูรณ์ ขณะเดียวกัน มีรายงานว่ากองทัพสหรัฐฯ ได้โจมตีเป้าหมายในอิหร่านไปแล้วมากกว่า 3,000 จุดนับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการ ทำให้ความตึงเครียดในภูมิภาคยังคงอยู่ในระดับสูง
เมื่อรวมปัจจัยทั้งหมด ตั้งแต่ปฏิบัติการทางทหารที่ยังดำเนินต่อไป สัญญาณทางการเมืองที่ ‘ไม่ไปในทิศทางเดียวกัน’ และท่าทีแข็งกร้าวของอิหร่าน ภาพรวมจึงทำให้ตลาดการเงิน รวมถึงตลาดคริปโต ยังไม่สามารถกำหนดทิศทางระยะกลางได้อย่างชัดเจน นักลงทุนส่วนใหญ่จึงเลือก ‘ระมัดระวัง’ รอดูทิศทางสถานการณ์มากกว่าจะไล่ราคาขึ้นไปไกล
ในมุมมองเชิงสรุป การดีดตัวราว 3% ของบิตคอยน์(BTC) และตลาดคริปโตในรอบนี้ ถูกมองว่าใกล้เคียงกับ ‘การตอบสนองต่อข่าวภูมิรัฐศาสตร์ในระยะสั้น’ มากกว่าจะเป็น ‘โครงสร้างขาขึ้นรอบใหม่’ จนกว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางจะมีทิศทางที่ชัดเจนขึ้น มีแนวโน้มว่าสินทรัพย์ดิจิทัลจะยัง ‘แกว่งตาม’ การเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันและกระแสความเสี่ยงในตลาดมหภาคต่อไป ขณะที่บิตคอยน์(BTC) ยังต้องพิสูจน์บทบาทของตัวเองทั้งในฐานะ ‘สินทรัพย์เสี่ยง’ และ ‘ที่เก็บมูลค่าทางเลือก’ ท่ามกลางภูมิรัฐศาสตร์ที่เปราะบางเช่นนี้
ความคิดเห็น 0