‘แพนดรี ดิจิทัล(Foundry Digital)’ ผู้ให้บริการพูลขุด ‘บิตคอยน์(BTC)’ รายใหญ่ที่สุดในโลก เตรียมเปิดตัวพูลขุด ‘แซดแคช(ZEC)’ แบบเฉพาะทาง มุ่งเจาะกลุ่ม ‘นักลงทุนสถาบัน’ และบริษัทขุดรายใหญ่ เพื่อตอบโจทย์ปัญหาโครงสร้างพื้นฐานการขุดระดับสถาบันที่ยังขาดแคลนในระบบนิเวศของแซดแคช
แพนดรีซึ่งเป็นบริษัทย่อยของดิจิทัลเคอร์เรนซีกรุ๊ป(DCG) ระบุว่าพูลขุดแซดแคชแบบเน้นสถาบันจะเริ่มให้บริการตั้งแต่เดือนเมษายน โดยจะดำเนินงานจากสหรัฐอเมริกา และใช้มาตรฐานการปฏิบัติตามกฎระเบียบเดียวกับพูล ‘Foundry USA’ ที่ให้บริการขุดบิตคอยน์อยู่ในปัจจุบัน โครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวได้รับการรับรองมาตรฐาน ‘SOC 1 Type 2’ และ ‘SOC 2 Type 2’ ครบถ้วน ซึ่งเป็นระดับการกำกับดูแลและความปลอดภัยที่บริษัทจดทะเบียนในตลาดทุนและผู้ให้บริการขุดรายใหญ่ต้องการ
การเปิดพูลขุดแซดแคชครั้งนี้ นับเป็นก้าวแรกของแพนดรีในการขยายธุรกิจจาก ‘บิตคอยน์(BTC)’ ไปสู่เครือข่ายแบบ ‘กลไกฉันทามติแบบพิสูจน์การทำงาน (PoW)’ อื่นๆ ไมก์ คอลเยอร์(Mike Colyer) ซีอีโอของแพนดรี อธิบายว่า แม้แซดแคชเติบโตขึ้นจนกลายเป็น ‘สินทรัพย์สำหรับนักลงทุนสถาบัน’ แล้ว แต่โครงสร้างพื้นฐานด้านการขุดกลับเติบโตไม่ทันความต้องการ “มีความต้องการที่ชัดเจนต่อพูลขุดระดับสถาบันที่ให้ความสำคัญกับ ‘การปฏิบัติตามกฎ’ และ ‘ความเสถียร’ ” เขากล่าว
ปัจจุบันแพนดรีให้บริการพูล ‘Foundry USA’ ซึ่งเป็นหนึ่งในพูลขุดบิตคอยน์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลก และมีส่วนแบ่งกำลังขุด (Hashrate) ระดับแนวหน้าทั่วโลก บริษัทตั้งเป้านำประสบการณ์ด้านโครงสร้างพื้นฐานและระบบรองรับกฎระเบียบเหล่านี้ไปใช้กับเครือข่ายแซดแคช เพื่อดึงดูดผู้เล่นสถาบันให้เข้ามาร่วมขุดมากขึ้น
ฝั่งผู้พัฒนา ‘แซดแคช’ ก็ออกมาต้อนรับท่าทีนี้เช่นกัน ซูโก วิลค็อกส์(Zooko Wilcox) ผู้ก่อตั้งแซดแคช และปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ (CPO) ของชิลด์เต็ดแล็บส์(Shielded Labs) มองว่า พูลขุดใหม่จากแพนดรีจะช่วยกระจาย ‘กำลังขุด’ ที่เคยกระจุกตัวอยู่ในบางพูล “การมาของพูลใหม่น่าจะช่วยกระจายแฮชพาวเวอร์ และดึงผู้ร่วมขุดหน้าใหม่เข้ามาในระบบมากขึ้น” เขาประเมิน
ระบบนิเวศของแซดแคชเองเพิ่งได้รับเม็ดเงินลงทุนสำหรับการพัฒนามากขึ้นเช่นกัน กลุ่มผู้พัฒนาแกนหลักของแซดแคชที่แยกตัวออกจากอิเล็กทริกคอยน์แคปิตอล(Electric Coin Capital) ได้ก่อตั้งองค์กรไม่แสวงหากำไรด้านโอเพ่นซอร์สชื่อ ‘Zcash Open Development Lab (ZODL)’ และเพิ่งระดมทุนรอบซีดได้ราว 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อใช้ต่อยอดการพัฒนาโปรโตคอลและเครื่องมือสำหรับนักพัฒนา
แซดแคช(ZEC) เปิดตัวครั้งแรกในปี 2016 ในฐานะคริปโตเคอร์เรนซีที่เน้น ‘ความเป็นส่วนตัว’ โดยใช้เทคโนโลยี ‘พิสูจน์ความรู้ศูนย์ หรือ Zero-Knowledge Proof’ เพื่อยืนยันความถูกต้องของธุรกรรม ขณะเดียวกันก็ซ่อนรายละเอียดอย่างเช่น ‘ที่อยู่กระเป๋า’ และ ‘มูลค่าธุรกรรม’ จากสาธารณะ กลไกนี้ทำให้ผู้ใช้สามารถเลือกได้ว่าจะแสดงข้อมูลมากน้อยเพียงใดบนบล็อกเชนสาธารณะ
ณ ปัจจุบัน แซดแคช(ZEC) ซื้อขายอยู่บริเวณราว 212 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 313,000 บาท ลดลงราว 4% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา และราว 10% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน นักลงทุนกำลังจับตาดูว่า ‘โครงสร้างพื้นฐานการขุดสำหรับสถาบัน’ ที่กำลังขยายตัวนี้ จะช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมของเครือข่ายและเสริมความกระจายศูนย์ของแซดแคชในระยะยาวได้มากน้อยเพียงใด
ความคิดเห็น 0