Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

นาซิม ทาเลบหนุนเอ็กซ์มันนี่(X Money) ชี้ 'ฉลาดกว่าบิตคอยน์(BTC)' ขณะ BTC ลุ้นทะลุแนวต้าน 72,000 ดอลลาร์

ตลาดคริปโตกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง เมื่อ ‘นาซิม ทาเล브(Nassim Taleb)’ ผู้เขียนหนังสือ ‘แบล็กสวอน(Black Swan)’ ออกมาชื่นชมระบบชำระเงิน ‘เอ็กซ์มันนี่(X Money)’ ของ อีลอน มัสก์(Elon Musk) บนแพลตฟอร์ม X ว่าเป็นระบบที่ ‘ฉลาดกว่าบิตคอยน์(BTC) อย่างมาก’ หลังมัสก์ประกาศเตรียมเปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปเข้าถึงเวอร์ชันต้นแบบในเดือนหน้า กระแสถกเถียงระหว่างฝั่งบิตคอยน์แม็กซิมัลลิสต์และผู้สนับสนุนฟินเทคกระแสหลักก็ปะทุขึ้นทันที

คำให้สัมภาษณ์ของทาเลบถูกแชร์ต่อไปทั่วโซเชียลแพลตฟอร์ม X ภายในไม่กี่ชั่วโมง แฟนคลับบิตคอยน์จำนวนไม่น้อยตอบโต้แบบดุเดือด แต่ทาเลบยังยืนยันจุดยืนเดิมว่า บิตคอยน์มีข้อจำกัดทั้งในฐานะ ‘สื่อกลางการแลกเปลี่ยน’ และ ‘ที่เก็บมูลค่า’ เขาเป็นหนึ่งในนักวิจารณ์ที่เห็นว่าบิตคอยน์ไม่สามารถทำหน้าที่เงินได้อย่างสมบูรณ์มาตลอดหลายปี

‘เอ็กซ์มันนี่’ ระบบจ่ายเงินไร้คริปโต ที่ทาเลบมองว่า ‘ชนะ’ บิตคอยน์

เอ็กซ์มันนี่เป็นโปรเจกต์หัวใจหลักของมัสก์ที่ต้องการเปลี่ยน X ให้กลายเป็น ‘ซูเปอร์แอป’ หรือ ‘แอปทุกอย่างในหนึ่งเดียว’ โดยได้เริ่มให้บริการแบบเบต้าไปแล้วเมื่อต้นเดือน ระบบนี้ไม่แตะต้องคริปโตเลย แต่ใช้ ‘เงินเฟียต’ เป็นฐานทั้งหมด

กลไกทำงานของเอ็กซ์มันนี่ผูกกับ ‘บัญชีธนาคารจริง’ ของผู้ใช้ และยังออก ‘บัตรเดบิตจริง’ ร่วมกับ วีซา(Visa) อีกด้วย จุดที่สะดุดตาคือ บนหน้าบัตรจะพิมพ์ ‘แฮนด์เดิลบัญชี X’ ของผู้ใช้เอาไว้ตรง ๆ เชื่อมตัวตนบนโซเชียลเข้ากับระบบการชำระเงินแบบดั้งเดิม

ทาเลบอธิบายว่า โครงสร้างแบบนี้สอดคล้องกับไอเดีย ‘การแข่งขันระหว่างเงินภาคเอกชน’ ที่เขาพูดถึงมานาน บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกที่มีโครงสร้างพื้นฐานและฐานผู้ใช้มหาศาลออก ‘เครื่องมือชำระเงิน’ ของตัวเอง อาจมีศักยภาพเชิงการแข่งขันในฐานะเงินมากกว่า ‘สินทรัพย์กระจายศูนย์’ อย่างบิตคอยน์ในโลกจริง

อย่างไรก็ตาม ฝั่งที่ไม่เห็นด้วยก็ออกมาโต้ทันควัน นักลงทุนและผู้ใช้บางรายชี้ว่า เอ็กซ์มันนี่ในแง่โครงสร้างแทบไม่ต่างจากระบบจ่ายเงินดิจิทัลอย่าง เพย์พาล(PayPal) หรือ แพลตฟอร์มโอนเงินอย่าง เซลล์(Zelle) เลย ขณะเดียวกัน ทาเลบเองก็ถูกย้อนประวัติว่า เคยคาดการณ์เกี่ยวกับบิตคอยน์ผิดไปหลายครั้งในอดีต

‘ความคิดเห็น’ แม้ดราม่าในโซเชียลจะดุเดือด แต่นักวิเคราะห์จำนวนมากเห็นตรงกันว่า กระแสถกเถียงเรื่องเอ็กซ์มันนี่แทบไม่ส่งผลโดยตรงต่อราคา ‘บิตคอยน์(BTC)’ ภาพรวมแล้ว ราคายังตอบสนองต่อ ‘เงินทุนสถาบัน สภาวะเศรษฐกิจมหภาค และความเชื่อมั่นตลาด’ มากกว่าเสียงดีเบตบน X อยู่ดี

บิตคอยน์ชี้ชะตาแนวต้าน 72,000 ดอลลาร์

บนกราฟระยะสั้น บิตคอยน์กำลังทดสอบจุดตัดสินใจสำคัญ ราคาล่าสุดบนกรอบเวลา 2 ชั่วโมง เคลื่อนไหวบริเวณ 70,471 ดอลลาร์ หรือราว 10.5 ล้านบาท โดยยังแกว่งตัวอยู่ในโครงสร้าง ‘ลิ่มขาขึ้น (rising wedge)’ ที่เริ่มก่อตัวตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ และตอนนี้อยู่ใกล้แนวต้านสำคัญบริเวณ 72,000 ดอลลาร์

ตามหลัก ‘วิเคราะห์ทางเทคนิค’ แพตเทิร์นลิ่มขาขึ้นมักลงเอยด้วยการ ‘หลุดลงด้านล่าง’ บ่อยครั้ง เส้นทางราคาที่นักเทรดจำนวนหนึ่งจับตาคือ ภาพการย่อตัวลงแรงแบบรวดเดียวไปแถว ๆ 64,000 ดอลลาร์

ระดับ 64,000 ดอลลาร์เคยทำหน้าที่เป็น ‘โซนอุปสงค์หลัก’ และรับแรงขายได้แล้วสองรอบ หากราคาไหลลงมาต่ำกว่าบริเวณนี้ แนวรับที่ต้องเฝ้าต่อไปคือราว 60,000 ดอลลาร์ ซึ่งหากหลุดลงไปจริง โครงสร้างขาขึ้นรอบนี้อาจถูกมองว่าเริ่มสั่นคลอน

ด้านกลับกัน หากบิตคอยน์สามารถทะลุ 72,000 ดอลลาร์ขึ้นไปอย่างชัดเจน และ ‘ยืนเหนือ’ ราคานี้จนเปลี่ยนเป็นแนวรับได้ โอกาสที่โมเมนตัมขาขึ้นจะเร่งตัวก็ยังเปิดกว้าง กลุ่มนักวิเคราะห์เทคนิคบางรายมองเป้าหมายถัดไปแถว 80,000 ดอลลาร์ ก่อนขยับไป 84,000 ดอลลาร์ และในมุมมองระยะยาวอาจไปลุ้นโซน 90,000 ดอลลาร์ได้

ท้ายที่สุด ‘ตัวแปรระยะสั้น’ ของบิตคอยน์ยังอยู่ที่ ‘การผ่านหรือไม่ผ่าน 72,000 ดอลลาร์’ หากราคาถูกปฏิเสธที่ระดับนี้แล้วไม่สามารถกลับขึ้นมายืนเหนือได้ ภาพการปรับฐานลงไปทดสอบ 64,000 ดอลลาร์จะยังเป็นสมมติฐานที่ตลาดไม่อาจมองข้าม

ตลาดเร่งต่อยอด ‘การใช้งานจริง’ ของบิตคอยน์

อีกด้านหนึ่ง กระแสในตลาดเริ่มขยับจากการมองบิตคอยน์เป็นเพียง ‘ทองคำดิจิทัล’ ไปสู่ความพยายามสร้าง ‘การใช้งานเชิงเครือข่ายจริง’ มากขึ้น หนึ่งในโครงการที่ถูกจับตาคือโปรเจกต์ขยายขีดความสามารถของบล็อกเชนบิตคอยน์อย่าง ‘บิตคอยน์ ไฮเปอร์(Bitcoin Hyper)’

เป้าหมายของบิตคอยน์ ไฮเปอร์ คือการคงไว้ซึ่ง ‘ความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ’ ของเครือข่ายบิตคอยน์เดิม แล้วเสริมเข้าไปด้วยความเร็วและประสิทธิภาพระดับ ‘โซลานา(SOL)’ เพื่อรองรับการใช้งานที่กว้างขึ้น ตั้งแต่การชำระเงินความเร็วสูง การสเตกกิง ไปจนถึงการรัน ‘แอปพลิเคชันแบบกระจายศูนย์ (DApp)’ ภายในระบบนิเวศบิตคอยน์

ความสนใจของนักลงทุนต่อโปรเจกต์นี้ไม่ใช่น้อย ปัจจุบันการขายล่วงหน้า (Presale) ของบิตคอยน์ ไฮเปอร์ สามารถระดมทุนได้แล้วราว 32 ล้านดอลลาร์ หรือราว 476 ล้านบาท โทเค็น ‘HYPER’ ทำราคาอยู่บริเวณ 0.0136751 ดอลลาร์ และกำลังจะปรับราคาขึ้นในรอบถัดไป

สำหรับผู้เข้าร่วมช่วงต้น โปรเจกต์เสนอผลตอบแทนจากการสเตกกิงของโทเค็น HYPER สูงสุดราว 37% ต่อปี ซึ่งช่วยดึงดูดเงินทุนระลอกแรกให้ไหลเข้าสู่ระบบนิเวศได้อย่างต่อเนื่อง

ในขณะที่การถกเถียงเรื่องบิตคอยน์ในมิติ ‘อุดมการณ์และปรัชญา’ ยังคุกรุ่น เสียงสะท้อนจากตลาดเริ่มชี้ชัดมากขึ้นว่า ‘ทิศทางเทคโนโลยี และเส้นทางการไหลของเงินทุน’ กำลังกลายมาเป็นตัวชี้วัดสำคัญกว่า ว่าสุดท้ายแล้วใครจะครองพื้นที่นำในระบบการเงินดิจิทัลยุคถัดไประหว่าง ‘บิตคอยน์(BTC)’ ที่พยายามอัปเกรดตัวเอง กับแพลตฟอร์มจ่ายเงินแบบรวมศูนย์อย่าง ‘เอ็กซ์มันนี่(X Money)’ และคู่แข่งฟินเทครายอื่น ๆ

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1