โปรโตคอลครอสเชนบริดจ์ ‘อะครอส โปรโตคอล(ACX)’ เตรียมสละโมเดล ‘DAO(องค์กรอัตโนมัติแบบกระจายศูนย์)’ แล้วหันไปใช้โครงสร้างแบบบริษัทอเมริกัน ‘C-Corporation’ แบบดั้งเดิม หลังทีมพัฒนาเห็นว่าทั้ง ‘โทเคน’ และ ‘โครงสร้าง DAO’ กลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเซ็นสัญญากับสถาบันการเงินและพาร์ตเนอร์ภาคธุรกิจรายใหญ่
เมื่อวันที่ 12 (เวลาท้องถิ่น) ทีมอะครอส โปรโตคอลเผยแพร่ข้อเสนอ ‘temp-check’ เพื่อยกเลิกโครงสร้างโทเคนและเปลี่ยนโปรเจกต์ไปเป็นบริษัท C-Corporation ในสหรัฐ โดย ‘temp-check’ เป็นขั้นตอนสอบถามความเห็นชุมชนในเชิงไม่ผูกมัด ก่อนยื่นเป็นข้อเสนอการกำกับดูแล (governance) อย่างเป็นทางการ
หลังข้อเสนอถูกเปิดเผย โทเคน ACX ของอะครอส โปรโตคอลพุ่งขึ้นแรง ฝั่งผู้ออกและดูแลโทเคนระบุว่า ‘โทเคน’ และ ‘DAO’ ได้ ‘ขวางทาง’ การทำดีลพาร์ตเนอร์และการเชื่อมต่อระบบ (integration) กับสถาบันและองค์กรขนาดใหญ่จริงๆ พร้อมมองว่าหากเปลี่ยนเป็น ‘นิติบุคคลแบบดั้งเดิม’ การทำสัญญาที่บังคับใช้ได้ทางกฎหมาย การออกแบบสัญญาแบ่งปันรายได้ และการส่งมอบมูลค่าให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจะทำได้ง่ายกว่าอย่างมาก
‘DAO→C-Corporation’ ดัน ACX พุ่งกว่า 80%
กระแสตอบรับในตลาดเกิดขึ้นทันที ACX ซึ่งก่อนประกาศข้อเสนอซื้อขายอยู่แถว 0.033 ดอลลาร์ (ราว 49 บาท) เคยดีดขึ้นไปสูงสุดราว 0.07 ดอลลาร์ (ราว 104 บาท) ก่อนอ่อนลงมาบริเวณ 0.06 ดอลลาร์ (ราว 89 บาท) คิดเป็นอัตราพุ่งขึ้นในวันเดียวราว 80%
ฝั่งโปรเจกต์มองว่า มูลค่าอะครอส โปรโตคอลเมื่อเทียบกับราคาตลาดของ ACX นั้น ‘ต่ำกว่าที่ควรอย่างชัดเจน’ พร้อมระบุว่าการปรับโครงสร้างครั้งนี้คือโอกาสในการมองหา ‘ทางเลือกใหม่’ เพื่อเร่งการเติบโตในรูปแบบที่สอดคล้องกับประโยชน์ของชุมชนวงกว้าง
ในช่วงเวลาเดียวกัน ภาพรวมตลาดคริปโตกลับค่อนข้างนิ่ง ข้อมูลจาก ‘คอยน์เดสก์(CoinDesk)’ ระบุว่า ‘บิตคอยน์(BTC)’ และดัชนีสินทรัพย์ดิจิทัลหลัก ‘คอยน์เดสก์ 20’ แกว่งตัวในกรอบแคบเกือบไม่เปลี่ยนแปลง
2 ทางเลือกให้ผู้ถือโทเคน: ‘แปลงเป็นหุ้น’ หรือ ‘ขายคืนเป็น USDC’
แกนกลางของข้อเสนออยู่ที่การให้สิทธิผู้ถือโทเคนเลือกระหว่าง ‘แปลงโทเคนเป็นหุ้น’ กับ ‘รับเงินสดกึ่งเคลียร์สินทรัพย์’ ตามเอกสาร ผู้ถือ ACX สามารถเลือกแลกโทเคนเป็นหุ้นของบริษัทใหม่ หรือขาย ACX คืนในราคา 0.04375 ดอลลาร์ (ราว 65 บาท) ต่อโทเคน โดยรับชำระเป็น ‘USDC’ ราคาเสนอรับซื้อคืนนี้สูงกว่าราคาเฉลี่ย 30 วันที่ผ่านมาอยู่ราว 25%
อย่างไรก็ตาม ราคาตลาดของ ACX ได้ดีดขึ้นไปสูงกว่าราคาเสนอรับซื้อคืน 0.04375 ดอลลาร์มากแล้ว สะท้อนว่าตลาดกำลังเก็งว่าอาจมีข้อเสนอซื้อคืนที่สูงขึ้นในอนาคต หรือ ‘ตัวเลือกแปลงเป็นหุ้น’ มีมูลค่าทางเศรษฐกิจมากกว่าการขายคืนแบบรับ USDC ทั้งนี้ หากระหว่างการถกเถียงเชิงกำกับดูแลในขั้นต่อไปเกิดการปรับเงื่อนไขหรือความคาดหวังลดลง ก็อาจเห็นความผันผวนของราคาเพิ่มขึ้นตามมา
‘AcrossCo’ ถือครอง IP – เปิดทางให้ทั้งรายใหญ่และรายย่อยเข้าถึงหุ้น
ทีมงานยังเปิดโครงสร้างใหม่ให้ชุมชนดูอย่างละเอียด บริษัทใหม่ในชื่อ ‘อะครอสโค(AcrossCo)’ จะถูกตั้งขึ้นเพื่อถือครองทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ของโปรโตคอลและดูแลการพัฒนาทั้งหมด
ผู้ถือ ACX มากกว่า 5 ล้านโทเคนจะสามารถแปลงโทเคนเป็นหุ้นของอะครอสโคได้โดยตรง ส่วนผู้ถือรายย่อย หากถืออย่างน้อย 250,000 ACX จะสามารถเข้าถึงหุ้นผ่านโครงสร้าง ‘SPV’ (กองทุนหรือยานพิเศษเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ) โดยไม่มีค่าธรรมเนียม ปัจจุบัน 250,000 ACX มีมูลค่าประมาณ 10,000 ดอลลาร์ (ราว 1.48 ล้านบาท) ตามราคาในตลาด ทั้งรายใหญ่และรายย่อยจะได้ ‘อัตราแลก’ เท่ากันที่ 1:1 คือ ‘โทเคน 1 เหรียญ แลกหุ้น 1 หุ้น’ ไม่ว่าปริมาณถือครองจะมากหรือน้อย
สำหรับผู้ถือที่ไม่ต้องการแปลงเป็นหุ้น จะมีทางเลือกขายคืน ACX เป็น USDC ตามราคาที่เสนอ การเปิดรับคำขอขายคืนจะเริ่มภายใน 3 เดือนหลังข้อเสนอผ่านการโหวต และจะเปิดให้ใช้งานเป็นเวลา 6 เดือน โดยใช้ทรัพย์สินสภาพคล่องที่โปรโตคอลมีอยู่มาเป็นเงินทุนจ่ายคืน
ไทม์ไลน์ข้างหน้า: 18 มี.ค. ประชุมชุมชน – 26 มี.ค. โหวต Snapshot
ในเชิงกำกับดูแล ทีมงานกำหนดไทม์ไลน์ไว้ชัดเจน การประชุมพูดคุยกับชุมชน (community call) ถูกนัดไว้วันที่ 18 มีนาคม ขณะที่การอภิปรายอย่างเป็นทางการจะเดินหน้าถึงวันที่ 25 มีนาคม และจะตามด้วยการโหวตผ่าน ‘สแน็ปช็อต(Snapshot)’ ในวันที่ 26 มีนาคม หากร่างข้อเสนอได้รับเสียงสนับสนุนเพียงพอ ขั้นตอนเปลี่ยนผ่านสู่โครงสร้าง C-Corporation น่าจะเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน
‘บทสอบ DAO’ – ดีไฟกลับสู่โครงสร้างที่เป็นมิตรกับสถาบัน
สิ่งที่ทำให้ข้อเสนอของอะครอส โปรโตคอลถูกจับตามอง ไม่ได้มีแค่ ‘ราคาโทเคนพุ่ง’ แต่คือการตั้งคำถามกับ ‘วิสัยทัศน์ของ DAO’ ทั้งระบบ ดีไฟพูดกันมาหลายปีว่า ‘โทเคน + DAO’ มีประสิทธิภาพกว่าบริษัทแบบเดิมในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานแบบกระจายศูนย์ แต่กรณีนี้ อะครอส โปรโตคอลกลับออกมายอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าโครงสร้างดังกล่าวกำลังฉุดรั้งการเติบโต และเชื่อว่า ‘C-Corporation’ สามารถมอบมูลค่าที่มากกว่าแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียชุดเดียวกัน
รีสก์ แล็บส์(Risk Labs) ทีมพัฒนาหลักที่อยู่เบื้องหลังโปรโตคอล มองว่า ACX ตอนนี้ ‘ถูกประเมินค่าต่ำอย่างมาก’ และการเปลี่ยนไปใช้โครงสร้างที่สถาบันเข้าใจและคุ้นเคยจะเป็นโอกาสให้พวกเขา ‘เพิ่มน้ำหนักการเดิมพัน’ กับอะครอสมากขึ้น ‘ความคิดเห็น’ ของฝั่งผู้พัฒนาสะท้อนชัดว่าจุดเปลี่ยนครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายแค่ราคาโทเคนระยะสั้น แต่ต้องการเปิดทางให้ดีลกับองค์กรขนาดใหญ่เกิดขึ้นได้จริง
ความสนใจเชิงเก็งกำไรในตลาดก็คุกรุ่นเช่นกัน ปริมาณการซื้อขาย 24 ชั่วโมงของ ACX พุ่งแตะประมาณ 149 ล้านดอลลาร์ (ราว 2,207 ล้านบาท) หรือคิดเป็นราว 3.5 เท่าของมาร์เก็ตแคปโทเคน สภาพคล่องที่หนาแน่นผิดปกติระดับนี้มักสะท้อนว่ามีเทรดเดอร์ระยะสั้นเข้ามาไล่เก็งกำไรจาก ‘ส่วนต่างราคา’ เทียบกับราคาเสนอรับซื้อคืน
คำถามสำคัญต่อจากนี้ คือความสนใจดังกล่าวจะถูกแปลงเป็น ‘คะแนนโหวตเห็นด้วย’ ต่อการเปลี่ยนเป็น C-Corporation หรือจะจบลงเพียงรอบเทรดเก็งกำไรสั้นๆ จากราคาเสนอซื้อคืนที่มีพรีเมียม ภายใน 2 สัปดาห์ข้างหน้าระหว่างช่วงถกเถียงอย่างเป็นทางการและการโหวตสแน็ปช็อต ผลลัพธ์ที่จะออกมาน่าจะกลายเป็น ‘เคสศึกษา’ สำคัญของวงการดีไฟ ว่า ‘DAO’ ยังเหมาะสมแค่ไหนสำหรับโปรโตคอลที่ต้องการโตไปพร้อมสถาบันและบริษัทดั้งเดิมในโลกจริง ‘ความคิดเห็น’ หลายฝ่ายคาดว่าดีเบตเรื่องนี้ในอุตสาหกรรมจะยิ่งร้อนแรงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ความคิดเห็น 0