โครงการไฟเน็ตเวิร์ก(Pi Network) กำลังจะได้เห็นโทเคนประจำเครือข่ายอย่าง ‘ไฟคอยน์(PI)’ ถูกลิสต์บนกระดานเทรดคริปโตสัญชาติสหรัฐฯ รายใหญ่ ‘คราเคน(Kraken)’ ช่วยเติมเต็มความคาดหวังเรื่อง ‘การลิสต์ในกระดานเทรดชั้นนำ’ ที่ถูกพูดถึงในคอมมูนิตี้มาอย่างยาวนานให้เริ่มกลายเป็นจริงมากขึ้น
คราเคนประกาศว่าจะเปิดให้ซื้อขายไฟคอยน์(PI) ตั้งแต่วันที่ 13 มีนาคม (เวลาท้องถิ่น) โดยจังหวะการประกาศเกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันก่อนวันที่ 14 มีนาคม ซึ่งผู้ใช้ไฟเน็ตเวิร์กเรียกว่า ‘ไฟเดย์(Pi Day)’ ทำให้กระแสความสนใจในคอมมูนิตี้ยิ่งร้อนแรงขึ้นไปอีก
ไฟคอยน์ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยคาดหวังสำคัญภายในคอมมูนิตี้ไฟเน็ตเวิร์กมาโดยตลอด โดยเฉพาะการได้ลิสต์บน ‘กระดานเทรดระดับโลก’ ที่มักถูกใช้เป็นตัวชี้วัดด้านความน่าเชื่อถือของโปรเจกต์และระดับสภาพคล่องของโทเคน
ช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ไฟคอยน์(PI) เริ่มถูกลิสต์และเปิดเทรดบนหลายกระดานเทรด ไม่ว่าจะเป็น OKX, บิตเก็ต(Bitget), MEXC และเกต(Gate) การที่คราเคนซึ่งเป็นกระดานเทรดรายใหญ่ในสหรัฐฯ เข้ามาร่วมวงด้วย ยิ่งทำให้การขยายตัวสู่แพลตฟอร์มซื้อขายหลักๆ ดูมีความต่อเนื่องและชัดเจนมากขึ้น
ก่อนหน้าการประกาศครั้งนี้ มีผู้ใช้งานรายหนึ่งในคอมมูนิตี้ได้โพสต์คาดการณ์ไว้ว่า “จะมีการลิสต์บนคราเคนก่อนวันไฟเดย์” สร้างบรรยากาศการคาดหวังในหมู่นักขุดและผู้ถือเหรียญ ขณะที่การประกาศลิสต์อย่างเป็นทางการในตอนนี้ก็ยิ่งทำให้ประเด็นดังกล่าวกลายเป็นหัวข้อถกเถียงหลักในชุมชน ‘ความคิดเห็น’ สะท้อนให้เห็นว่าคอมมูนิตี้ยังมองไฟคอยน์เป็นสินทรัพย์ที่มี ‘สตอรี’ ให้ตามต่อได้อีก
ในด้านราคา แม้ตามปกติแล้วการลิสต์บนกระดานเทรดใหญ่ก็มักตามมาด้วยการปรับตัวขึ้นของราคาโทเคน แต่กรณีของไฟคอยน์(PI) กลับค่อนข้าง ‘นิ่ง’ เมื่อเทียบกับคาดการณ์ โดยข้อมูลการเคลื่อนไหวในช่วง 24 ชั่วโมงล่าสุดแทบไม่ขยับมากนักแม้จะมีข่าวลิสต์คราเคนออกมาแล้ว
อย่างไรก็ตาม หากมองในภาพกลางถึงยาว แนวโน้มยังคงเป็นขาขึ้น ราคาของไฟคอยน์ปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 24% นับจากเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา และหากดูย้อนหลังหนึ่งเดือน ราคาพุ่งขึ้นประมาณ 65.6% กลายเป็นหนึ่งในสินทรัพย์คริปโตที่ให้ผลตอบแทนโดดเด่นในช่วงหลัง
ฝั่งนักวิเคราะห์ในตลาดมองว่า แรงขับเคลื่อนสำคัญของราคาระยะหลังมานี้ น่าจะมาจาก ‘การอัปเดตเชิงเทคนิคของโปรโตคอล’ มากกว่าการเก็งกำไรจากข่าวลิสต์กระดานเทรด ทีมพัฒนาไฟเน็ตเวิร์กเพิ่งประกาศความคืบหน้าในการปล่อยซอฟต์แวร์เวอร์ชัน ‘v19.6’ และ ‘v19.9’ ติดต่อกันสำเร็จ ซึ่งเป็นสัญญาณบวกด้านเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานของเครือข่าย
นอกจากนี้ ยังมีแผนปล่อยอัปเดตถัดไปในเวอร์ชัน ‘v20.2’ ตามมาอีก ทำให้หลายฝ่ายมองว่าความก้าวหน้าทางเทคนิคของไฟเน็ตเวิร์กยังไม่หยุดแค่รอบนี้ ‘ความคิดเห็น’ หากทีมพัฒนาสามารถเดินหน้าอัปเกรดเครือข่ายได้ตามโรดแมป และควบคู่ไปกับการขยายตัวบนกระดานเทรดระดับโลกอย่างต่อเนื่อง ก็อาจช่วยผลักดันทั้งการเติบโตของระบบนิเวศไฟเน็ตเวิร์ก และเพิ่มสภาพคล่องให้กับไฟคอยน์(PI) ในระยะถัดไปได้อย่างมีนัยสำคัญ
ความคิดเห็น 0