เมื่อวันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมา การวิเคราะห์จาก 'Crypto.com' เผยว่า กองทุนสำรองกลางสหรัฐ (Fed) ได้ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยที่ 3.5%-3.75% ส่งผลให้ตลาดสกุลเงินดิจิทัลมีปฏิกิริยาตอบสนองอย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะบิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH)
คณะกรรมการตลาดเปิดของสหรัฐ (FOMC) ประกาศคงดอกเบี้ยโดยที่ประธานเจอโรม พาวเวลล์ ได้เสนอความคิดเห็นที่กระทบตลาดเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ Fed ยังปรับประมาณการเงินเฟ้อขึ้นเป็น 2.7% ในปีนี้ เนื่องจากราคาพลังงานในตะวันออกกลางพุ่งสูงขึ้น
หลังการประกาศ บิตคอยน์ได้ทดสอบแนวรับ 70,000 ดอลลาร์ และมีการลดลงประมาณ 5% ความเสี่ยงที่สูงขึ้นทำให้กองทุน ETF บิตคอยน์ของสหรัฐมีการไหลออกของเงิน 708.7 ล้านดอลลาร์ สาเหตุมาจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปีที่เพิ่มขึ้นเป็น 4.2%
ในทางกลับกัน อีเธอเรียมมีท่าทีแข็งแกร่งด้วยการเติบโตมากกว่า 20% ข้ามผ่าน 2,300 ดอลลาร์ ผลกระทบมาจากการเปิดตัว ETF 'iShares Staked Ethereum Trust (ETHB)' ของบริษัทยักษ์ใหญ่แบล็คร็อก ที่ได้รับความนิยมในหมู่นักลงทุนสถาบันเนื่องจากให้ผลตอบแทนจากการสเตกกิ้ง
Crypto.com รายงานว่าการตัดสินใจของ Fed ยังกระทบกับตลาดการเงินทั่วไปเช่นกัน การลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีที่มีการเติบโตสูงถดถอย นาสแด็กและ S&P 500 ลดลงประมาณ 1% ขณะที่ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) กลับมาตามแนว 100 อีกครั้ง เป็นปัจจัยเสริมลบต่อตลาดคริปโต
ท้ายที่สุด มีความเป็นไปได้ที่ตลาดจะเข้าสู่กระบวนการสร้างฐานใหม่ การฟื้นตัวของบิตคอยน์ไปยัง 75,000 ดอลลาร์ ต้องพึ่งการปรับตัวของราคาพลังงานและการลดลงของ DXY อย่างไรก็ตาม ความสนใจของสถาบันต่าง ๆ ในผลิตภัณฑ์อย่าง ETHB ของแบล็คร็อก ยังแสดงให้เห็นว่าสถาบันยังคงมองหาคุณค่าในระบบนิเวศของสกุลเงินดิจิทัล นี่บ่งบอกถึงการไขว่คว้าคุณค่าท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน
ความคิดเห็น 0